วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผอ.ยันโรงเรียนไม่นิ่งนอนใจ ตั้งกก.สอบ เหตุ เด็กม.3 ถูกขังและเผา

ผอ.ยันโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ เหตุเด็ก ม.3 ถูกเพื่อน-รุ่นพี่ ขังฉีดยาฆ่าแมลงเอาไฟเผาบาดเจ็บ แต่งง ท่าทีแม่เด็ก ไม่ยอมรับเงินตามข้อตกลง ย้ำพยายามไกล่เกลี่ย วอนให้เข้าใจผู้ปกครองเด็กที่ทำมีฐานะยากจน ด้านครูหอ ระบุไม่เข้าข้างใคร เผยเด็กที่ก่อเหตุเครียดมาก...

จากกรณีหญิงสาว วัย 42 ปี อาชีพหมอนวดแพทย์แผนไทย เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ว่า บุตรชาย วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 46 ชัยนาท ถูกเพื่อนและรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกันรวม 3 คน แกล้งปิดประตูใส่กุญแจขังไว้ในช่องเก็บของอาคารเรือนนอน แล้วฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปจนไม่มีอากาศหายใจ จากนั้นได้จุดไฟแช็ก จนทำให้เกิดประกายไฟลุกท่วมภายในช่องเก็บของดังกล่าว ก่อนจะเผาไหม้ร่างบุตรชายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเย็น วันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายสมเกียรติ สุทธิเจริญพานิชย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 46 ชัยนาท กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งจากครูหอนอน ว่าเด็กเล่นกันจนเกิดอุบัติเหตุ เด็กที่ได้รับความเสียหาย ได้เข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้า มีเพื่อนคนหนึ่งเรียกให้ออกมา แต่ไม่ยอมออก เพื่อนอีกคนใช้ยาฉีดยุงที่เป็นสเปรย์ฉีดเข้าไป แล้วใช้ไฟจุด ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ลวกตัวเด็กที่อยู่ในตู้ จากนั้นเพื่อนๆและครูจึงช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร

“ที่ผ่านมาได้ไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาล พร้อมให้กำลังใจเด็กว่า ไม่เป็นไรประเมินดูแล้วเดี๋ยวก็หาย แต่ผู้ปกครองเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน หาว่า ผอ.ดูถูกเรื่องบาดแผล ขณะที่ได้พบกับผู้ปกครองที่โรงพยาบาล ผู้ปกครองบอกว่า ผอ.อย่าดุว่าเด็กนะ ผู้ปกครองไม่ติดใจเอาเรื่องใดๆทั้งสิ้น ทำให้รู้สึกสบายใจ หลังจากนั้น กลับมาที่โรงเรียนจนมาตอนเช้าได้ข่าวว่า ผู้ปกครองเด็กที่ได้รับบาดเจ็บไปแจ้งความแล้ว ทำให้ทางโรงเรียนไม่สบายใจ”

พร้อมยืนยันได้ประสานกับผู้ปกครองโดยตลอด ขณะที่ผู้ปกครองบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเจรจา จน 2 วันต่อมาได้เข้ามาเจรจา พร้อมกันทั้งสองฝ่าย โดยคู่กรณียอมชดใช้ โดยในข้อตกลง คือ จะจ่ายเป็นเงิน 10,000 บาท ทุก 15 วัน จนกว่าแผลจะหาย ซึ่งในทางปฏิบัติ ผู้ปกครองที่มีเงินเขาก็นำเงินมาให้โรงเรียน และโรงเรียนก็นำไปให้ผู้ปกครองเด็กที่บาดเจ็บ เขาก็รับไว้ ส่วนรายที่ 2 แจ้งว่าหาเงินไม่ได้ ต้องรอสักระยะหนึ่ง เมื่อหาได้จะนำมาให้ แต่ทางผู้ปกครองไม่ยอมรับเงินแจ้งว่าเลยกำหนด และผู้ปกครองรายสุดท้ายไม่สามารถหาเงินมาให้ได้ในช่วงเวลานั้น จึงคุยกับผู้เสียหายว่าหมื่นหนึ่งมันมากเกินไปสำหรับผู้ปกครองที่ไม่มี

