วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนประวัติศาสตร์ MERCEDES AMG DRIVING PERFORMANCE

AMG สำนักแต่งคู่บารมีของแบรนด์ Mercedes Benz ที่ประกอบตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัวนี้ เป็นแผนกที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตยานยนต์สมรรถนะสูง ที่มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เป็นเจ้าของ ในปี 2017 นี้ AMG จะครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้ง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Mercedes AMG ได้สร้างชื่อเสียงของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตและรถยนต์สมรรถนะสูง โดยสะท้อนจากความสำเร็จหลายด้าน ทั้งกีฬามอเตอร์สปอร์ตและการพัฒนารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ปัจจุบัน Mercedes Benz มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอัฟฟาวเตอร์บาค ประเทศเยอรมนี ถือเป็นหนึ่งในบริษัทลูกของกลุ่ม Daimler AG. โดยพนักงานทุกคนของบริษัทฯ ต่างยึดมั่นในหลักการเดียวกัน คือการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นตรงกับแนวคิด “ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ หรือ Driving Performance” ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ AMG ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่ล้ำสมัย รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและเร้าอารมณ์ ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ สรรสร้างยานยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา

การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ AMG ประสบความสำเร็จทั้งในสนามแข่งและบนถนนสาธารณะทั่วโลก รถยนต์ในตระกูล 63 ยังคงเป็นรุ่นหลักที่กลายเป็นหัวใจของแบรนด์ นอกจากนี้ Mercedes AMG ยังมีผลิตภัณฑ์รถสปอร์ตตระกูล AMG GT ที่ Mercedes-AMG พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนารถสปอร์ตของแบรนด์ ในขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืนของแบรนด์ Mercedes-AMG มาตรการดำเนินกลยุทธ์เพื่อพัฒนาและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงตระกูลใหม่อย่างต่อเนื่องจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ในปี 2016 ถือเป็นการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ AMG มากกว่า 10 รุ่น และนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 ลูกค้าของ Mercedes-AMG จะมีรุ่นรถยนต์ให้เลือกสรรสูงถึง 50 รุ่นครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์คอมแพค ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบที่ทรงพลังที่สุดในบรรดารถยนต์ที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายจริง รถสปอร์ตรุ่น S 65 อันสง่างามที่ใช้เครื่องยนต์ 12 สูบ รถซาลูนและรถเอสเตทที่ใช้เครื่องยนต์หลากหลายแบบ หรือแม้แต่รถเอสยูวี รถยนต์สไตล์คูเป้ รถเปิดประทุนสไตล์คาบริโอเลต์และโรดสเตอร์ ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ ที่ Mercedes-AMG เลือกใช้ยังเป็นเทคโนโลยีชั้นนำของรถยนต์ในแต่ละประเภท เช่น เทคโนโลยีขับเคลื่อนล้อหลัง เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่ หรือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 9 สปีด 

Mercedes-AMG GT R

Mercedes AMG GT Roadster & GT C Roadster

Mercedes AMG GT-R 

เมื่อปีที่ผ่านมา (2016) Mercedes-AMG นำเสนอรถสปอร์ต Mercedes-AMG GT R เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรถสปอร์ตตระกูล GT อย่างเป็นทางการ พร้อมกับรถสปอร์ตโรดสเตอร์อีก 2 รุ่น คือ รุ่น GT Roadster และ GT C Roadster รวมถึงการเฉลิมฉลองปีที่ 50 ด้วยรถสปอร์ตคูเป้ในตระกูล Mercedes-AMG GT ที่เป็นรุ่นกึ่งกลางระหว่างรถสปอร์ตรุ่น Mercedes-AMG GT S และรุ่น Mercedes-AMG GT R ซึ่งเพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม ในช่วงการจำหน่ายครั้งแรกมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมหรืออุปกรณ์ตกแต่งเฉพาะรุ่น โดยใช้ชื่อว่า Mercedes-AMG GT C รุ่น Edition 50 ที่ผลิตขึ้นเนื่องในโอกาสปีที่ 50 ของ Mercedes-AMG ทำให้มีรถสปอร์ตในพอร์ตโฟลิโอมากถึง 6 รุ่น

Mercedes AMG Project one
การพัฒนารถยนต์ไฮเปอร์คาร์จากรากฐานทางเทคโนโลยีของรถฟอร์มูล่าวัน
ในปี 2017 นี้ Mercedes-AMG ได้พัฒนารถยนต์กลุ่มไฮเปอร์คาร์ที่สามารถใช้งานบนท้องถนนทั่วไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นรถไฮเปอร์คาร์รุ่นแรกที่ผลิตเพื่อจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป โดยรถยนต์รุ่นนี้มีจุดเด่นทางด้านสมรรถนะและอัตราการใช้พลังงานที่ยอดเยี่ยม ตามแนวคิดใหม่คือ “สมรรถนะแห่งอนาคตกับ AMG หรือ  AMG Future Performance” ด้วยการติดตั้งนวัตกรรมระบบส่งพลังงานที่ใช้ในรถแข่งฟอร์มูล่าวัน แรงม้าสูงสุดกว่า 1,000 แรงม้า ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพลาหน้าระบบไฟฟ้า ถือเป็นเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน

