วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรธ.เตรียมส่งร่าง ก.ม.ลูกเบื้องต้นให้ ป.ป.ช.ชงความเห็น 5 ต.ค.นี้

กรธ.เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.ส.ส.-ส.ว.ให้ สนช.พิจารณา พ.ย.นี้ ส่วนร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.พิจารณารายมาตราเสร็จแล้ว มี 188 มาตรา เตรียมส่งร่างเบื้องต้นให้ ป.ป.ช.เสนอความเห็น 5 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.60 ที่รัฐสภา นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.เตรียมจะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 21 พ.ย.นี้ และคาดว่า สนช.จะบรรจุระเบียบวาระเพื่อลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ในวันที่ 23 พ.ย. จากนั้นจะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับ สนช.ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ และ สนช.จะนัดประชุมรับหลักการในวาระที่ 1 วันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งกำหนดการเหล่านี้ กรธ.ได้ประสานงานกับ สนช.ไว้เบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว

นายนรชิต กล่าวต่อว่า ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนั้น ทาง กรธ.ได้พิจารณาเรียงรายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีจำนวน 188 มาตรา แบ่งออกเป็น 11 หมวด และบทเฉพาะกาล ซึ่งจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายในวันที่ 5 ต.ค.เพื่อให้พิจารณาในรายละเอียดและส่งความคิดเห็นกลับมายัง กรธ.ภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนที่ กรธ.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้ สนช.ภายในวันที่ 24 ต.ค.ต่อไป

นายนรชิต กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ การมุ่งเน้นให้ ป.ป.ช.ทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามเป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ส่วนคดีในลักษณะประพฤติมิชอบ เช่น การกระทำผิดวินัยหรือจริยธรรม ป.ป.ช.จะไม่เข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบเอง โดยหาก ป.ป.ช.พบข้อเท็จจริงก็สามารถส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบต่อไปได้ ทั้งนี้เพื่อลดจำนวนคดีที่ค้างอยู่ในระบบของ ป.ป.ช.ให้มีจำนวนน้อยลง นอกจากนี้ กรธ.ยังกำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค ไม่เกิน 12 ภาคทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล ป.ป.ช.จังหวัด รวมไปถึงการทำหน้าที่ไต่สวนที่ได้รับมอบหมายจาก ป.ป.ช.ส่วนกลาง

นายนรชิต กล่าวต่อว่า ขณะที่การดำรงอยู่ของกรรมการป.ป.ช.ชุดปัจจุบันนั้น กรธ.ได้วางหลักว่า จะพิจารณาคุณสมบัติเป็นหลัก หากกรรมการป.ป.ช.คนใดมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ แต่หากใครมีคุณสมบัติไม่ครบและมีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยกระบวนการในการพิจารณากรณีดังกล่าวจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสรรหา ภายใน 20 วัน จากนั้นคณะกรรมการสรรหาจะทำหน้าที่ในการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามให้เสร็จภายใน 15 วัน