วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถกเอกชนมะกัน บิ๊กตู่ปลื้ม ชมทรัมป์จริงใจ

ตอกยํ้าปี61ประกาศวันเลือกตั้ง ‘บิ๊กป้อม’ ชี้ต้องรอกม.ลูกเสร็จ ‘หญิงหน่อย’ แนะฟังประชาชน

“บิ๊กตู่” ปลาบปลื้มถกภาคเอกชนสหรัฐฯ-ไทยชื่นมื่น ชมเปาะ “ทรัมป์” ปากหวานจริงใจ หยอดเหมือนได้เพื่อนอีกคน ฟุ้งผู้นำโลกเข้าใจรัฐบาล คสช.รำลึกอดีตเพื่อนร่วมสมรภูมิรบ ย้ำอีกปี 61 กำหนดวันเลือกตั้งแน่ “บิ๊กป้อม” ลีลาพลิ้วรอ ก.ม.ลูกเสร็จค่อยว่ากัน สื่อนอกตีข่าวยั่ว “ผู้นำรัฐประหาร” “วัฒนา” ซ่าเย้ยผู้นำโชว์เปิ่น เป็น “ตลกร้ายในทำเนียบขาว” พท.ใจชื้นหวังได้คืนความสุขจริงๆซะที “อำนวย” เตือน “บิ๊กตู่” พูดสับปลับระวังไม่มีที่ยืน “หญิงหน่อย” ไม่มั่นใจได้เลือกตั้งจริง “จิรายุ” แขวะดีแต่ช็อปหาเงินไม่เป็น “ศรีสุวรรณ” ปลุก สตง.-ป.ป.ช.-ผู้ตรวจฯ สอบซื้ออาวุธสวนทางยุคข้าวยากหมากแพง “บิ๊กป้อม” แย้ม 10 วันรู้ผลดีเอ็นเอ “ปู” “บิ๊กแป๊ะ” เกาะติดข่าวกบดานถิ่นผู้ดี “ศรีวราห์” เเจ้ง ตม.ฟันเพิ่มอีกกระทง

การเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวยืนยันกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ว่า ยังคงยึดตามโรดแม็ปและจะประกาศวันเลือกตั้งภายในปี 2561 อย่างแน่นอนนั้น

“บิ๊กตู่” ถกภาคเอกชนสหรัฐฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) ที่โรงแรม Four Seasons กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หารือภาคเอกชนไทยที่ไปลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อรับฟังผลการหารือระหว่างภาคเอกชนไทยกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงภาพรวมการหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า การหารือเป็นไปด้วยความราบรื่นเป็นมิตรที่ดีต่อกัน และยินดีสนับสนุนภาคเอกชนทั้งสองประเทศ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลด้านการค้าการลงทุนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเช่นเดียวกับศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ทิศทางเป็นเอกภาพ สร้างความเข้าใจการรับรู้เกี่ยวกับนโยบาย กฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนที่รัฐบาลดำเนินการ รวมทั้งมาตรการสนับสนุนการลงทุนให้กว้างขวางทั่วถึงและถูกต้อง หากภาคเอกชนมีข้อเสนอข้อติดขัด ขอให้แจ้งรัฐบาลจะได้ดำเนินการเพื่อให้กลไกเดินหน้าได้ราบรื่น ที่สำคัญดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนในการประกอบธุรกิจ โดยยึดแนวทางเคารพ คุ้มครอง และเยียวยาตามแนวทางของสหประชาชาติ

นำเข้าถ่านหินผลิตปูนซีเมนต์

นายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย และผู้บริหาร SCG ได้รายงานภาพรวมการหารือระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯว่า ไทยและสหรัฐฯ ควรใช้ประโยชน์จากสนธิสัญญาไมตรี และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์แก่การค้าและการลงทุนทั้งสองฝ่าย โดยจะมีการร่างข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) เพื่อส่งเสริมการลงทุนให้มากขึ้นมีเป้าหมายเดียวกัน สามารถปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมด้านต่างๆที่ไทยและสหรัฐฯ มีศักยภาพ เช่น อาหาร พลังงาน ยานยนต์ เป็นต้น ส่วนกรณีการซื้อถ่านหินจากสหรัฐฯ นั้น SCG เตรียมลงนามซื้อถ่านหินจากภาคเอกชนสหรัฐฯ 2 ฉบับ รวม 155,000 ตัน เพื่อใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ และทดแทนการซื้อถ่านหินจากอินโดนีเซีย ซึ่งถ่านหินจากสหรัฐฯ มีคุณภาพดีและคุ้มค่าต่อการลงทุน

