วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดีเอสไอ ส่งหมายเรียก ไปบ้าน 'โอ๊ค' รับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินกรุงไทย

ดีเอสไอ ส่งหมายเรียก ไปบ้าน 'โอ๊ค' รับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินกรุงไทย

  • Share:

ดีเอสไอ ส่งหมายเรียกไปบ้าน 'พานทองแท้' กับพวกแล้ว ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงิน 24 ต.ค.นี้ ...

จากกรณี สำนักงาน ปปง. เข้าร้องทุกข์ต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเอาผิดกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร ในคดีฟอกเงินกรุงไทย โดยเห็นว่าเช็คจำนวน 10 ล้านบาท ที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ สั่งจ่ายให้ นายพานทองแท้ เป็นธุรกรรมการโอนเงินซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และเมื่อมีการรับเงินตามเช็คแล้ว นายพานทองแท้ ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชีอื่นของตัวเอง อันเป็นพฤติการณ์การซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินนั้น จึงเข้าข่ายความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 (1) และ (2) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และคณะพนักงานสอบสวนมีมติออกหมายเรียก 1. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 2. นายเกศินี จิปิภพ 3. นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และ 4. นายวันชัย หงษ์เหิน ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงิน วันที่ 24 ต.ค.นี้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ต.ค. รายงานข่าวจากดีเอสไอ รายงานว่า พนักงานสอบสวน ได้นำหมายเรียกไปส่งให้นายพานทองแท้ กับพวกอีก 3 คนที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงิน โดยส่งไปตามที่อยู่ที่ระบุในทะเบียนราษฎร

ด้าน นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานอัยการ สูงสุด หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เผยว่า ตามหลักเมื่อพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ก็จะส่งหมายไปที่อยู่ เพื่อให้รับทราบ ตามปกติตามขั้นตอนกฎหมาย หลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ทางผู้ถูกกล่าวหาก็สามารถเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ 2-3 ครั้ง แต่ต้องดูหลักและเหตุผลในการขอเลื่อนเข้ารับทราบ หาก นายพานทองแท้ กับพวกขอเลื่อนในครั้งแรกไปแล้ว และพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้วไม่มาอีก พนักงานสอบสวนก็ต้องดูว่าการขอเลื่อนอีกครั้งที่ 2 เป็นเหตุประวิงเวลาหรือไม่ มีเหตุผลหรือไม่ หากไม่มีก็จะออกหมายจับ ตามขั้นตอนกฎหมาย

"อยากให้ นายพานทองแท้ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ตามที่พนักงานสอบสวนนัด เพราะหากเลื่อนออกไป จะส่งผลทำให้ดูไม่ดี ประชาชนจะคิดว่าทำไมไม่เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทางกฎหมายก็มีเงื่อนไข และให้สิทธิแก่ผู้ถูกกล่าวหาในการแก้ต่าง หากมีพยานหลักฐานมาชี้แจงว่าตัวเองบริสุทธิ์ ซึ่งหากมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่ง พนักงานอัยการ และพนักงานอัยการก็จะพิจารณา โดยมี 3 แนวทาง 1. มีความเห็นให้พนักงานสอบสวน กลับไปหาพยานหลักฐานเพิ่ม 2. มีความเห็นสั่งฟ้อง และ 3. มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการในชั้นศาลที่สามารถแก้ต่าง และต่อสู้ทางคดีได้อีก 3 ศาล คือศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา" นายขจรศักดิ์ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้