วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำปุ๋ยเจลบีด ลดต้นทุนปลูกมันสำปะหลัง

การใส่ปุ๋ยในไร่มันสำปะหลัง แม้จะมีการนำดินไปตรวจวิเคราะห์ เพื่อให้ใส่ปุ๋ยตรงตามความต้องการของพืชแล้วก็ตาม แต่ผลผลิตที่ได้กลับไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวไร่เป็นประจำ

ผศ.ดร.ณัฐบดี วิริยาวัฒน์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยว่า การปลูกมันสำปะหลัง เกษตรกรต้องใส่ปุ๋ยเคมี 2 ครั้ง ครั้งละ 50 กก./ไร่ แต่กลับได้ผลผลิตน้อย แทบไม่คุ้มทุน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะระยะเวลาการละลายของปุ๋ยเร็วเกินไป ทำให้มันสำปะหลังดูดซึมปุ๋ยไปใช้ได้ไม่ทัน นอกจากจะทำให้เกิดการสูญเปล่า ยังมีปัญหาปุ๋ยไหลไปตกค้างทำให้หน้าดินแข็งเสื่อมสภาพ เกษตรกรต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า และยังต้องจ่ายค่าแรงจ้างคนงานใส่ปุ๋ย กลายเป็นปัญหาต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง

“บางพื้นที่ต้นมันสำปะหลังเจริญเติบโตไม่ค่อยดีนัก เป็นเพราะพืชดูดใช้ปุ๋ยได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ บางส่วนไหลไปตามน้ำ และถูกหน้าดินบริเวณที่ไม่ได้ปลูกพืชเก็บกักไว้ จากปัญหาดังกล่าวทีมวิจัยจึงคิดผลิตปุ๋ยเจลบีด ควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหาร โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนทุนวิจัย”

ผศ.ดร.ณัฐบดี กล่าวต่อว่า ปุ๋ยนับว่ามีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งหลังจากทีมวิจัยได้ปรับสูตรปุ๋ยเคมี+อินทรีย์ ให้ตรงตามความต้องการของพืชแล้ว จึงคิดวิธีทำให้ปุ๋ยละลายช้า ด้วยการนำเจลทำมาจากโพลิเมอร์ธรรมชาติมาเคลือบเม็ดปุ๋ย ในความหนาที่มีความเหมาะสมกับระยะเวลาการปลูกและช่วงเวลาการเจริญเติบโต

เมื่อนำปุ๋ยเจลบีดไปทดสอบในแปลงมันสำปะหลัง พื้นที่ ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ทำการเปรียบเทียบกับแปลงที่ใส่ปุ๋ยเคมีทั่วไปพบว่า ใน 1 รอบการปลูกของแปลงปกติที่เกษตรกรต้องใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง ครั้งละ 50 กก.ต่อไร่ ให้ผลผลิตและเปอร์เซ็นต์แป้งไม่ต่างจากแปลงที่ใช้ปุ๋ยเจลบีด แต่การใช้ปุ๋ยเจลบีดช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยและค่าจ้างแรงงานใส่ปุ๋ยได้ 50% เพราะการปลูกมันสำปะหลัง 1 รอบ ใส่ปุ๋ยเจลบีดแค่ครั้งเดียว.