ธุรกิจพลังงาน-เอสเอ็มอีสดใส

นายคริสโตเฟอร์ พงยา กาลนิล ผู้บริหารบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) นักธุรกิจด้านพลังงาน กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลส่งเสริมนักลงทุนไทยเข้ามาทำธุรกิจในลักษณะการรวมตัวกันเป็นกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ขณะนี้นับเป็นโอกาสดีในการลงทุนด้านพลังงานในสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ มีนโยบายสร้างงาน และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีด้านการผลิต และการสำรวจพลังงาน ขณะเดียวกันไทยยังมีโอกาสดึงนักลงทุนจากสหรัฐฯ ไปลงทุนด้านพลังงานในไทยด้วย

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯเห็นพ้องว่าต้องผลักดันยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร การเดินทางมาเยือนสหรัฐฯ ของนายกฯ นับเป็นโอกาสดีที่จะผลักดันธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯได้มากขึ้น

วุฒิสภาสหรัฐฯเทิดพระเกียรติ ร.9

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ฝั่งวุฒิสภา เพื่อพบกับนายออร์ริน แฮทซ์ ประธานที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อรับมอบสำเนาข้อมติวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองสิริราชสมบัติมาตลอด 70 ปี และทรงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้มีความแน่นแฟ้นยาวนาน อีกทั้งยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พระราชสมภพในสหรัฐฯ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้พบหารือกับนายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และเดินชมภายในโดม Rotunda อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ

ชมเปาะ “ทรัมป์” ปากหวานจริงใจ

ต่อมาเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ร่วมงานเลี้ยงที่สภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน และสภาหอการค้าสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะนายกฯและภริยา โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวบนเวทีว่า เป็นโอกาสในรอบ 12 ปีที่รัฐบาลหรือนายกฯของไทยมีโอกาสมาหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ สหรัฐฯเป็นมิตรประเทศที่ดี รู้สึกซาบซึ้งและต้องขอบคุณที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น บรรยากาศมีมิตรไมตรีต่อกัน เห็นทุกโต๊ะมีรอยยิ้ม ไม่มีหน้าบึ้งใส่กันเลย ตนพบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดแหย่เหมือนคนคุ้นเคยกัน รู้ว่าเป็นคนจริงใจ พูดจาสุภาพกับตน ครั้งแรกที่พูดคุยโทรศัพท์กันด้วยวาจาที่ไพเราะ ทำให้รู้สึกว่าจะได้พบเพื่อนอีกคน และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ มาครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ก่อนหน้านั้นส่ง รมว.พาณิชย์สหรัฐฯไปพบกับตนที่ประเทศไทยด้วยรอยยิ้ม และคำพูดที่ฟังแล้วน่าชื่นใจ กลับไปแล้วมีคนบอกว่า รมว.พาณิชย์เริ่มรักประเทศไทย แสดงว่าก่อนนั้นยังสงสัยไม่แน่ใจ แต่วันนี้ต้องแน่ใจ เพราะตนรักคนไทย รักคนอเมริกา คนไทยคุ้นเคยกับสหรัฐฯมากที่สุด ถนนเส้นทางแรกคือถนนสายมิตรภาพ เป็นถนนเส้นที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในไทย และรออยู่ว่าจะมีการสร้างเส้นที่ 2 เส้นที่ 3 หรือไม่

ฟุ้งประเทศเล็กต้องพูดเสียงดัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องสร้างทุกอย่างไปด้วยกัน ไม่อยากเป็นภาระกับใครอีก แต่จะแข็งแรงขึ้นได้ด้วยเพื่อนของเรา ทำอย่างไรให้สนธิสัญญาต่างๆมีผลเดินหน้าไปด้วยกัน ประเทศเล็กแต่ต้องพูดเสียงดัง ไม่อย่างนั้นประเทศใหญ่จะไม่ได้ยิน คิดว่าอเมริกาได้ยินตนว่าเข้ามาเพื่อทำหน้าที่อะไร และสร้างให้ดีขึ้นได้อย่างไร แก้ทุกอย่างที่เป็นปัญหา ความขัดแย้ง โลกร้อน วันนี้อากาศที่สหรัฐฯเย็น ที่เมืองไทยร้อน แต่เป็นอากาศเดียวกัน ตอนนี้อยู่อเมริกาก็ได้กลิ่นประเทศไทย เหมือนกับตอนอยู่เมืองไทยก็ได้กลิ่นอเมริกา เพราะเราอยู่ในโลกใบเดียวกัน ใครทุกข์เราก็ทุกข์ด้วย สุขก็สุขด้วย มีเหตุการณ์อะไรเราก็ทุกข์แสดงความเศร้าโศกไปพร้อมกัน แม้ประเทศไทยจะเล็กนิดเดียว แต่ตนถือว่าเป็นความรับผิดชอบที่คนไทยทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้

