วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะพัดร้อยล้านต่อคู่! เจาะโค้ดลับใครต่อใครรอง แฉกลยุทธ์โสมมวางยานักมวย

หลังจากตอนที่แล้ว “แฉกลโกง วางยานักมวยปล้นชัย! คุ้ยเบื้องลึกสังเวียนผ้าใบพัวพันวงการพนัน” เป็นการเปิดโปงขบวนการวางยานักมวยว่า “มีอยู่จริง” ทั้งยัง “มีมานาน” แล้วด้วย และจุดประสงค์ในการปล้นชัยก็เพื่อ “การพนัน” เป็นเป้าหมายสำคัญ!

ครั้งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับแหล่งข่าวในวงการมวยหลายท่าน เพื่อมาให้ข้อมูลเชิงลึกถึงประเด็นดังกล่าว...

เงินพนันหมุนเวียนหลักล้านถึงร้อยล้านต่อคู่!

นายเอ นักวิจารณ์มวยอาชีพ เล่าว่า เงินหมุนเวียนในการพนันตกคู่ละหลายสิบล้านบาท และสูงถึงร้อยล้านบาทก็เคยมีมาแล้ว เนื่องจากมีคนเล่นพนันกันทั่วประเทศ และขึ้นอยู่กับคู่มวยตัวไหนโดดเด่น หรือขึ้นมาชกกันแบบถูกคู่หรือไม่

“ปกติเวลาที่ผมเล่นไม่เยอะครับ เล่นแบบพอเพียงให้พออยู่ได้ ถ้าตัวไหนชอบก็เล่นหมื่นกว่าบาท แต่ถ้าอยากชัวร์จริงๆ ก็เล่น 2 ข้างๆ ละ 3 พัน กับ 2 พัน เพราะหากมวยพลิกมาเราก็ได้ โดยถือคติที่ว่าได้น้อยแต่ได้แน่” นักวิจารณ์มวย อธิบาย

ด้าน นายบี เซียนมวย เผยว่า คนที่เข้ามาดูมวย 97% เป็นคนที่เข้ามาเล่นการพนัน ซึ่งจำนวนเงินที่เล่นกันแต่ละคู่เป็นหลักล้านขึ้นแน่นอน ยิ่งหากเป็นมวยที่ดูแล้วว่าสูสีชกกันสนุกมีถึงหลัก 10 ล้าน ส่วนที่เหลือจะเป็นกลุ่มที่ตามแฟนมาดูและคนที่ชอบดูมวยแต่ไม่ชอบเล่นการพนัน ดังนั้น เมื่อมีนักพนันจำนวนมากย่อมมีการโกงเกิดขึ้น อาจจะเป็นการล้มมวยหรือการวางยา ซึ่งทุกวันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่

“การพนันมันไม่มีอะไรแน่นอน คนที่เอาตัวรอดจากสนามมวยได้ เล่นแล้วได้มากกว่าเสีย คนนั้นการพนันเก่งทุกอย่าง จะไปโกงเขาก็ไม่ได้” เซียนมวย เผย

เปิดแท็กติกเซียนมวย วิเคราะห์ฝ่ายไหนกำชัย!

“การพนันอยู่ที่ไหน การโกงก็อยู่ที่นั่น” นายเอ นักวิจารณ์มวยอาชีพ ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ด้วยว่า การที่มวยล้มเกิดจากราคาไม่ธรรมชาติ แย่งกันเล่น ราคาผิดสังเกต โดยให้ดูจากกระแสคนที่เล่น ซึ่งจุดนี้จะเป็นหลักฐานที่ชัดเจน เช่น แต่ก่อนคนนี้เล่นคู่หนึ่งไม่เกินหมื่น แต่ครั้งนี้เล่น 2-3 แสน...อะไรที่ทำให้มั่นใจกล้าเดิมพันด้วยเงินมากมายขนาดนั้น!?

นายเอ อธิบายว่า “มวยคู่คี่ เช่น นาย ก ส่งซิกเป็นโค้ดลับให้นาย ข และแฟนมวยตามไม่ทัน แดงทำน้ำเงินต่อ สุดท้ายคนที่ทำแพ้คนต่อ แต่ราคาอยู่ที่แดง สงสัยว่าคนนี้มีของแน่นอน สุดท้ายกรรมการก็ชูให้แดงชนะ ก็ผิดคาดสายตาเรา ทำไมน้ำเงินได้เยอะ น้ำเงินไม่ชนะตามอาวุธมวย แต่สู้อำนาจเงินไม่ได้ นี่แหละวงการพนันมวย ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่เอาด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา เพื่อจะได้เงินเข้ากระเป๋าของตัวเอง”

เงินไม่เข้าใครออกใคร...คนวางยาอาจจะเป็นคนใกล้ตัว!?

