วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สะพัดร้อยล้านต่อคู่! เจาะโค้ดลับใครต่อใครรอง แฉกลยุทธ์โสมมวางยานักมวย

สะพัดร้อยล้านต่อคู่! เจาะโค้ดลับใครต่อใครรอง แฉกลยุทธ์โสมมวางยานักมวย

  • Share:

หลังจากตอนที่แล้ว “แฉกลโกง วางยานักมวยปล้นชัย! คุ้ยเบื้องลึกสังเวียนผ้าใบพัวพันวงการพนัน” เป็นการเปิดโปงขบวนการวางยานักมวยว่า “มีอยู่จริง” ทั้งยัง “มีมานาน” แล้วด้วย และจุดประสงค์ในการปล้นชัยก็เพื่อ “การพนัน” เป็นเป้าหมายสำคัญ!

ครั้งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับแหล่งข่าวในวงการมวยหลายท่าน เพื่อมาให้ข้อมูลเชิงลึกถึงประเด็นดังกล่าว...

เงินพนันหมุนเวียนหลักล้านถึงร้อยล้านต่อคู่!

นายเอ นักวิจารณ์มวยอาชีพ เล่าว่า เงินหมุนเวียนในการพนันตกคู่ละหลายสิบล้านบาท และสูงถึงร้อยล้านบาทก็เคยมีมาแล้ว เนื่องจากมีคนเล่นพนันกันทั่วประเทศ และขึ้นอยู่กับคู่มวยตัวไหนโดดเด่น หรือขึ้นมาชกกันแบบถูกคู่หรือไม่

“ปกติเวลาที่ผมเล่นไม่เยอะครับ เล่นแบบพอเพียงให้พออยู่ได้ ถ้าตัวไหนชอบก็เล่นหมื่นกว่าบาท แต่ถ้าอยากชัวร์จริงๆ ก็เล่น 2 ข้างๆ ละ 3 พัน กับ 2 พัน เพราะหากมวยพลิกมาเราก็ได้ โดยถือคติที่ว่าได้น้อยแต่ได้แน่” นักวิจารณ์มวย อธิบาย

ด้าน นายบี เซียนมวย เผยว่า คนที่เข้ามาดูมวย 97% เป็นคนที่เข้ามาเล่นการพนัน ซึ่งจำนวนเงินที่เล่นกันแต่ละคู่เป็นหลักล้านขึ้นแน่นอน ยิ่งหากเป็นมวยที่ดูแล้วว่าสูสีชกกันสนุกมีถึงหลัก 10 ล้าน ส่วนที่เหลือจะเป็นกลุ่มที่ตามแฟนมาดูและคนที่ชอบดูมวยแต่ไม่ชอบเล่นการพนัน ดังนั้น เมื่อมีนักพนันจำนวนมากย่อมมีการโกงเกิดขึ้น อาจจะเป็นการล้มมวยหรือการวางยา ซึ่งทุกวันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่

“การพนันมันไม่มีอะไรแน่นอน คนที่เอาตัวรอดจากสนามมวยได้ เล่นแล้วได้มากกว่าเสีย คนนั้นการพนันเก่งทุกอย่าง จะไปโกงเขาก็ไม่ได้” เซียนมวย เผย

เงินพนันหมุนเวียนหลักล้านถึงร้อยล้านต่อคู่!
เปิดแท็กติกเซียนมวย วิเคราะห์ฝ่ายไหนกำชัย!

“การพนันอยู่ที่ไหน การโกงก็อยู่ที่นั่น” นายเอ นักวิจารณ์มวยอาชีพ ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ด้วยว่า การที่มวยล้มเกิดจากราคาไม่ธรรมชาติ แย่งกันเล่น ราคาผิดสังเกต โดยให้ดูจากกระแสคนที่เล่น ซึ่งจุดนี้จะเป็นหลักฐานที่ชัดเจน เช่น แต่ก่อนคนนี้เล่นคู่หนึ่งไม่เกินหมื่น แต่ครั้งนี้เล่น 2-3 แสน...อะไรที่ทำให้มั่นใจกล้าเดิมพันด้วยเงินมากมายขนาดนั้น!?

นายเอ อธิบายว่า “มวยคู่คี่ เช่น นาย ก ส่งซิกเป็นโค้ดลับให้นาย ข และแฟนมวยตามไม่ทัน แดงทำน้ำเงินต่อ สุดท้ายคนที่ทำแพ้คนต่อ แต่ราคาอยู่ที่แดง สงสัยว่าคนนี้มีของแน่นอน สุดท้ายกรรมการก็ชูให้แดงชนะ ก็ผิดคาดสายตาเรา ทำไมน้ำเงินได้เยอะ น้ำเงินไม่ชนะตามอาวุธมวย แต่สู้อำนาจเงินไม่ได้ นี่แหละวงการพนันมวย ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่เอาด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา เพื่อจะได้เงินเข้ากระเป๋าของตัวเอง”

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
เงินไม่เข้าใครออกใคร...คนวางยาอาจจะเป็นคนใกล้ตัว!?

