วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอ ส่งหมายเรียก ไปบ้าน 'โอ๊ค' รับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินกรุงไทย

ดีเอสไอ ส่งหมายเรียกไปบ้าน 'พานทองแท้' กับพวกแล้ว ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงิน 24 ต.ค.นี้ ...

จากกรณี สำนักงาน ปปง. เข้าร้องทุกข์ต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเอาผิดกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร ในคดีฟอกเงินกรุงไทย โดยเห็นว่าเช็คจำนวน 10 ล้านบาท ที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ สั่งจ่ายให้ นายพานทองแท้ เป็นธุรกรรมการโอนเงินซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และเมื่อมีการรับเงินตามเช็คแล้ว นายพานทองแท้ ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชีอื่นของตัวเอง อันเป็นพฤติการณ์การซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินนั้น จึงเข้าข่ายความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 (1) และ (2) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และคณะพนักงานสอบสวนมีมติออกหมายเรียก 1. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 2. นายเกศินี จิปิภพ 3. นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และ 4. นายวันชัย หงษ์เหิน ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงิน วันที่ 24 ต.ค.นี้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ต.ค. รายงานข่าวจากดีเอสไอ รายงานว่า พนักงานสอบสวน ได้นำหมายเรียกไปส่งให้นายพานทองแท้ กับพวกอีก 3 คนที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงิน โดยส่งไปตามที่อยู่ที่ระบุในทะเบียนราษฎร

ด้าน นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานอัยการ สูงสุด หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เผยว่า ตามหลักเมื่อพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ก็จะส่งหมายไปที่อยู่ เพื่อให้รับทราบ ตามปกติตามขั้นตอนกฎหมาย หลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ทางผู้ถูกกล่าวหาก็สามารถเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ 2-3 ครั้ง แต่ต้องดูหลักและเหตุผลในการขอเลื่อนเข้ารับทราบ หาก นายพานทองแท้ กับพวกขอเลื่อนในครั้งแรกไปแล้ว และพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้วไม่มาอีก พนักงานสอบสวนก็ต้องดูว่าการขอเลื่อนอีกครั้งที่ 2 เป็นเหตุประวิงเวลาหรือไม่ มีเหตุผลหรือไม่ หากไม่มีก็จะออกหมายจับ ตามขั้นตอนกฎหมาย

"อยากให้ นายพานทองแท้ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ตามที่พนักงานสอบสวนนัด เพราะหากเลื่อนออกไป จะส่งผลทำให้ดูไม่ดี ประชาชนจะคิดว่าทำไมไม่เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทางกฎหมายก็มีเงื่อนไข และให้สิทธิแก่ผู้ถูกกล่าวหาในการแก้ต่าง หากมีพยานหลักฐานมาชี้แจงว่าตัวเองบริสุทธิ์ ซึ่งหากมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่ง พนักงานอัยการ และพนักงานอัยการก็จะพิจารณา โดยมี 3 แนวทาง 1. มีความเห็นให้พนักงานสอบสวน กลับไปหาพยานหลักฐานเพิ่ม 2. มีความเห็นสั่งฟ้อง และ 3. มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการในชั้นศาลที่สามารถแก้ต่าง และต่อสู้ทางคดีได้อีก 3 ศาล คือศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา" นายขจรศักดิ์ กล่าว