นายบี ยกตัวอย่างว่า “สมมติว่า ฝ่ายแดงโดนยา ยกแรกๆ 1-2 ยายังไม่ออกฤทธิ์ ฝ่ายแดงทำน้ำเงินเอา ส่วนมากการวางยาจะเกิดในคู่ที่ 3-7 ซึ่งเป็นช่วงที่มีคนเข้ามาดูเยอะ คนที่เล่นก็ยังจะเล่นน้ำเงินต่ออยู่ ซึ่งแบบนี้ถือว่าผิดปกติแล้ว ถ้าเล่นโดยธรรมชาติแดงทำน้ำเงิน ฉะนั้น แดงต้องเป็นต่อ นี่คือบรรยากาศการเล่นที่ผิดปกติ ซึ่งก็จะมีกลุ่มแก๊งที่เล่นสกปรกอยู่ แต่ผมไม่ยุ่งเพราะผมถือว่ามันเป็นการเอาเปรียบคนอื่นๆ ถามว่าเป็นเรื่องที่รู้กันไหม มันตอบยาก เพราะบางทีคนทำก็อาจจะเป็นพ่อนักมวยเองก็ได้ เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครหรอกครับ”

ท้ายที่สุด คำถามที่หลายคนอยากรู้...สรุปเป็นฝีมือของใครกันแน่? นักวิจารณ์มวย หัวเราะก่อนตอบว่า “เราไม่รู้หรอกว่าใครทำ แต่เรารู้ว่าการเล่นมันผิดสังเกตตรงนี้ และถ้าเรารู้ก็คงดีเราจะได้เล่นตามเขา (หัวเราะ) แต่ส่วนใหญ่คนที่ทำแบบนี้จะเป็นคนที่เอาเปรียบเซียนมวยคนอื่นๆ”

แฉ 3 กลวิธีวางยา จ้องทำร้ายนักมวย เพื่อเงินพนัน

สุนทร อู่ทอง ผู้ดูแลค่าย ส.สมหมาย อ.ขวัญเมือง ซึ่งทั้งเสกสรร และเพชรอู่ทอง นักมวยในค่ายเคยโดน “ผู้ไม่หวังดี” วางยามาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ให้ข้อมูลจากประสบการณ์ถึง 3 กรณีที่นักมวยจะถูกทำร้ายจากการ “วางยา” เพราะลงทุนน้อย แต่ได้ผลตอบแทนสูง

กรณีแรก
สับเปลี่ยนของหน้าเวที บางทีพี่เลี้ยงอาจจะเผอเรอวางของแล้วไปเข้าห้องน้ำ คนพวกนี้อาจจะฉวยโอกาสสับเปลี่ยนของที่เตรียมไว้ได้

กรณีที่สอง
สับเปลี่ยนของในร้านสะดวกซื้อ โดยคนพวกนี้จะรู้ว่านักมวยมากี่โมง และจะแวะซื้อเครื่องดื่มที่ไหนบ้าง จากนั้น จะเอาเครื่องดื่มที่ผสมยาไปสับเปลี่ยนบนช่องวางของด้านหน้าสุดประมาณ 4-5 ขวด และหยิบขวดของทางร้านมาจ่ายเงินแทน เมื่อนักมวยมาถึงก็มักจะหยิบขวดหน้าๆ ไปดื่ม ต่อมา เมื่อนักมวยออกจากร้านสะดวกซื้อ คนพวกนี้ก็จะกลับเข้าไปในร้านและหยิบขวดผสมยาที่เหลือไปจ่ายเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นไปหยิบโดนขวดนั้น

กรณีที่สาม
คนในค่ายมวยอาจจะเป็น “หนอนบ่อนไส้” แต่มีไม่เยอะ เช่น เทรนเนอร์เงินเดือนหมื่นห้า แต่คนจ้างให้สามหมื่นวางยาเด็ก

อย่างไรก็ตาม สำหรับการป้องกันนั้น ทุกค่ายมวยจะนำเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า เกลือแร่ ซุปไก่สกัด พกไปเอง โดยจะแวะร้านสะดวกซื้อตามที่ต่างๆ ที่สำคัญ คือ “ต้องเปลี่ยนที่ซื้อ” อยู่เรื่อยๆ เนื่องจากการซื้อร้านประจำมีโอกาสถูกสับเปลี่ยนได้ ซึ่งจะมี “ผู้ไม่หวังดี” คอยจ้องจะเล่นงานอยู่

“คนรู้จัก ใกล้ชิด หรือคนใจดีเอาของมาให้เราจะรู้ทันทีเมื่อเด็กมีอาการว่าเป็นใคร แต่มักจะจ้างลูกน้อง วินมอเตอร์ไซค์ คนแปลกหน้าเข้าไปทำงานให้ ซึ่งคนบงการก็เป็นคนในวงการพนันมวย หรืออดีตเทรนเนอร์นักมวยจ้างลูกน้องอีกที” ผู้ดูแลค่ายมวย แฉกลคนใจบาป