ย้อนอดีตเพื่อนร่วมสมรภูมิรบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การเยือนสหรัฐฯครั้งนี้อยากกล่าวว่ามีความสุขกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะรู้สึกว่าได้พบเพื่อนที่แท้จริงแล้ว ที่ผ่านมาทุกครั้งอาจจะเป็นแค่การประชุมร่วม เป็นการสัมมนา แต่มาครั้งนี้เป็นการเอาประเทศไทยมาด้วย เพราะเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ และก็ได้รับเกียรติจากสหรัฐฯ และภาคธุรกิจเอกชนสหรัฐฯอย่างอบอุ่น เป็นสิ่งที่ตนประทับไว้ในความทรงจำ และเป็นประวัติศาสตร์ของตน ได้คุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ เราได้พูดถึงประเด็นความมั่นคงว่า เราจะรับผิดชอบดูแลความมั่นคงในภูมิภาคนี้อย่างไร ร่วมมือกันมากขึ้นไปด้วยกัน ทั้งในภูมิภาคอาเซียน และภูมิภาคอื่นด้วย เพราะได้ร่วมสมรภูมิรบกับสหรัฐฯมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นสงครามเวียดนาม เกาหลี จนถึงปัจจุบัน หรือการช่วยเหลือดูแลพื้นที่อยู่ในการดูแลของสหประชาชาติ ขณะนี้มีการจัดเตรียมกำลังไปที่ซูดานใต้อีกครั้ง ถือเป็นเพื่อนร่วมรบกันมา

ย้ำปีหน้ากำหนดวันเลือกตั้งแน่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เราลงทุนในสหรัฐฯและสหรัฐฯก็ลงทุนในบ้านเราหลายร้อยหลายพันบริษัทลงทุนในไทยมูลค่าสูง ทำรายได้ให้กับไทย และส่วนหนึ่งเป็นรายได้กลับสหรัฐฯ ส่วนไทยก็มีการลงทุนของ หลายสิบบริษัทใหญ่ๆ และบริษัทเล็กๆ เป็นการยืนยัน ถึงความตั้งใจหรือความรู้สึกของเราว่า ประเทศไทยอยู่คนเดียวไม่ได้ ขณะเดียวกันอยากให้สหรัฐฯมองประเทศไทยและอาเซียนไปด้วยกัน ทั้งหมดคือมูลค่ามหาศาล และคาดหวังว่าสหรัฐฯจะลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอีอีซี ขณะเดียวกันจะไปดูการลงทุนในสหรัฐฯร่วมกันว่ามีปัญหาอะไรจะได้แก้ รอเวลาไม่ได้แล้ว ที่ตนยังอยู่ ก็เพื่อทำทุกอย่างเกิดขึ้นให้ได้ และสิ่งที่ทุกคนต้องการเห็น การเป็นประชาธิปไตยมันมาแน่ ยืนยันในปีหน้าประกาศวันเลือกตั้งแน่นอน

สื่อนอกยังใช้คำ “ผู้นำรัฐประหาร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตัน โพสต์ สื่อใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานพาดหัว ข่าวระบุ “ผู้นำสหรัฐฯต้อนรับผู้นำรัฐประหารของไทยเยือนทำเนียบขาว” โดยระบุว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก ที่รัฐบาลวอชิงตันยอมรับการเยือนจากผู้นำรัฐประหาร ที่ยังไม่คืนอำนาจประชาธิปไตย แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวย้ำถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ยาวนานระหว่างไทยกับสหรัฐฯ และเน้นย้ำสานสัมพันธ์ ต่อกันแนบแน่นยิ่งขึ้นไป

