วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตุ๊ก ดวงตา ไม่ชอบเด็กไร้สัมมาคารวะ! เปรยมีพระ-นางดังไม่ยอมไหว้

เปิดชีวิตนักแสดงรุ่นใหญ่ ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี ที่ใครๆ ก็มองว่าเธอมีนิสัยเหวี่ยงวีนไปทั่ว จนทำเอาคนรอบข้างระอา ซึ่งงานนี้ตัวพี่ตุ๊กเองก็ได้ขอแก้ข่าว และพูดถึงความเป็นจริง ว่าอะไรที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ มันต้องมีเหตุถึงจะมีผลตามมา

ไม่ใช่อยู่ๆ ที่จะเหวี่ยงวีนคนรอบข้างไปทั่ว อีกทั้งเจ้าตัวยังเปิดใจอีกด้วยว่า ทำงานในวงการบันเทิงมาเกือบ 40 ปี แต่มาถึงจุดที่ว่างงานได้ เป็นเพราะอะไร เธอได้มานั่งเล่าถึงชีวิตให้ฟังในรายการ ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ ทางช่อง 9MCOT-HD หมายเลข 30 โดยพี่ตุ๊ก ดวงตา เผยว่า

อยู่ในวงการบันเทิงมาทั้งหมดกี่ปีแล้ว? “ตั้งแต่ปี 2522 แล้วค่ะ ก็ประมาณเกือบ 40 ปีแล้วค่ะ” เมื่อก่อนเราเป็นดาราเจ้าบทบาทในวงการ คิวหนึ่งจ้างเป็นแสนๆ เลยเหรอ? “ไม่ๆ เราก็มีค่าตอนเป็นเรตๆ ชั่วโมงละเท่าไหร่ก็ว่าไป เหมือนชาวบ้านเค้า ไม่แพงมาก ปกติค่ะ ไม่ถึงแสน” เห็นคนเม้าท์ว่านางเอกก็ยังได้น้อยกว่าพี่ตุ๊ก? “บ้า ใครเค้าพูด คิดได้ไงเนอะ แก่ป่านนี้แล้วเป็นคุณย่าคุณยายใครเค้าจะมาจ้างเป็นแสนๆ ใครเค้าจะมาจ้างมากกว่านางเอก คนพูดนี้เอาอะไรคิด”

พอเราแก่ตัวแล้วเล่นบทย่ายาย ค่าตัวเราลดเหรอ? “ไม่ลด แต่อย่างหนึ่งจะบอกเลยว่า หนูอย่าเห็นว่า คนแก่ คนอายุเยอะแล้วคุณค่ามันจะลดลง ไม่นะ สาวๆ พี่ทำงานยังไง แก่ๆ พี่ก็ยังทำงานเท่าเดิม พี่ไม่ได้ลดลงตามอายุพี่นะ เผลอๆ พี่จะใส่พลังไปเยอะกว่าเดิมซะอีก เพราะกลัวเด็กๆ มันจะว่า ช่วงนี้พี่ก็มีงานมาเรื่อยๆ”

เห็นว่า คนในวงการบันเทิงกลัวพี่ตุ๊ก? “อาจจะมีช่วงหนึ่ง เพราะเราเหวี่ยงวีนเยอะ อารมณ์ร้อน คือเราเป็นคนพูดจาแบบนี้ เป็นคนตรง เป็นคนพูดจาโผงผาง คนก็จะคิดว่าเราเป็นคนเหวี่ยง ถ้าเหวี่ยงเราเหวี่ยงแรงมาก เพราะว่าเป็นคนที่เอ็กซ์ตรีม ไม่ค่อยมีตรงกลาง แต่ถ้าไม่ผิดจะไปเหวี่ยงเค้าได้ยังไง”

เราเป็นแบบนี้ ไม่กลัวเค้าจะไม่จ้างพี่เหรอ? “ไม่นะ ก็มีงานมาเรื่อยๆ แต่มันอาจจะมีช่วงหนึ่งที่งานหายไป ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะอันนี้รึเปล่า” อย่างเรื่องที่เหวี่ยงวีนมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างได้ไหม? “บางทีเอาเราไปนั่งตั้งแต่ 8 โมงเช้า บ่ายสามยังไม่ถ่ายกันเลย ให้เราไปทำไม”

