วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบรถก่อเหตุ ปล้น 196 ล้านเยน ตร. เชื่อคนใน มีมากกว่า 1 จ่อออกหมายจับ

ตร. ประชุมคดีปล้นเงิน 196 ล้านเยน เชื่อคนในทำ มีมากกว่า 1 คน เร่งรวบรวมหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและตรวจสอบธุรกรรมผู้เสียหาย คาดออกหมายจับกลุ่มคนร้ายในวันพฤหัสบดีนี้ มั่นใจจับกุมตัวได้เร็วๆนี้...

เมื่อช่วงดึกวันที่ 4 ต.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมชุดสืบสวนสอบสวน คดีปล้นเงิน 196 ล้านเยน หรือ 60 ล้านบาท ของนายภัทริศ แต้รัตนชัย อายุ 34 ปี นักธุรกิจจิวเวลรี่ ซึ่งมีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย ว่า จากการตรวจสอบคนร้ายมีมากกว่า 1 คน เชื่อว่าเป็นคนในที่รู้พฤติกรรมและรู้จักเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี ทางกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ รวมถึงพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ คาดว่าผลการตรวจจะออกมาเร็วๆนี้ และจะนำไปประกอบกับพยานหลักฐานที่ชุดสืบสวนรวบรวมไว้

ขณะที่พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้พอจะทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานขณะนี้คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80 คาดว่าภายในวันพฤหัสบดีนี้(5 ต.ค.) จะสามารถออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้

ส่วนการสอบปากคำ ได้มีการสอบตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 5 ปาก ทั้งผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บ และเตรียมเชิญคู่ค้าทางธุรกิจในต่างประเทศ มาให้ปากคำเพิ่มเติม ส่วนการสอบปากคำลูกน้องและคนใกล้ชิด รวมทั้งผู้ที่เคยทำงานกับผู้เสียหายประมาณ 10 คน ซึ่งจะเชิญมาสอบถามข้อมูลเร็วๆนี้

สำหรับคดีดังกล่าวจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของการปล้นเงิน และการทำธุรกรรมของผู้เสียหาย ว่ามีการทำธุรกรรมถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเมื่อปี 2559 นายภัทริศ เคยถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน (ป.ป.ง.) ถูกดำเนินคดีในความผิดไม่สำแดงเงินสดเข้าประเทศ หรือ ดีแคลร์ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะสามารถจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายได้เร็วๆ นี้ เนื่องจากคดีนี้ไม่ซับซ้อน

มีรายงานว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบรถยนต์กระบะของผู้เสียหายแล้ว ยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส-5179 กทม. ซึ่งคนร้ายขับหลบหนีมาจอดทิ้งไว้ อยู่ใกล้แยกผังเมือง แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. จึงเก็บหลักฐานภายรถ ทั้งดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือแฝง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ พร้อมอายัดรถคันดังกล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เบื้องต้นคนร้ายยังอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนเงินที่ปล้นมานั้นยังไม่ได้แบ่ง ขณะนี้กำลังให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานไปขอหมายจับจากศาลอาญารัชดาภิเษก หากจับกุมตัวได้ จะนำไปแถลงที่สตช.หรือไม่ก็ที่บช.น.

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวคนร้ายไว้ได้แล้ว 3 จาก 5 คน ซึ่งเงินของกลางทั้งหมดยังอยู่ครบ โดยพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าวอย่างแน่นอน.