“บิ๊กป้อม”พลิ้วให้รอ ก.ม.ลูกเสร็จ

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวยืนยันกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่าจะประกาศวันเลือกตั้งภายในปีหน้า ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ว่า นายกฯไม่ได้บอกว่าจะเลือกตั้งปีหน้า แต่บอกว่าจะประกาศวันเลือกตั้งปีหน้า หลังกฎหมายลูกเสร็จให้นับไปอีก 150 วัน ฉะนั้นอย่าไปพูดอย่างนั้น ต้องพูดว่านายกฯประกาศวันเลือกตั้งหลังกฎหมายลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนพูดหลายครั้งแล้ว เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่มั่นใจว่าจะประกาศวันเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะไม่มั่นใจได้อย่างไร เป็นไปตามโรดแม็ป กฎหมายลูกเสร็จก็ให้นับไปอีก 150 วัน

“สุรชัย” ท่องโรดเเม็ปตามผู้นำ

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า สนช.ยืนยันเดินหน้าตามโรดแม็ป ที่ผ่านมาได้พิจารณากฎหมายลูกเสร็จก่อนกำหนดทุกครั้ง ตอนนี้เหลือกฎหมายลูกอีก 3 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สนช.ทำงานรับผิดชอบมาตลอด มีการตั้ง กมธ.ศึกษากฎหมายลูกล่วงหน้า ลดการแปรญัตติ และลดการตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย จึงเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

กรธ.จัดโปรแกรมร่วมกับ สนช.

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า กรธ.เตรียมส่งร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ให้ สนช.วันที่ 21 พ.ย. คาดว่า สนช.จะบรรจุเข้าสู่การพิจารณาวาระแรกวันที่ 23 พ.ย.นี้ จากนั้นจะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ให้ สนช.วันที่ 28 พ.ย. เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมวันที่ 30 พ.ย. กำหนดการเหล่านี้ กรธ. ประสานงานกับ สนช.เบื้องต้นแล้ว ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรธ.พิจารณาเรียงตามมาตราเสร็จแล้ว มี 188 มาตรา 11 หมวด และบทเฉพาะกาล จะส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในวันที่ 5 ต.ค. เพื่อให้พิจารณารายละเอียดและส่งความคิดเห็นกลับมายัง กรธ.ภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนที่ กรธ.จะส่งร่าง ให้ สนช.ภายในวันที่ 24 ต.ค.

“หญิงหน่อย” แนะฟังประชาชน

ที่วัดอยู่ดีบำรุงธรรม เขตสายไหม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยืนยันกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุไทยจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 ว่า ไม่แน่ใจว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่ อย่างไร เป็นหน้าที่ผู้นำรัฐบาลต้องยืนยัน สิ่งที่สำคัญคืออยู่ที่ความต้องการของประชาชนด้วยว่าอยากให้มีเลือกตั้งหรือยัง ผู้นำรัฐบาลควรฟังเสียงประชาชน จะให้ตนไปตอบแทนว่าจะมีการเลือกตั้งปี 61 หรือไม่ คงเป็นเรื่องที่ลำบาก เมื่อถามถึงการประกาศขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มของรัฐบาล คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ปัญหาปากท้องและปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ สภาวะปัจจุบันคนที่อยู่ฐานบนประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีกำลัง อาจไม่ลำบาก แต่ชาวบ้าน เกษตรกร พ่อค้ารายเล็กรายน้อยค่อนข้างลำบาก ในภาวะเช่นนี้การขยับภาษี ภาระจะไปอยู่ที่ผู้บริโภคและประชาชน ไม่ใช่ผู้ผลิต คิดว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้มีผลกระทบแน่นอน

“วัฒนา” เย้ยตลกร้ายทำเนียบขาว

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ตลกร้ายในทำเนียบขาว” เห็นการกระเสือกกระสนไปสหรัฐฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงให้ได้ชื่อว่าเป็นเผด็จการที่ได้ไปสหรัฐฯ แต่ได้ไม่คุ้มกับความเสียหายความอับอายที่คนไทยได้รับ การที่สหรัฐฯไม่ให้เกียรติต้อนรับ ไม่มีการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ไม่มีการยิงปืนใหญ่สลุตแบบการต้อนรับผู้นำ ไม่มีการเลี้ยงรับรอง ขณะที่สื่อมวลชนสหรัฐฯพากันประณามผู้นำของตัว ที่เห็นแก่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย และเรียกผู้นำไทยว่าจอมเผด็จการ ตลอดเวลา 7 นาทีของการสนทนา ผู้นำสหรัฐฯพูดถึงแต่เรื่องของตัวเอง แต่ไม่ได้พูดถึงประเทศไทย ทั้งหมดคือการจงใจทางการทูตเพื่อแสดงว่าสหรัฐฯไม่ได้ให้ราคา เหตุที่ยอมให้เข้าไปเหยียบทำเนียบขาวเพราะผลประโยชน์ ส่วนไทยนอกจากไม่ได้อะไรแล้ว ยังต้องอับอายจากผู้นำตัวเองที่ไปแสดงความเปิ่นในทำเนียบขาว