นายบี ยกตัวอย่างว่า “สมมติว่า ฝ่ายแดงโดนยา ยกแรกๆ 1-2 ยายังไม่ออกฤทธิ์ ฝ่ายแดงทำน้ำเงินเอา ส่วนมากการวางยาจะเกิดในคู่ที่ 3-7 ซึ่งเป็นช่วงที่มีคนเข้ามาดูเยอะ คนที่เล่นก็ยังจะเล่นน้ำเงินต่ออยู่ ซึ่งแบบนี้ถือว่าผิดปกติแล้ว ถ้าเล่นโดยธรรมชาติแดงทำน้ำเงิน ฉะนั้น แดงต้องเป็นต่อ นี่คือบรรยากาศการเล่นที่ผิดปกติ ซึ่งก็จะมีกลุ่มแก๊งที่เล่นสกปรกอยู่ แต่ผมไม่ยุ่งเพราะผมถือว่ามันเป็นการเอาเปรียบคนอื่นๆ ถามว่าเป็นเรื่องที่รู้กันไหม มันตอบยาก เพราะบางทีคนทำก็อาจจะเป็นพ่อนักมวยเองก็ได้ เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครหรอกครับ”

ท้ายที่สุด คำถามที่หลายคนอยากรู้...สรุปเป็นฝีมือของใครกันแน่? นักวิจารณ์มวย หัวเราะก่อนตอบว่า “เราไม่รู้หรอกว่าใครทำ แต่เรารู้ว่าการเล่นมันผิดสังเกตตรงนี้ และถ้าเรารู้ก็คงดีเราจะได้เล่นตามเขา (หัวเราะ) แต่ส่วนใหญ่คนที่ทำแบบนี้จะเป็นคนที่เอาเปรียบเซียนมวยคนอื่นๆ”

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
แฉ 3 กลวิธีวางยา จ้องทำร้ายนักมวย เพื่อเงินพนัน

สุนทร อู่ทอง ผู้ดูแลค่าย ส.สมหมาย อ.ขวัญเมือง ซึ่งทั้งเสกสรร และเพชรอู่ทอง นักมวยในค่ายเคยโดน “ผู้ไม่หวังดี” วางยามาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ให้ข้อมูลจากประสบการณ์ถึง 3 กรณีที่นักมวยจะถูกทำร้ายจากการ “วางยา” เพราะลงทุนน้อย แต่ได้ผลตอบแทนสูง

กรณีแรก
สับเปลี่ยนของหน้าเวที บางทีพี่เลี้ยงอาจจะเผอเรอวางของแล้วไปเข้าห้องน้ำ คนพวกนี้อาจจะฉวยโอกาสสับเปลี่ยนของที่เตรียมไว้ได้

กรณีที่สอง
สับเปลี่ยนของในร้านสะดวกซื้อ โดยคนพวกนี้จะรู้ว่านักมวยมากี่โมง และจะแวะซื้อเครื่องดื่มที่ไหนบ้าง จากนั้น จะเอาเครื่องดื่มที่ผสมยาไปสับเปลี่ยนบนช่องวางของด้านหน้าสุดประมาณ 4-5 ขวด และหยิบขวดของทางร้านมาจ่ายเงินแทน เมื่อนักมวยมาถึงก็มักจะหยิบขวดหน้าๆ ไปดื่ม ต่อมา เมื่อนักมวยออกจากร้านสะดวกซื้อ คนพวกนี้ก็จะกลับเข้าไปในร้านและหยิบขวดผสมยาที่เหลือไปจ่ายเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นไปหยิบโดนขวดนั้น

กรณีที่สาม
คนในค่ายมวยอาจจะเป็น “หนอนบ่อนไส้” แต่มีไม่เยอะ เช่น เทรนเนอร์เงินเดือนหมื่นห้า แต่คนจ้างให้สามหมื่นวางยาเด็ก

อย่างไรก็ตาม สำหรับการป้องกันนั้น ทุกค่ายมวยจะนำเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า เกลือแร่ ซุปไก่สกัด พกไปเอง โดยจะแวะร้านสะดวกซื้อตามที่ต่างๆ ที่สำคัญ คือ “ต้องเปลี่ยนที่ซื้อ” อยู่เรื่อยๆ เนื่องจากการซื้อร้านประจำมีโอกาสถูกสับเปลี่ยนได้ ซึ่งจะมี “ผู้ไม่หวังดี” คอยจ้องจะเล่นงานอยู่

“คนรู้จัก ใกล้ชิด หรือคนใจดีเอาของมาให้เราจะรู้ทันทีเมื่อเด็กมีอาการว่าเป็นใคร แต่มักจะจ้างลูกน้อง วินมอเตอร์ไซค์ คนแปลกหน้าเข้าไปทำงานให้ ซึ่งคนบงการก็เป็นคนในวงการพนันมวย หรืออดีตเทรนเนอร์นักมวยจ้างลูกน้องอีกที” ผู้ดูแลค่ายมวย แฉกลคนใจบาป

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
แพทย์สนามมวย เผย กลุ่มยา 2 ชนิดมักใช้วางยานักมวย