AMG team BLACK FALCON

HARIBO Racing Team-AMG

ADAC Zurich 24h 2016 Winner
ผลงานของทีมรถแข่งที่ได้รับการสนับสนุนรถยนต์จาก Mercedes-AMG
ในปี 2016 ทีมรถแข่งที่ได้รับการสนับสนุนรถยนต์จาก Mercedes-AMG ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแข่งขันที่ผ่านมา ด้วยการคว้าชัยชนะถึง 18 ครั้ง รวมถึงการเข้าเส้นชัยที่นักขับจะได้ขึ้นโพเดียมอีก 32 ครั้ง จากการใช้รถยนต์ Mercedes-AMG GT3 รุ่นใหม่เป็นรถแข่ง โดยรถแข่งรุ่นนี้ สร้างสถิติใหม่ให้กับทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ตและทีมรถแข่ง อย่าง AMG team BLACK FALCON ในกลุ่ม P1, AMG team Motorsport ในกลุ่ม P2 และ HARIBO Racing Team-AMG ในกลุ่ม P3 ด้วยการสร้างสถิติทั้งการเข้าเส้นชัยโดยใช้เวลาน้อยที่สุด ตำแหน่ง โพลโพสิชั่น การใช้เวลาต่อรอบเร็วที่สุด และการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2, 3, 4 และ 6 โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุด 4 อันดับแรกในการแข่งขันรถแข่งประเภท 24 ชั่วโมงรายการ ADAC Zurich 24h ที่สนามนูร์เบิร์กริง ต่างก็ใช้รถแข่งรุ่นพิเศษ Mercedes-AMG GT 3 ในการแข่งขันทั้งสิ้น

Mercedes AMG - one man one engine
AMG พัฒนาเครื่องยนต์ V8 สำหรับรถยนต์นั่ง Mercedes Benz ทุกรุ่น
เมืองอัฟฟาวเตอร์บาค ประเทศเยอรมนี เป็นสถานที่ทำงานของฝ่ายบริหาร ฝ่ายจัดการทั่วไป ฝ่ายขาย ฝ่ายพัฒนา ฝ่ายออกแบบ และทีมงานที่มีความสำคัญ ทีมช่างเทคนิครับหน้าที่ประกอบเครื่องยนต์ของรถสปอร์ต Mercedes-AMG ด้วยมือตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ อัฟฟาวเตอร์บาคเป็นเมืองที่เครื่องยนต์ V8 อันมีชื่อเสียงของ Mercedes-AMG ถือกำเนิดขึ้นโดยได้รับการประกอบอย่างพิถีพิถัน สำหรับเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียงจะประกอบขึ้นที่เมืองโคลเลดา ส่วนเครื่องยนต์ V12 จะประกอบขึ้นที่เมืองมานไฮม์ โดย Mercedes-AMG ใช้ปรัชญาการผลิตเครื่องยนต์ทุกเครื่องต่อช่าง 1 คน หรือ  one man one engine กล่าวคือ เครื่องยนต์ของ Mercedes-AMG แต่ละคันจะผลิตด้วยมือและใช้ช่างเพียง 1 คนเท่านั้นตลอดกระบวนการประกอบ ในขั้นตอนสุดท้าย ช่างฝีมือที่ประกอบเครื่องยนต์แต่ละเครื่องจะเซ็นชื่อของตนลงบนแผ่นโลหะที่ติดอยู่บนฝาครอบเครื่องยนต์เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพและมาตรฐาน

ปัจจุบัน Mercedes-AMG เป็นผู้พัฒนาเครื่องยนต์ V8 สำหรับรถ Mercedes-AMG และรถ Mercedes-Benz รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ V8 รถยนต์ Mercedes Benz รุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ซึ่งพัฒนาโดยช่างเทคนิคและวิศวกรของ Mercedes AMG  คือรุ่น G 500 ที่วางจำหน่ายไปเมื่อเดือนกันยายน 2015