พท.ใจชื้นได้คืนความสุขซะที

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประกาศยืนยันว่าจะเดินตามโรดแม็ปของพล.อ.ประยุทธ์ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องดี เมื่อการเมืองมีความชัดเจนก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่ผ่านมาถูกเลื่อนมาตลอด ถ้ามีความชัดเจนจากรัฐบาล คนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือประชาชน เพราะเมื่อนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นกล้าลงทุนมากขึ้น เศรษฐกิจเราจะเดินหน้าและขับเคลื่อนไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลจะทำตามคำพูดที่ให้ไว้ว่าโรดแม็ปจะไม่เลื่อนอีกแล้ว และนี่เป็นการคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริงเหมือนเพลงที่ท่านแต่ง

เตือน “บิ๊กตู่” สับปลับจะไม่มีที่ยืน

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โรดแม็ปเลือกตั้งถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งไม่เกินปี 61 การที่นายกฯไปรับปากนายโดนัลด์ ทรัมป์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และการยืนยันว่าจะไม่เลื่อนโรดแม็ปออกไป ถือเป็นเรื่องดี เพราะถูกเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว นายกฯต้องรักษาคำพูดนี้ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นจนทำให้โรดแม็ปต้องถูกเลื่อนออกไปอีก พล.อ.ประยุทธ์จะไม่มีที่ยืนในสังคมสากลอีก ต่อไปพูดอะไรจะไม่มีคนเชื่อถือ ที่สำคัญการเลือกตั้งไม่ใช่อยู่ที่ตัวนักการเมือง แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเดินไปสู่ประชาธิปไตย ประชาชนจะได้รับสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกันทุกคน

จี้ประเมินต้นทุนไปเยือนสหรัฐฯ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากทราบว่ารัฐบาลได้ประเมินความคุ้มค่าการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของนายกฯครั้งนี้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายที่ขนข้าราชการ นักธุรกิจไปครั้งนี้ มีการเช่าเหมาลำเครื่องบินหรือไม่ สามารถเปิดเผยงบประมาณได้หรือไม่ มีข้อสงสัยว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดการเดินทางมาเยือน 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 3-14 พ.ย. ทำไมรัฐบาลไม่ให้ทรัมป์เดินทางมาเยือนไทย ทำไมต้องลงทุนบินไปพบ สามารถชี้แจงถึงผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ เปิดตลาดให้นักลงทุนมาลงทุนเพิ่มอย่างไร ไม่อยากให้รัฐบาลลิงโลดใจ ที่แม้เป็นผู้นำจากการรัฐประหารยังเดินทางไปสหรัฐฯได้ แต่การที่สหรัฐฯเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านต่างประเทศ จนถูกวิจารณ์อย่างหนัก

แขวะดีแต่ช็อปหาเงินไม่เป็น

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลชุดนี้หาเงินเก่ง หรือภาวะเศรษฐกิจดีจริงตามที่พูด ก็ไม่ควรขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไปเต็มเพดาน แต่ที่ผ่านมาประชาชนยังไม่เชื่อมั่นรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมามีแต่ผู้นำรัฐบาลออกไปช็อปปิ้ง ยังไม่ค่อยเห็นนโยบายหาเงินเข้าประเทศที่ชัดเจน วันนี้ต้องเลิกหลอกตัวเอง และต้องบอกประชาชนว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไร จะได้รับมือทัน ไม่ใช่ล้มเป็นโดมิโน หากเศรษฐกิจดีจริงประชาชนคงไม่บ่นว่าเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง ประชาชนยังรู้สึกตกใจทั้งเรื่องการเก็บภาษีน้ำ การเก็บภาษีบุหรี่และเหล้า และยังมีภาษีอื่น ที่อยู่ระหว่างรออนุมัติจากกระทรวงการคลัง และ สนช.อีกหลายฉบับ ยิ่งเห็นแบบนี้ประชาชนยิ่งไม่มั่นใจว่าบักโกรกไส้แห้ง ถังแตกจริงหรือไม่

