วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต.ย. การแยกกันอยู่ : เช็ก สโลวัก


เดี๋ยวนี้ ผมแทบไม่ไปงานสังคมที่ไหนแล้วครับ เพราะผมมีสังคมของเพื่อนไลน์แอทไอดี @ntp5 จำนวน 24,243 คน เพื่อนจำนวนหนึ่งได้ปรึกษาหารือและได้คุยกันสนุกสนานทุกวัน ไลน์แอทไม่ใช่ไลน์กลุ่ม จึงคุยกันได้อย่างไม่เปิดเผย อ่านกัน 4-5 คนเฉพาะพวกที่เป็นแอดมิน ถ้าเรื่องใดอยากคุยกันทั้ง 24,243 คน หรืออยากให้เห็นเป็นสาธารณะ ก็มีการนำไปลงในไทม์ไลน์ ชีวิตของผมตั้งแต่ตี 4 ถึงเที่ยงคืน+รายได้รายจ่าย หรือแม้แต่การทำบุญทำทานอะไร ก็อยู่ในไลน์แอทไลน์นี้เกือบทั้งหมด

การเขียนหนังสือสมัยนี้ก็ไม่ต้องไปค้นคว้าหาประเด็น ผมดูจากคำถามของเพื่อนไลน์แอทก็จะทราบประเด็นที่ผู้คนกำลังสนใจ เช่นตอนนี้ หลังจากที่แคว้นกาตาลุญญาประกาศแยกตัวจากสเปน ก็มีเพื่อนไลน์หลายคนสนใจว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนในแต่ละประเทศอยู่ด้วยกันไม่ได้ ถึงขนาดต้องแยกดินแดนออกไปเป็นเอกราชชาติใหม่ หรือมีการประกาศเปลี่ยนการปกครองไปเป็นระบอบใหม่

ผมขอรับใช้ไปทีละประเทศตามที่เนื้อที่ในหน้าหนังสือพิมพ์อำนวยก็แล้วกันครับ เริ่มต้นที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเชโกสโลวะเกีย ที่การแยกประเทศเริ่มต้นจากกลุ่มปัญญาชนและคนหนุ่มสาวที่กล้าขอให้พรรคคอมมิวนิสต์ผ่อนปรนความเข้มงวดทางสังคมและให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชนมากขึ้น

จากนั้น กลุ่มก็ขยายกลายเป็นขบวนการเพื่อสิทธิมนุษยชน มีการก่อตั้งกลุ่มกฎบัตร 77 เพื่อสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนที่ให้ความรู้กับประชาชน เพื่อให้ตื่นตัวทางการเมืองและมีส่วนร่วมในการต่อสู้ทางสังคมมากขึ้น

นักการเมืองและข้าราชการสมัยนั้นต่างก็แย่งกันเอาใจพวกคอมมิวนิสต์เพื่อความก้าวหน้า แต่โชคดีที่ในสังคมมหาวิทยาลัยของสาธารณรัฐสังคมนิยมเชโกสโลวะเกีย อาจารย์ที่เป็นปัญญาชนได้สร้างบรรยากาศประชาธิปไตยเอาไว้ จึงได้เพาะพันธุ์ปัญญาชนประชาธิปไตยไว้ได้ส่วนหนึ่ง และก็พวกนี้นี่แหละครับ ที่ภายหลังยอมเสียสละรวมตัวกันเป็นขบวนการเพื่อประชาธิปไตยที่มีชื่อว่า “ซีวิกโฟรัม”

ซีวิกโฟรัมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลเผด็จการคุมสถานการณ์ไม่ไหว ต้องประกาศยอมรับสถานภาพของขบวนการซีวิกโฟรัมและยอมเจรจากับวาซลาฟ ฮาเวล ผู้นำขบวนการ

พวกที่ “ก้มคอ-งอตัว” ลงเลียเท้าเผด็จการทั้งหลาย พอเห็นแสงเรืองรองของประชาธิปไตยส่องมา ก็รู้ว่าประเทศจะเปลี่ยนสี ก็แย่งกันลาออกจากตำแหน่งเดิมจนระบอบคอมมิวนิสต์ล่ม ปรากฏการณ์นี้นี่แหละครับคือ “เวลเวตเรโวลูชัน”

เมื่อแสงประชาธิปไตยสาดมาถึงทุกตรอกซอกมุมของประเทศ สังคมผู้รักประชาธิปไตยก็เลือกวาซลาฟ ฮาเวล อายุ 53 ปี นักเขียนบทละครแนวเสียดสีและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นประธานาธิบดี และก็มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สาธารณรัฐสังคมนิยมเชโกสโลวะเกีย” เป็น “สหพันธ์สาธารณรัฐเช็กและสโลวัก”

ประเทศมาถึงจุดนี้ได้ปุ๊บ พวกชาตินิยมสโลวักก็เคลื่อนไหวปั๊บ เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้แยกดินแดนสโลวักไปเป็นประเทศเอกราชชาติใหม่ ตอนนั้น ผู้คนในประเทศต่างแตกความเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคิดว่า เราน่าจะอยู่กันเป็นประเทศเดิมดีกว่า และก็โจมตีพวกคิดแยกประเทศว่าเป็นทรยศต่อชาติบ้านเมือง

ส่วนพวกที่อยากแยกประเทศบอกว่า อยู่ร่วมกันไปก็มีแต่ความขัดแย้ง คนละเผ่าพันธุ์และความคิด ตอนนั้น สังคมทะเลาะกันแรงจนประธานาธิบดีฮาเวลที่จุดประกายไล่คอมมิวนิสต์ออกไปก็รับมือไม่ไหว ต้องลาออกจากตำแหน่ง

หลังจากการเลือกตั้ง พ.ศ.2535 ก็มีการเจรจาประนีประนอมยอมกันระหว่างคน 2 พวก เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมชาติกันได้อย่างสันติ แต่ก็ไม่เคยตกลงกันได้ซักที บั้นปลายท้ายที่สุด คนพวกนี้ก็ยอมรับความจริงว่า น้ำกับน้ำมันอยู่ร่วมประเทศกันไม่ได้ เดือนกรกฎาคม 2535 รัฐสภาสโลวักก็ประกาศอำนาจอธิปไตย โดยที่ไม่ต้องมีการลงประชามะต่งประชามติอะไรให้เสียเวลา

โลกปัจจุบันจึงมีสาธารณรัฐเช็กและสาธารณรัฐสโลวัก

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันอีกเลย ต่างคนต่างมุ่งพัฒนาประเทศของตนให้ทันสมัย ประเทศสงบ ก็มีนักท่องเที่ยวไปเยือนทั้งสาธารณรัฐเช็กและสาธารณรัฐสโลวัก ปีละหลายสิบล้านคน

ข้อดีของการแยกกันอยู่ก็คือ ประเทศใหม่สงบ

ข้อเสียก็คือ การเป็นประเทศเล็ก การมีพื้นที่น้อย คนน้อย ทำให้อำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศลดลงครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com