วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แบบไหนคุ้มกว่ากัน? เปรียบมวย iPhone รุ่นใหม่ VS ตกรุ่น สาวกต้องรู้!

การซื้อมือถือเป็นการลงทุนที่สำคัญในยุคนี้ เพราะเป็นช่องทางทำเงินและติดต่อประสานงานสำหรับ “เศรษฐีคีย์บอร์ด” ต่างก็อยู่บนมือถือทั้งนั้น ดังที่ผมเล่าให้ฟังในบทความครั้งที่แล้ว (อ่านได้ใน: เล่นมือถือเครื่องเดียวกัน แต่รวยไม่เท่ากัน)

ช่วงนี้ iPhone รุ่นใหม่กำลังจะเข้าไทยพอดี หลายคนกำลังชั่งใจดูว่าจะเปลี่ยนเครื่องดีหรือไม่ จะซื้อรุ่นใหม่หรือรุ่นที่แล้วที่ปรับลดราคาลงมาถึงจะคุ้มค่ากว่ากัน

จากสถิติราคาเฉลี่ยการซื้อ-ขายของ iPhone สำหรับรุ่นเริ่มต้นในรอบ 3 ปีล่าสุด ราคาซื้อเครื่องใหม่รุ่นล่าสุดจะอยู่ที่ประมาณ 26,500 บาท และราคาเครื่องใหม่ที่ตกรุ่น หลังจากมีรุ่นใหม่กว่าออกมา จะลดลงประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อปี

โดยราคาเครื่องมือสองก็จะลดลงไปอีก 5,000-7,000 บาท จากราคาของเครื่องใหม่ที่ตกรุ่น (โดยเฉลี่ยจากที่ขายกันในเว็บไซต์ขายของมือสอง เพราะหากขายตามร้าน ราคารับซื้อจะถูกกว่านี้ และราคาที่ร้านขายให้เราจะแพงกว่านี้ ประมาณ 500-1,000 บาท)

เมื่อคิดค่าใช้จ่ายในการใช้ iPhone เครื่องนึงต่อปี โดยคำนวณจากราคาซื้อเครื่องใหม่รุ่นล่าสุด เครื่องใหม่ที่ตกรุ่น และเครื่องมือสองที่ตกรุ่น นำมาลบกับราคาที่เราสามารถขายออกหลังใช้งานแล้ว และตกรุ่นไปแล้ว 1-3 ปี จากนั้นนำมาหารด้วยจำนวนปีที่ใช้ก่อนนำไปขาย

จะพบว่า หากไม่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมเครื่องเลย การซื้อเครื่องใหม่ล่าสุดแล้วใช้เป็นระยะเวลา 2 ปีแล้วจึงนำไปขายจะคุ้มค่าที่สุด

โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ (26,900-11,500)/2 = 7,700 บาทต่อปี แต่หากมีค่าซ่อมเครื่องมากกว่า 1,700 บาท เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน 2 ปีนี้ (เช่น มีการเปลี่ยนแบต เปลี่ยนจอ) การใช้เครื่องเพียงปีเดียวแล้วขาย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 9,400 บาทต่อปี จะคุ้มค่ากว่า

อีกปัจจัยที่ทำให้การซื้อเครื่องใหม่รุ่นล่าสุดแล้วขายใน 1 ปี เป็นการลงทุนที่คุ้มกว่าใช้งานมากกว่า 1 ปี คือการที่โปรจากเครือข่ายมือถือต่างๆ ลดราคาเครื่องให้อีกประมาณ 4,000-5,000 บาท เมื่อเราทำสัญญา 12 เดือน

ซึ่งถ้าเรามองว่า Package รายเดือนที่เป็นเงื่อนไขการทำสัญญานั้น เหมาะกับการใช้งานของเรา​ หรือเป็น Package ที่เราต้องจ่ายอยู่แล้ว ก็จะยิ่งเห็นว่าต้นทุนของการออกเครื่องใหม่พร้อมทำสัญญาใหม่ทุกปี จะคุ้มค่ากว่าการใช้งาน 2 ปี โดยไม่เปลี่ยนเครื่องอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ เราพูดถึงเฉพาะความคุ้มค่าในแง่ของตัวเงินอย่างเดียว ยังไม่นับรวมประสิทธิภาพของ Feature และ Function การใช้งานต่างๆ ที่สูงขึ้นทุกครั้งที่เปลี่ยนเครื่องใหม่

ข้อสรุปในการเลือกว่าจะเปลี่ยนเครื่องทุก 1 ปี หรือมากกว่านั้น และจะซื้อเครื่องรุ่นใหม่ หรือเครื่องตกรุ่นที่ถูกปรับลดราคาลงมา ต้องดูขนาดกระเป๋า ณ​ ขณะนั้นด้วยว่า มีความเหมาะสมแค่ไหน

เมื่อเราตัดสินใจ “ลงทุน” ไปแล้ว หากสามารถนำไปใช้ในการทำธุรกิจ และการทำงานให้มีประสิทธิภาพและมีกำไรมากขึ้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ


ที่มา : คอลัมน์ เศรษฐีคีย์บอร์ด
ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน


*ล้อมกรอบ*
คอลัมน์ “เศรษฐีคีย์บอร์ด” เป็นคอลัมน์ใหม่ของ ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน (www.thuntee.com) ผู้ปั้น iTAX แอปจัดการภาษี ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และเทคนิคการใช้เทคโนโลยีสำหรับคนทำธุรกิจ งานอิสระ หรือคนที่กำลังหาช่องทางเพิ่มเติมจากงานประจำ เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด ทั้งเป็น “ตัวเงิน” และ “ความสุข” หากท่านผู้อ่านสนใจเรื่องใด สามารถเสนอหรือพูดคุยทาง www.facebook.com/drthuntee กับเขาได้เลย