จวกนายกฯไม่เห็นหัวคนไทย

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุใด พล.อ.ประยุทธ์จึงทำเหมือนไม่เห็นหัวคนไทย โดยไปพูดเรื่องกำหนดการเลือกตั้งที่สหรัฐฯ ทั้งที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ถาม แต่เวลาคนไทยและนักข่าวทวงถามกลับไม่เคยใส่ใจตอบ แถมยังไล่ตะเพิดคนถาม การกำหนดโรดแม็ปคืนอำนาจเป็นหน้าที่ของคนที่ยึดอำนาจไปจากคนไทย ทำไมไม่บอกคนไทยให้ชัดเจน ที่เคยรับปากไว้ก็เลื่อนออกไปตลอด พล.อ.ประยุทธ์เห็นหรือยังว่าที่มาอันไม่ชอบธรรม เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาบนเวทีระหว่างประเทศ ทำให้ขาดอำนาจต่อรองเจรจา สหรัฐฯสามารถเรียกร้องผลประโยชน์ทางการค้าได้ทุกเรื่อง แถมสื่อต่างประเทศก็เอาแต่ตอกย้ำจุดอ่อน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นผู้นำเผด็จการ สื่อต่างชาติหลายสำนักไม่ได้เสนอข่าวรัฐบาลไทยในทางที่ดีเลย มีแต่ทางลบ อาจกล่าวได้ว่าการเดินทางเยือนสหรัฐฯครั้งนี้ ถือว่าสอบตก ได้ไม่คุ้มเสีย

“ศรีสุวรรณ” ไล่บี้หน่วยตรวจสอบ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ได้ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาล หยุดเอาใจสหรัฐฯโดยเตรียมจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ในขณะภาวะข้าวยากหมากแพง สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่รัฐบาลหมดความสามารถในการหาเงินเข้าประเทศ หาเงินไม่เป็น นอกจากการต้องขึ้นภาษีสินค้าบางประเภท และการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 9% การระบุถึงความต้องการจัดซื้ออาวุธของรัฐบาล ยังชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ยี่หระต่อกฎหมาย ไม่สนใจความรู้สึกคนไทย แต่กลับพยายามเอาอกเอาใจข้าราชการโดยการขึ้นเงินเดือนให้ และการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้ทหารที่ร่วมกันยึดอำนาจมาจากประชาชน จึงขอให้รัฐบาลทบทวนแนวคิดหรือนโยบาย และเรียกร้องไปยังองค์กรอิสระด้านการตรวจสอบ ทั้ง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล ที่อาจขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 62

“นิพิฏฐ์” ไม่แปลกใจแผนเลือกตั้ง

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่แปลกอะไรที่นายกฯจะประกาศกำหนดเลือกตั้งปี 2561 เพราะคงคิดคำนวณตามโรดแม็ปที่วางไว้แล้ว เมื่อกฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายคือกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ กรธ.กำลังพิจารณา เสร็จทันตามที่กรอบกำหนดในรัฐธรรมนูญ เราจะรู้เวลาในการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์สามารถประกาศวันเลือกตั้งได้ ส่วนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 2561 หรือ 2562 ก็เป็นอีกเรื่อง อยู่ที่ สนช. และ กรธ. จะเห็นด้วยกับกฎหมายลูกทั้งสองฉบับนี้หรือไม่ หากเห็นต่างกันเวลาก็ต้องยืดการเลือกตั้งออกไปอีก เหมือนที่เคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้ว

“บิ๊กป้อม” แย้ม 10 วันรู้ผลดีเอ็นเอ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจหาหลักฐานดีเอ็นเอภายในรถยนต์ และบ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 ว่ายังไม่มีรายงานเข้ามา เพิ่งตรวจไปเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ต้องรอผลการตรวจ 10 วัน ขอให้สื่อมวลชนใจเย็นก่อน

“บิ๊กแป๊ะ” เกาะติด “ปู” อยู่ถิ่นผู้ดี

ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการกับนายตำรวจทั้ง 3 นาย คือ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สว.กก.สส.ภ.จ.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ อก.บก.ภ.จ.นครปฐม ต้องรอผลการตรวจสอบดีเอ็นเอของกองพิสูจน์หลักฐาน หากพบว่าตรงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องดำเนินคดีอาญา หากไม่ตรงก็ดำเนินการเรื่องวินัย ส่วนการดำเนินการระหว่างประเทศ เรามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน 16 ประเทศ ตำรวจสากลมี 192 ประเทศ จึงมีความติดขัดด้วยระบบต่างๆ ส่วนขั้นตอนประสานตำรวจสากลดำเนินการแล้ว มีบางประเทศตอบกลับ บางประเทศก็ไม่ตอบ ขณะนี้เป็นการดำเนินการขั้นตอนหมายน้ำเงิน ถ้ารู้ว่าหลบซ่อนอยู่ที่ไหนค่อยพัฒนาไปถึงหมายแดง เพียงแต่ขณะนี้ได้ข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ประเทศอังกฤษ ยังต้องมีการพิสูจน์ทราบ