“ถ้าเราเหวี่ยงวีนไปทั่ว ระรานคนอื่นไปทั่ว คงไม่มีใครจ้างเราถึงทุกวันนี้หรอก จริงมั้ย เราต้องมีเหตุผลของเรา แต่เผอิญที่เราเหวี่ยงวีน เราเป็นคนเสียงดัง เราเลยอาจจะน่ากลัวกว่าคนอื่น คนที่เอาไปพูดต่อ ก็ปล่อยมันไปเถอะ ใครที่ทำบาปทำกรรมกับเราไว้ เดี๋ยวอีกหน่อยก็... เอาเราไปด่าทั้งๆ ที่เราไม่ผิด”

“ใครที่เห็นเราตัวจริง เค้าไม่ได้เห็นเราแบบนั้น เค้าก็รู้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าใครจะเชื่อคำพูดคนอื่น ก็ปล่อยให้มันโง่ไป” จริงๆ พี่ตุ๊กเป็นคนเหวี่ยงวีนมั้ย? “พี่เป็นคนขี้โมโหและใจร้อน แล้วเป็นคนชอบความถูกต้องและยุติธรรม อะไรที่มันไม่ถูก พี่ต้องแก้ทันที แต่เป็นคนที่ไม่มีความอาฆาตแค้นใครนะ เวลาที่เหวี่ยงวีนใคร พี่ก็จะจบตรงนั้น แล้วก็แล้วไป แล้วพี่ก็คุยเล่นกับเค้าได้ ไม่มีการเก็บ ไม่เก็บเด็ดขาด”

เป็นคนที่ยึดถือสัมมาคารวะ? “อ่อใช่ พี่ไม่ชอบเลยเด็กที่ไม่มีสัมมาคารวะ พี่มีความรู้สึกว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอนเหรอ เวลายกมือไหว้ใครมันเป็นการทำความเคารพนะ หากถือถุงถือรองเท้าก็ต้องเอาวางก่อนแล้วค่อยยกมือสวัสดี ไม่ใช่ยกมือข้างเดียวมาสวัสดี แต่จริงๆ มันเป็นวัฒนธรรมของไทยที่ต้องยึดถือปฏิบัติ”

ถ้าเค้าเป็นพระเอกนางเอกเบอร์ดังล่ะ? “พระเอกนางเอกเบอร์ดังคือใคร พ่อแม่เค้าไม่สั่งสอนเหรอ ดังได้ก็ร่วงได้” แสดงว่าเราเคยเจอเด็กๆ ไม่ไหว้? “ใช่” เค้าไม่ไหวก็ช่างเค้า ทำไมต้องมานั่งทำให้เค้ารู้สึก? “มันไม่น่ารัก ที่เราทำแบบนี้ ผลดีมันเกิดขึ้นกับตัวเค้านะ อันนี้คือเราสอนนะ เราหวังดีกับเค้า ยิ่งเค้าเป็นพระเอกนางเอกเบอร์หนึ่ง เค้าต้องทำตัวให้น่ารัก”

การเป็นคนเก่งและเพอร์เฟกต์ เราก็เคยมีงานหลุดมือบ้างเหมือนกัน? “ไม่ได้หลุดมือ แต่เราตกงานเลย ก็คือเค้าเอารายการคืนไป ตอนนั้นเป็นพิธีกรอยู่ 4-5 รายการนะ ก็คือจากที่ทำๆ อยู่แน่นเอี๊ยด หายหมดเลย แล้วละครก็ไม่มี ซึ่งเกิดมาก็ไม่มีสุญญากาศแบบนี้เลย เกือบปีนะที่ไม่มีงานเลย ในปี 48 เกือบข้ามไปปี 49 รายจ่ายเท่าเดิม แต่รายรับเป็นศูนย์”

ช่วงที่ว่างๆ รู้สึกยังไง? “จะเป็นบ้า เครียดมากคอเรสเตอรอลพุ่ง แล้วก็เหมือนคนบ้า ตอนนั้นเราก็คิดมากว่า เราจะหลุดจากวงการแล้วเหรอ เราจะขายไม่ได้แล้วเหรอ”

ช่วงที่มีเวลาว่างเกือบปี เลยทำให้ไปวัด? “เราไปรักษาตัวเอง เคยมีคนชวนเข้าวัดตลอด เค้าบอกว่า เวลามีทุกข์มันช่วยได้นะ เพื่อที่จะเอาธรรมะเข้ามาเยียวยาจิตใจตัวเอง ตอนนั้นไม่คิดว่าจะทำได้หรอก จนกระทั่งธรรมะจัดสรรชีวิต”

