วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ – หนังจากการ์ตูนที่ไม่ทำให้ผิดหวัง!

ในสัปดาห์นี้มีหนังญี่ปุ่นฟอร์มไม่ใหญ่แต่ “ใหญ่มาก” ในความรู้สึกของแฟนพันธุ์แท้เข้าฉายในไทย นั่นก็คือหนังเรื่อง JoJo’s Bizarre Adventure: Diamond Is Unbreakable หรือในชื่อไทย “โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ” หนังที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดังที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องถึง 8 ภาค นับถึงปัจจุบันการ์ตูนเรื่องนี้มีอายุ 30 ปีแล้ว ส่วนหนังจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือสิ่งที่ต้องหาคำตอบกัน

การหยิบจับการ์ตูนเรื่องดังมาทำเป็นหนังคนแสดง เป็นสูตรสำเร็จของค่ายหนังที่ถูกนำมาใช้บ่อยๆ แน่นอนว่าการทำการ์ตูนที่มีรายละเอียดมากมาย ให้กลายเป็นหนังประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องง่าย การปรับ ดัดแปลง ตัดต่อ สร้างเสริม จึงเกิดขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นบางครั้งก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่หลายๆ ครั้งก็เป็นการทำร้ายการ์ตูนต้นฉบับและความรู้สึกของแฟนๆ ในแบบที่ว่า "อย่าสร้างเลย" คงดีเสียกว่า และ โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ ก็คือ เหยื่อ เอ๊ย! การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องล่าสุดที่ถูกดัดแปลงมาสร้างเป็นหนัง

โจโจ้ คืออะไร?

JoJo’s Bizarre Adventure หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ เป็นหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นระดับตำนานอีกเรื่องที่เขียนโดย ฮิโรฮิโกะ อารากิ ที่ปัจจุบันการ์ตูนเรื่องนี้มีอายุ 30 ปี ออกมาแล้ว 8 ภาค และภาค 4 คือภาคที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนัง ส่วน "โจโจ้" คือ ชื่อเรียกย่อๆ ของพระเอกแต่ละภาค ที่สืบสายเลือดมาจากตระกูล "โจสตาร์" และมีคำนำหน้าชื่ออ่านว่า "โจ" จึงรวมเป็น โจโจ้ ซึ่งพระเอกในหนังนั้นคือ ฮิงาชิคาตะ โจสุเกะ

หนังเล่าเรื่องราวในปี 1999 เมืองโมริโอ (เมืองสมมติ) ในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองน่าอยู่และสงบสุขมาตลอด จนกระทั่งการเข้ามาของผู้ใช้ "สแตนด์" (ที่ย่อมาจาก Stand by me สรุปแบบง่ายๆ ก็คือ "ความสามารถ" ต่างๆ ที่ปรากฏออกมาเป็นรูปร่าง เช่น ฮิงาชิคาตะ โจสุเกะ พระเอกของเรามีสแตนด์ชื่อ เครซี่ ไดมอนด์ ซึ่งมีความสามารถในการซ่อมแซมรักษาทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง โดยผู้มีสแตนด์ก็จะมีความสามารถและรูปร่างที่ไม่เหมือนกัน) ทำให้คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นในเมืองมากมาย อีกทั้งการมาของ "คูโจ โจทาโร่" ชายสวมหมวกผู้มีสแตนด์ปริศนา ที่เข้ามาสืบข้อมูลบางอย่างจากตัวของโจสุเกะ ทำให้ชีวิตวัยรุ่นวัยฮอร์โมนของเขาเปลี่ยนแปลงไป โจสุเกะต้องใช้ความสามารถของเขาเข้าหยุดยั้งภัยร้ายที่กำลังคุกคามเมืองนี้และคนรอบตัวที่เขารัก

ในฐานะแฟนการ์ตูนคนหนึ่ง แอบขัดใจกับชื่อไทย โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ พอสมควร เพราะน่าจะใช้ชื่อ "โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ" ที่เป็นชื่อที่แฟนๆ ชาวไทยคุ้นเคยกันดีไปเลย แต่ก็พอเข้าใจว่าการเติม "โจ๋ซ่าส์" ก็เพื่อสื่อถึงความเป็นหนังวัยรุ่นใจนักเลงอะไรทำนองนั้น แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่ หากไม่ใช่แฟนการ์ตูน จะเข้าใจไหมว่า "ล่าข้ามศตวรรษ" คืออะไร ดูจนจบก็ยังดูไม่มีอะไรที่ดูจะเกี่ยวกับคำนี้! ก็ขอบอกตรงนี้เลยว่า การล่าข้ามศตวรรษนั้นมันเกี่ยวกับเรื่องราวในภาค 1-3 และชื่อไทยนี้ก็ใช้กันจนแฟนการ์ตูนชินไปแล้ว ฉะนั้นเรื่องชื่อหนังขอให้มองข้ามไป