กำชับจับตาตัวละครจ้องป่วน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่าพบกลุ่มบุคคลพยายามเข้ามาก่อความไม่สงบในงานพระราชพิธีว่า เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรมีการข่าวอยู่แล้ว ท่านรับผิดชอบเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะ ผบ.ทบ.ก็ออกมาพูดแล้วว่าอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมเฝ้าระวังด้วย สตช. ก็มีหน่วยข่าว ตนดูแลใกล้ชิด ประสานงานร่วมกัน 4 เหล่าทัพ การยุยงสร้างกระแสในสื่อโซเชียลถ้าเข้าข้อกฎหมายมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว มีการเฝ้าจับตากลุ่มเป้าหมายตัวละครทุกตัว ทุกอย่างมีการเฝ้าระวังมาตลอด

อังกฤษยังไม่การันตีที่กบดาน

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การประสานกับตำรวจสากลให้พิจารณาออกหมายแดง เพื่อให้ประเทศสมาชิก 192 ประเทศใช้ติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มาดำเนินคดีในไทย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะออกหมายแดงหรือไม่ ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำยืนยันอย่างเป็นทางการ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ประเทศใด ล่าสุดได้รับรายงานจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 11 ก.ย. แต่ไม่ยืนยันว่าเดินทางถูกต้องตามช่องทางปกติหรือไม่ โดยมีเป้าหมายไปประเทศอังกฤษ ขณะเดียวกันได้สอบถามไปยังอังกฤษ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในอังกฤษจริงหรือไม่

เเจ้ง ตม.ฟัน “ยิ่งลักษณ์” อีกกระทง

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินคดีกับบุคคลช่วยเหลือพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศ อยู่ระหว่างรอผลดีเอ็นเอ คาดว่าจะออกไม่เกินวันที่ 6 ต.ค. ส่วนกระแสข่าวว่ามีนายตำรวจยศ พล.ต.อ. หรือ พล.ต.ท.เป็นผู้สั่งการ ยอมรับว่ายังไม่มีหลักฐาน ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนไปร้องทุกข์กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ข้อหาหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางถูกต้องตามกฎหมาย เป็นข้อหาล่าสุดที่ได้ร้องทุกข์ในคดีนี้

บอก “ปู-แม้ว” ต้องขอโทษคนไทย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯแล้ว ยังมีบางกลุ่มออกมาบิดเบือน จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 900 คดี โดยเร็วที่สุด บทสรุปคือการดำเนินนโยบายช่วยชาวนาไม่ผิด แต่ผิดที่มีการทุจริต หรือปล่อยให้มีทุจริต นโยบายรับจำนำข้าวมีพื้นฐานมาจาก “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ยิ่งลักษณ์นำไปปฏิบัติ” เพื่อสร้างบรรทัดฐาน ของระบอบประชาธิปไตย คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายทักษิณควรขอโทษคนไทย แสดงสำนึกของความรับผิดชอบต่อความเสียหายครั้งนี้

จี้เเจงคดีโกงข้าวไม่ใช่การเมือง

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คดีนี้มีความพยายามบอกว่าเป็นคดีการเมือง ถือว่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเป็นคดีอาญา ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปกติ ขอให้รัฐบาลชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำงานเต็มที่ทำหน้าที่ปกป้องประโยชน์ประเทศชาติ โดยเฉพาะฝ่ายอัยการในคดีนี้ทำหน้าที่สมกับเป็นทนายของแผ่นดิน

ตำรวจอยากเลือก ผบ.ตร.เอง

อีกเรื่องที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารกับสังคม ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงว่า จากการรับฟังความคิดเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด 16 ครั้ง รวม 5,700 นาย มีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ ค่าตอบแทนที่ได้รับต่ำเกินไป อุปกรณ์ปฏิบัติหน้าที่ต้องซื้อมาเอง ขอให้มีกฎหมายที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยให้คัดเลือกตำรวจท้องที่ตามภูมิลำเนาไปประจำในจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง นอกจากนี้ ยังเสนอให้การเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยการลงคะแนนของตำรวจเอง การเลื่อนตำแหน่งต้องไม่ใช้ระบบอุปถัมภ์ ทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่น และให้ตำรวจละเว้นการดื่มสุราหลังการปฏิบัติหน้าที่