นพ.สุทธิชัย โชคกิจชัย แพทย์ประจำเวทีมวยลุมพินี ได้ให้ข้อมูลเรื่องชนิดของยาที่คนไม่หวังดีแอบนำมาสับเปลี่ยนให้นักมวย ว่า ยาที่พบว่ามักจะนำมาวางยานักมวย จะเป็นยา 2 กลุ่ม คือ... กลุ่มแรก ยาขับปัสสาวะ จะทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย และกลุ่มที่สอง ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้มีอาการมึนงง ง่วง ไม่สดใส

จะรู้ได้ 100% หรือไม่ว่าเป็นยาอะไรนั้น จะต้องตรวจเลือดว่ามียาตัวนั้นอยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ และต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ ซึ่งการตรวจจะต้องระบุชัดเจนว่า สงสัยยาตัวไหน เพราะน้ำยาหรือเครื่องมือที่เอามาตรวจแต่ละตัวแตกต่างกัน ดังนั้น การจะตรวจหาชนิดยาให้ได้ 100% จึงเป็นเรื่องยาก แต่แพทย์จะใช้วินิจฉัยโดยการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก

“สิ่งที่สังเกตเห็นนักมวยว่าโดนวางยา คือ ปัสสาวะบ่อยมาก เป็นตะคริว หมดสติ หมดแรง ทั้งๆ ที่ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญเวลาชก อย่างกรณีที่เกิดขึ้น “ต่วนเป๋” ยังไม่ทันจะชกก็มีอาการอาเจียน และในที่สุดก็หมดสติไปเลย แพทย์ต้องซักประวัติว่าก่อนหน้านี้มีอาการอะไรมาก่อนหรือไม่ อย่างปัสสาวะบ่อย แบบนี้เราก็พอจะบอกได้ว่า น่าจะเกิดจากการโดนวางยา” แพทย์ประจำเวทีมวยลุมพินี อธิบาย

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
ใช้ยาปริมาณน้อย หวังผลขึ้นชกได้ แต่ลดประสิทธิภาพ

เมื่อถามว่า ยาที่ใช้ “อันตราย” ต่อนักมวยมากน้อยเพียงใด นพ.สุทธิชัย ตอบว่า ส่วนใหญ่ยาที่ใช้กันไม่ถึงกับเป็นอันตรายต่อร่างกายมากมาย เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของการวางยา เพื่อทำให้ประสิทธิภาพในการชกน้อยลง เช่น ใช้ยาขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำ เสียเกลือแร่ออกจากร่างกายในระดับหนึ่งเท่านั้น โดยที่ตัวนักมวยยังสามารถที่จะขึ้นไปชกได้ แต่ประสิทธิภาพในการชกไม่เหมือนตอนที่ร่างกายปกติ ขณะที่ ใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เพื่อให้นักมวยไม่สามารถตัดสินใจหรือใช้อาวุธมวยได้เหมือนปกติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามชนะ...แต่หากใช้ยาในปริมาณมาก นักมวยจะมีอาการรุนแรง จนไม่สามารถขึ้นชกได้

“สำหรับการวางยาจะอยู่ในรูปแบบน้ำหรืออาหาร โดยการวางยาจะมี 2 รูปแบบ 1.ตั้งใจจะวางยานักมวยคนนี้ สิ่งที่ทำคือเอายาผสมน้ำหรืออาหารและให้คนใกล้ชิดเอาไปให้กินหรือดื่ม และ 2.วางไว้เฉยๆ รอดูว่านักมวยคนไหนก็ได้ที่ขึ้นชกในวันนั้น หยิบเอาน้ำหรืออาหารที่ผสมยาไปทาน แสดงว่าเป็นเหยื่อติดเบ็ดแล้ว จากที่เฝ้าดูอยู่เมื่อเห็นก็จะไปเล่นพนันฝั่งตรงข้าม” แพทย์ประจำเวทีมวยลุมพินี เล่าจากประสบการณ์

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
จับมือใครดมยาก! แม้มีกฎหมายคุมแต่ไร้หลักฐาน

พ.ร.บ.กีฬามวย 2542 มาตรา 61 ผู้ใดปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อให้นักมวยเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้น น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพหรือทำให้นักมวยเสื่อมถอยกำลังที่จะชกมวยได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ทว่า สุนทร อู่ทอง ผู้ดูแลค่าย ส.สมหมาย อ.ขวัญเมือง ให้ความเห็นว่า ถึงแม้จะมีกฎหมายมวยแต่ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะบางทีก็จับมือใครดมไม่ได้ หรือเมื่อถึงเวลาสืบสาวหาตัวคนผิดเจอก็เจอแต่ตัวเล็กๆ และก็ปล่อยตัวไป เพราะไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน ก็เหมือนกับการจ้างล้มมวย ไม่มีสัญญาต่อกัน หลักฐานก็ไม่มี ดังนั้น มองว่า ผู้ดูแลกฎหมายควรลงมาเข้มงวดกับเรื่องนี้มากขึ้น.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

แฉกลโกง วางยานักมวยปล้นชัย! คุ้ยเบื้องลึกสังเวียนผ้าใบพัวพันวงการพนัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้