แพทย์สนามมวย เผย กลุ่มยา 2 ชนิดมักใช้วางยานักมวย

นพ.สุทธิชัย โชคกิจชัย แพทย์ประจำเวทีมวยลุมพินี ได้ให้ข้อมูลเรื่องชนิดของยาที่คนไม่หวังดีแอบนำมาสับเปลี่ยนให้นักมวย ว่า ยาที่พบว่ามักจะนำมาวางยานักมวย จะเป็นยา 2 กลุ่ม คือ... กลุ่มแรก ยาขับปัสสาวะ จะทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย และกลุ่มที่สอง ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้มีอาการมึนงง ง่วง ไม่สดใส

จะรู้ได้ 100% หรือไม่ว่าเป็นยาอะไรนั้น จะต้องตรวจเลือดว่ามียาตัวนั้นอยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ และต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ ซึ่งการตรวจจะต้องระบุชัดเจนว่า สงสัยยาตัวไหน เพราะน้ำยาหรือเครื่องมือที่เอามาตรวจแต่ละตัวแตกต่างกัน ดังนั้น การจะตรวจหาชนิดยาให้ได้ 100% จึงเป็นเรื่องยาก แต่แพทย์จะใช้วินิจฉัยโดยการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก

“สิ่งที่สังเกตเห็นนักมวยว่าโดนวางยา คือ ปัสสาวะบ่อยมาก เป็นตะคริว หมดสติ หมดแรง ทั้งๆ ที่ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญเวลาชก อย่างกรณีที่เกิดขึ้น “ต่วนเป๋” ยังไม่ทันจะชกก็มีอาการอาเจียน และในที่สุดก็หมดสติไปเลย แพทย์ต้องซักประวัติว่าก่อนหน้านี้มีอาการอะไรมาก่อนหรือไม่ อย่างปัสสาวะบ่อย แบบนี้เราก็พอจะบอกได้ว่า น่าจะเกิดจากการโดนวางยา” แพทย์ประจำเวทีมวยลุมพินี อธิบาย

ใช้ยาปริมาณน้อย หวังผลขึ้นชกได้ แต่ลดประสิทธิภาพ

เมื่อถามว่า ยาที่ใช้ “อันตราย” ต่อนักมวยมากน้อยเพียงใด นพ.สุทธิชัย ตอบว่า ส่วนใหญ่ยาที่ใช้กันไม่ถึงกับเป็นอันตรายต่อร่างกายมากมาย เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของการวางยา เพื่อทำให้ประสิทธิภาพในการชกน้อยลง เช่น ใช้ยาขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำ เสียเกลือแร่ออกจากร่างกายในระดับหนึ่งเท่านั้น โดยที่ตัวนักมวยยังสามารถที่จะขึ้นไปชกได้ แต่ประสิทธิภาพในการชกไม่เหมือนตอนที่ร่างกายปกติ ขณะที่ ใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เพื่อให้นักมวยไม่สามารถตัดสินใจหรือใช้อาวุธมวยได้เหมือนปกติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามชนะ...แต่หากใช้ยาในปริมาณมาก นักมวยจะมีอาการรุนแรง จนไม่สามารถขึ้นชกได้

“สำหรับการวางยาจะอยู่ในรูปแบบน้ำหรืออาหาร โดยการวางยาจะมี 2 รูปแบบ 1.ตั้งใจจะวางยานักมวยคนนี้ สิ่งที่ทำคือเอายาผสมน้ำหรืออาหารและให้คนใกล้ชิดเอาไปให้กินหรือดื่ม และ 2.วางไว้เฉยๆ รอดูว่านักมวยคนไหนก็ได้ที่ขึ้นชกในวันนั้น หยิบเอาน้ำหรืออาหารที่ผสมยาไปทาน แสดงว่าเป็นเหยื่อติดเบ็ดแล้ว จากที่เฝ้าดูอยู่เมื่อเห็นก็จะไปเล่นพนันฝั่งตรงข้าม” แพทย์ประจำเวทีมวยลุมพินี เล่าจากประสบการณ์

จับมือใครดมยาก! แม้มีกฎหมายคุมแต่ไร้หลักฐาน

พ.ร.บ.กีฬามวย 2542 มาตรา 61 ผู้ใดปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อให้นักมวยเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้น น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพหรือทำให้นักมวยเสื่อมถอยกำลังที่จะชกมวยได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ทว่า สุนทร อู่ทอง ผู้ดูแลค่าย ส.สมหมาย อ.ขวัญเมือง ให้ความเห็นว่า ถึงแม้จะมีกฎหมายมวยแต่ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะบางทีก็จับมือใครดมไม่ได้ หรือเมื่อถึงเวลาสืบสาวหาตัวคนผิดเจอก็เจอแต่ตัวเล็กๆ และก็ปล่อยตัวไป เพราะไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน ก็เหมือนกับการจ้างล้มมวย ไม่มีสัญญาต่อกัน หลักฐานก็ไม่มี ดังนั้น มองว่า ผู้ดูแลกฎหมายควรลงมาเข้มงวดกับเรื่องนี้มากขึ้น.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

แฉกลโกง วางยานักมวยปล้นชัย! คุ้ยเบื้องลึกสังเวียนผ้าใบพัวพันวงการพนัน