สศช.ดัน ก.ม.บำเหน็จบำนาญ

ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม แถลงแผนการปฏิรูปด้านการออมและการลงทุนทางสังคมว่า เราตั้งเป้าให้มีการออมเพิ่มขึ้น โดยกองทุนการออมแห่งชาติ มีกลุ่มเป้าหมาย 20 กว่าล้านคน ตอนนี้มีสมาชิกเพียง 5 แสนคน ตั้งเป้า ในปี 2561 ต้องมีสมาชิกเพิ่ม 1 ล้านคน อีก 5 ปีเป็น 10 ล้านคน ในระยะยาวอีก 20 ปี ต้องมีผู้เข้าร่วม 90 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มเป้าหมาย ร่วมทั้งจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ เพื่อให้คนไทยมีบำเหน็จบำนาญเหมือนข้าราชการ หวังว่าปลายปี 2561 ร่างกฎหมายนี้จะประกาศใช้ได้

อัยการส่งหลักฐานใหม่ให้ดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช.ปี 2553 เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ให้แจ้งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. มีผู้เสียชีวิต 99 ศพ ว่า ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหนังสือแจ้งไปยังทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่ามีญาติผู้เสียหายแจ้งมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม จึงต้องส่งหนังสือ พร้อมสำนวนการสอบสวนคดี ที่อัยการเคยสั่งฟ้องจำเลยฐานเจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผลไปยังดีเอสไอ ก่อนแจ้งไปยัง ป.ป.ช.ตามขั้นตอน

หวังหลุดใบเหลืองค้ามนุษย์ปี 61

อีกเรื่อง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู และการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ โดยติดตามสถานะเรือประมงตามข้อเสนอของสหภาพยุโรป (อียู) ต้องดำเนินการให้พ้นจากใบเหลือของอียูให้ได้ในเดือนมี.ค.2561 ส่วนการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไทยต้องให้พ้นจากการจัดอันดับของสหรัฐฯในเทียร์ 2 ให้ได้ในปีหน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เน้นย้ำที่ประชุมหากดำเนินการล่าช้าถือว่าบกพร่อง เริ่มจากกรมประมงต้องตรวจสอบให้เสร็จในเดือน พ.ย.นี้ กรมเจ้าท่าต้องตรวจสอบเรือที่ขออนุญาตเข้าเขตน่านน้ำไทยทุกลำ 24 ชั่วโมง ห้ามปล่อยปละละเลย ให้อัยการสูงสุดเร่งรัดคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

ลุ้นไอเคโอปลดธงแดงไทย ต.ค.

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่า จากกรณีตัวแทนองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ส่งคณะกรรมการมาตรวจสอบการแก้ปัญหาของไทย คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนของไทย ได้ชี้แจงความคืบหน้าการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (เอโอซี) ว่า มีสายการบินที่ผ่านการรับรอง 10 สายการบิน ได้ตรวจสอบสถานีหลัก และตรวจสอบภาคอากาศเสร็จแล้ว 5 สายการบิน อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารหลักฐาน 6 สายการบิน การแก้ปัญหาทั้งหมดยังทำต่อเนื่องตามขั้นตอนเตรียมความพร้อมในการยื่นขอปลดธงแดงของไทย ส่วนผลการตรวจสอบการแก้ไขข้อบกพร่องที่เป็นนัยสำคัญต่อความปลอดภัยทางด้านการบินพลเรือนของประเทศไทย อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการของไอเคโอ ที่จะแจ้งผลภายในเวลา 30 วัน คาดว่าจะทราบผลภายในเดือน ต.ค.นี้

ดีเอสไอส่งหมายเรียกถึง “โอ๊ค”

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำหมายเรียกในคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย ส่งให้นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นางเกศินี จิปิภพ นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และนายวันชัย หงส์เหิน ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงิน วันที่ 24 ต.ค.นี้ ด้านนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานอัยการสูงสุด หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ กล่าวว่า อยากให้นายพานทองแท้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามที่พนักงานสอบสวนนัด เพราะหากเลื่อนออกไปจะส่งผลทำให้ดูไม่ดี ประชาชนจะคิดว่าทำไมไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทางกฎหมายให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาในการแก้ต่าง