ทั้งนี้มีเจตนาจะพยายามไกล่เกลี่ย เนื่องจากเด็กที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้ ส่วนใหญ่ยากจน มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ในฐานะผู้ปกครองเด็กที่ยากจนด้วยกันน่าจะเข้าใจมากขึ้น แต่ทางโรงเรียนก็ได้พยายามรวบรวมเงินก้อนนี้ให้ครบจากครู จากนักเรียน ส่วนหนึ่งเข้าไปชดเชยให้ครบ โดยมีประเด็นหนึ่งที่ได้ยินมาว่า ผู้ปกครองนักเรียนที่บาดเจ็บได้ไปแจ้งข้อหาพยายามฆ่า แต่จริงๆแล้วเด็กกลุ่มนี้มีความสนิทกันมาก เป็นเพื่อนรักกัน หลังเกิดเหตุกลับมาบอกว่าไม่รู้จักกัน ทั้งๆที่เขาอยู่หอนอนเดียวกัน เล่นด้วยกันตลอด

“ตรงนี้เป็นข้อสังเกต ไม่เข้าใจว่าเจตนาจริงๆผู้ปกครองต้องการอะไร ขณะที่เด็กนอนโรงพยาบาล ทางโรงเรียนจะมีครูไปเยี่ยมทุกวัน และตนเองถ้าว่างก็จะเข้าไปเยี่ยมทันที ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ สงสัยว่าทำไปผู้ปกครองไม่ยอมรับเงิน ตามข้อตกลง เขาได้ขู่ว่าเดี๋ยวเจอกันพูดแบบนี้ตลอด”

นอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีโอกาสคุยกับพยาบาล ทราบว่าเด็กค่อนข้างดื้อ ไม่ยอมปฏิบัติตามคำแนะนำของพยาบาล แผลใกล้หายแล้วเหลืออีกประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ที่พันแผลไว้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งทุกวันที่ครูไปเยี่ยมก็ได้นำเงินที่รวบรวมได้พกติดตัวไปเพื่อมอบให้ผู้ปกครอง แต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ ทำให้ไม่เป็นที่สบายใจของทางโรงเรียน ด้านขวัญกำลังใจของครูประจำเรือนนอนก็ถดถอยลงไป เนื่องจากเราได้ดูแลเด็กในโรงเรียนประจำตลอด แต่มาพลาดช่วงรอยต่อระหว่างโรงเรียนเลิก ซึ่งเด็กต้องกลับมาพัฒนาเรือนนอน และได้เล่นกันจนเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตามทางโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งได้ติดต่อหารือกับผู้ใหญ่ในจังหวัด ในท้องที่ ว่าเหตุการณ์เป็นแบบนี้จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้อาจต้องใช้เวลา ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามความจริง เราได้รับคำตอบมาแบบนี้

ขณะที่นายวีรภัทร ราโช ครูประจำเรือนนอน กล่าวว่า เด็กที่บาดเจ็บเป็นเด็กร่าเริงสนุกสนาน พฤติกรรมไม่ก้าวร้าว พูดจาดี แต่อาจมีเรื่องเรียน ไม่ค่อยสนใจเรียน อย่างอื่นไม่มีอะไร ตนเองเป็นครูหอ จะให้เข้าข้างใครคงไม่ได้ ทุกคนเป็นเหมือนลูก ดูแลเขาทุกวัน รักเขาเหมือนลูก คนก่อเหตุก็เหมือนกัน ถามแล้วไม่มีเจตนาจะทำร้ายเพื่อน แม่เขาเข้าใจว่าเราเข้าข้าง ลำเอียง ว่าเด็กเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่สนใจ ขอบอกว่าสนใจดูแลตลอด

“เลิกงานเที่ยงคืนตีหนึ่งก็ไปเยี่ยม เพราะสงสารเขา เห็นเขาเจ็บก็เป็นห่วง แต่ผู้ปกครองไม่เข้าใจมาต่อว่าโน่นนี่นั่นตลอด เด็กที่ก่อเหตุก็ยอมรับว่าเขาผิด ได้ไปขอขมาผู้ปกครองเด็กที่บาดเจ็บแล้ว เด็กๆไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ พวกเขาเครียดมากตอนนี้ วันที่กลับจากส่งเพื่อนเข้าโรงพยาบาลแล้วยังมาโมโหตัวเองเอาหัวโขกเสา ซึ่งเป็นน้องที่เขาดูแลเองด้วย โดยทางโรงเรียนได้มอบให้รุ่นพี่ดูแลน้องๆ และเขาอยู่ตู้เดียวกัน ผู้ปกครองมามองว่าเป็นการเจตนาฆ่า ผมเถียงเด็ดขาด 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เข้าข้าง แต่ถ้าว่ากระทำเกินกว่าเหตุนั้นยอมรับ จะบอกว่า 3 คนนี้ผิด ต้องเอาเข้าคุกก็ทำไม่ได้ เราเป็นครูก็เป็นห่วงเขา นักเรียนทุกคนมาจากครอบครัวยากจน” ครูประจำเรือนนอน กล่าวในที่สุด