ต้องบอกว่าทีมผู้สร้างให้ความเคารพความเป็นต้นฉบับได้ดีทีเดียว ไม่พยายามเติมแต่งหรือตัดทอนอะไรที่ทำให้โครงสร้างของเรื่องในภาพรวมเสียหาย ที่ขอชื่นชมเป็นพิเศษ คือการเนรมิตเมืองโมริโอให้ออกมามีชีวิต ที่ทำให้รู้สึกว่า ถ้าเมืองนี้มันมีจริงๆ สภาพแวดล้อมในเมืองก็คงเป็นลักษณะแบบที่อยู่ในหนังนี่แหละ

รายละเอียดของคอสตูมตัวละครก็ทำออกมาได้โดดเด่น คงเอกลักษณ์สำคัญในทุกตัวละครได้ดี แม้จะดูหลุดๆ ในโลกความเป็นจริงไปบ้าง แต่ก็ยังทำให้ทุกตัวละครดูเท่เหมือนในแบบหนังสือการ์ตูนได้อยู่

ส่วนสแตนด์ที่นับเป็นไฮไลต์สำคัญ ที่ในตัวอย่างเผยให้เห็นเพียงนิดๆ เมื่อปรากฏตัวในหนัง ก็ขอยอมรับเลยว่ามันออกมาดูดีมากๆ สแตนด์เด่นๆ ในเรื่อง เช่น เครซี่ ไดมอนด์, สตาร์แพลตตินั่ม, เดอะแฮนด์, แบด คอมปานี ถึงจะดูเป็นซีจีอยู่บ้าง แต่ก็ถือได้ว่าทำออกมาได้ต้นฉบับการ์ตูนสุดๆ

อย่างไรก็ตาม หนังมีปัญหาบ้างในการดำเนินเรื่อง แม้หนังจะหยิบจับรายละเอียดที่สำคัญมานำเสนอและไม่พยายามยัดอะไรที่เกินความจำเป็น แต่จังหวะการนำเสนอนั้นค่อนข้างย้วยพอสมควร ช่วงต้นหนังดูมีชีวิตชีวา จังหวะการเดินเรื่องดีมาก ดำเนินเรื่องได้สนุกมาก มีสีสันความเป็นหนังวัยรุ่น แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายที่เป็นการต่อสู้กับบอสประจำภาคนี้ หนังกลับมีความอ้อยอิ่ง ยืดเยื้อ เต็มไปด้วยบทสนทนา ทำให้จังหวะหนังที่กำลังสนุก มันดรอปเพลิดเพลินลงไปพอสมควร

สำหรับคนไม่ใช่แฟนการ์ตูน ความมึนงงในรายละเอียดต่างๆ จะมีพอสมควรเลย เช่น ตัวละครที่ไม่มีที่มาที่ไป ตัวละครบางตัวที่น่าสนใจ แต่บทบาททำไมน้อย (ใครเป็นแฟนคลับนักแสดงสาว นานะ โคมัตสึ ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะเรื่องนี้เธอออกมาโชว์ตัวแค่ไม่กี่ซีนเท่านั้น) บทสนทนาที่เอ่ยถึงคืออะไร ซึ่งมีแต่แฟนการ์ตูนเท่านั้นที่จะเข้าใจ ว่ากันตรงๆ หนัง โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ เป็นหนังที่ทำขึ้นมาเพื่อแฟนการ์ตูนโดยเฉพาะนั่นเอง

แต่แม้จะทำมาเพื่อแฟนการ์ตูนโดยเฉพาะ ทำโปรดักชั่น คอสตูมต่างๆ เหมือนกับงานต้นฉบับ แต่สิ่งที่ฉบับหนังไม่อาจนำเสนอได้ก็คือ "สไตล์เฉพาะตัว" ในแบบหนังสือการ์ตูน เพราะต้นฉบับนั้น ถือเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่แปลก แหวก ไม่เหมือนใคร เพราะไม่มีลายเส้นเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นทั่วไปเลย การออกแบบตัวละครก็มีลักษณะเด่นแบบประหลาดๆ แฟชั่นในเรื่องที่ราวกับหลุดออกมาจากรันเวย์ ให้การ์ตูนโจโจ้นั้นมีเอกลักษณ์ แซ่บ เป็นการ์ตูนที่สไตล์จัดจ้านที่สุดเรื่องหนึ่ง แต่หนังถ่ายทอดสไตล์เหล่านั้นออกมาได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของงานต้นฉบับ นั่นก็เป็นสิ่งที่แฟนการ์ตูนได้แต่ทำใจและเข้าใจ

โดยรวมแล้ว “โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ” เป็นหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนที่ดีอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งการให้ความเคารพงานต้นฉบับ ไม่ทรยศแฟนๆ ติดนิดเดียวตรงไม่อาจถ่ายทอด "สไตล์" การนำเสนออันเป็นเอกลักษณ์ของ ฮิโรฮิโกะ อารากิ ออกมาได้อย่างครบถ้วน

สรุปสั้นๆ เลยละกัน ใครเป็นแฟนการ์ตูน อย่าได้พลาดที่จะตีตั๋วไปดูหนังเรื่องนี้ ส่วนใครที่ไม่ใช่แฟน ก็ไปดูได้ อาจมีงงเล็กๆ แต่ไม่เสียดายเงินแน่นอน

- ขอมอบ 3 ดาว ให้กับหนังที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนเรื่องดัง –

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13