ตอนนี้ชีวิตเราเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? “พี่มีความสุขมาก พี่จะตายก็ตายได้นะ เราสามารถลดละเลิกอัตตาลงได้ แล้วจะมีความเมตตาเกิดขึ้นเยอะมาก แล้วเราก็จะส่งความเมตตาไปให้คนอื่นด้วย”

เรื่องความรัก เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยสมหวังเลย? “ไม่สมหวังเลย เป็นคนอาภัพ พี่ก็ไม่ได้มีแฟนคนเดียวนะ พี่มีแฟนนอกเหนือจากพ่อของลูก แล้วก็ไม่เห็นมันจะประสบความสำเร็จเลย เรารู้สึกว่าคนที่เค้ามีดวงเรื่องคู่ดีๆ เค้าก็ต้องอยู่กันแบบล้มหายตายจากกัน แต่เราไม่มี”

ความเจ้าชู้ไม่เป็นผลดีกับชีวิตคู่ใช่ไหม? “มันสนุกดีนะ มันก็มีบางช่วงของชีวิตที่เราสนุกลั้ลลากันบ้าง คือพี่ไม่ใช่คนเจ้าชู้ แต่พี่เป็นคนกุ๊กกิ๊ก ชอบเฟลิร์ต ลั๊ลลาให้ผู้ชายมาจีบ ไม่แรดนะ เป็นคนชอบสนุกสนานเฮฮา”

เลยทำให้คนมองว่าเราดุ๊กดิ๊กไปทั่ว? “แล้วไง ก็ไม่ได้นอนกับเค้าไปทั่วนี่นา” เลยทำให้เค้ามองว่าพี่ตุ๊กเจ้าชู้? “ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ถ้าผู้ชายไม่ซื่อสัตย์กับฝ่ายหญิง เรารู้สึกว่าผู้หญิงมีความจำเป็นต้องทนมั้ย? “บางคนอาจจะต้องทน เพราะว่าไปไหนไม่รอด เอาตัวไม่รอด แต่อย่างที่บอกผู้หญิงสมัยนี้ต้องอัพเดทตัวเอง ต้องมีความรู้ ช่วยเหลือตัวเองได้ เมื่อไหร่ที่เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ ก็เอาวิชาความรู้นั้นมาช่วยเหลือตัวเองให้ได้ แล้วผู้ชายจะเลิกก็เลิกไป”

จำเป็นต้องอดทนมั้ย? “จะไม่ให้อดทนเลยก็ไม่ได้ มันเป็นการฝึกขันติด้วยนะ เมื่อเราอดทนถึงที่สุดแล้ว มันไม่ไหวแล้ว จนกลายเป็นการเบียดเบียนตัวเองมันจะกลายเป็นบาปนะ เราต้องปล่อยเค้าไป” พี่ตุ๊กอยู่เป็นโสดจริงหรือ? “ก็ตั้งแต่เข้าวัดค่ะ มันทำให้พี่คิดได้ ว่าการมีความรักสำหรับพี่ มันคือการแบกรับทุกข์ไว้กับตัว มีรักเมื่อไหร่ มีทุกข์เมื่อนั้น มันคือตัวพี่นะ” พี่มีความสุขกับชีวิตปัจจุบันไหม? “มากที่สุด ถ้าเทียบกัน เมื่อ 40 ปีที่แล้ว กับ 10 ปีหลัง พี่มีความสุขกับ 10 ปีหลังมากกว่า”

มีคนเม้าท์มาว่า สวยๆ อย่างพี่ตุ๊ก มีคนมาขายขนมจีบ? “ไม่มีเลยค่ะ ไม่อยากมีกุ๊กกิ๊กไรแล้ว พี่มีธรรมะชโลมใจแล้ว มีอย่างอื่นชโลมใจ พี่มีลูกที่น่ารัก ช่วยดูแลกิจการ”

พูดถึงลูกชายหน่อย อายุเท่าไหร่แล้ว? “ลูกพี่แก่แล้ว 40 แล้ว โตเป็นผู้ใหญ่ เค้าก็เคยเกเรทำให้เราเป็นทุกข์มาก น้ำตาเป็นสายเลือด แต่เค้าเปลี่ยนเพราะว่า พี่เปลี่ยนด้วยแหละ มันเหมือนเป็นแรงสะท้อน เมื่อก่อนเราส่งไปแรง มันเลยแรงกลับมา พอมาตอนนี้เราส่งไปเบา มันก็เลยเบากลับมา มันโทษใครไม่ได้ เพราะเราเลี้ยงด้วยตัวเราเอง”.