AMG ก่อตั้งขึ้นที่เมืองเบิร์กชตาร์ล (Burgstall) โดยมร.ฮานส์ แวเนอร์ อาวฟเรชท์ (Hans-Werner Aufrecht) และ มร.แอร์ฮาร์ด เมลเชอร์ (Erhard Melcher) ในปี 1967 ด้วยการใช้โรงโม่แป้งเก่าแก่ มาปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงปรับแต่งซ่อมบำรุงรถ Mercedes แห่งแรก โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์วิศวกรรม ออกแบบ และทดสอบเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการแข่งขัน หรือ engineering office and design and testing centre for the development of racing engines”  ตัวอักษร AMG มาจากคำว่า “อาวฟเรชท์และเมลเชอร์ จากหมู่บ้านโกรซาชปาค – Aufrecht and Melcher, Großaspach” ซึ่งหมู่บ้านดังกล่าวนี้ เป็นสถานที่เกิดของ มร.อาวฟเรชท์

-ในปี 1971 AMG มีชื่อเสียงในชั่วข้ามคืน หลังจากที่รถยนต์ AMG 300 SEL 6.8 สีแดงชนะการแข่งขันกับรถยนต์กลุ่มเดียวกันอย่างขาดลอยในรายการรถแข่งประเภท 24 ชั่วโมงที่สนามสปา-ฟรังโกชอมป์ โดยสามารถทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับ 2 ด้วย

-AMG พัฒนาจากผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์สมรรถนะสูงเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตซาลูนและสปอร์ตคูเป้ หลังจากตั้งโรงงานที่เมืองอัฟฟาวเตอร์บาคในปี 1976

-มร.เมลเชอร์ พัฒนานวัตกรรมฝาครอบกระบอกสูบใหม่ ที่ทำงานสอดคล้องกับระบบวาล์วแบบ 4 วาล์วต่อลูกสูบ 1 ลูก (Four-valve technology) ด้วยตนเองในปี 1984 ซึ่งเอเอ็มจีประยุกต์ใช้นวัตกรรมนี้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในเครื่องยนต์ V8 ความจุกระบอกสูบ 5 ลิตรของรถยนต์ Mercedes-Benz 500 SEC ความเก่งกาจของ มร.เมลเชอร์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของปรัชญา “1 ช่างฝีมือต่อเครื่องยนต์ 1 เครื่อง  หรือ one man, one engine” ที่ Mercedes-AMG ยึดถือจนปัจจุบัน

-นวัตกรรมฝาครอบกระบอกสูบใหม่ที่ มร.เมลเชอร์ คิดค้นนั้น ใช้ในรถยนต์ Mercedes-Benz S-Class รุ่น AMG และรุ่นซาลูน ตั้งแต่ปี 1986 ก่อนจะเริ่มใช้กับ E-Class Coupé รหัสตัวถัง W 124 ในปีต่อมา ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ มีกำลังถึง 265 กิโลวัตต์ (360 แรงม้า) จึงได้รับสมญาว่า “The Hammer” จากสื่อมวลชนด้านรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา

-ปี 1988 เอเอ็มจีเป็นผู้ผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz 190 E สำหรับการแข่งขัน และยังเป็นทีมงานผู้ดูแลทีมที่ใช้รถยนต์รุ่นดังกล่าวในการแข่งขันรายการเยอรมัน ทัวริ่ง คาร์ แชมเปียนชิฟ (DTM) ด้วย

-AMG ตกลงร่วมมือกับแบรนด์ Mercedes Benz ในปี 1990 โดย AMG เริ่มต้นเป็นผู้พัฒนาและผลิตรถแบบสปอร์ตของ Mercedes Benz ตั้งแต่ปี 1991

-รถยนต์รุ่นแรกที่ AMG ผลิตร่วมกับกลุ่มบริษัทเดมเลอร์-เบนซ์ (ชื่อในขณะนั้น) คือรุ่น C 36 AMG ซึ่งวางจำหน่ายในปี 1993 ด้วยยอดขายสูงถึง 5,000 คัน นับถึงปี 1997 ถือเป็นรถยนต์ของ AMG ที่ขายดีที่สุดในขณะนั้น นอกจากนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการรุ่นแรกของการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันในปี 1996 อีกด้วย

-รถ Mercedes AMG รุ่น C 32 ที่ออกวางจำหน่ายในปี 2001 นั้นใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่พัฒนาขึ้นใหม่ร่วมกับเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร V6 พร้อม Super charger นอกจากนี้ยังมีระบบสัมผัสอันเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้ตามใจชอบ

-รถสปอร์ต Mercedes-Benz SLS AMG ที่ออกวางจำหน่ายในปี 2009 ถือเป็นรถสปอร์ตรุ่นแรกที่ Mercedes-AMG พัฒนาขึ้นโดยไม่อาศัยทีมงานภายนอกบริษัทเลย ซึ่งรถรุ่นนี้ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์พิเศษ เสียงเครื่องยนต์อันโดดเด่น สมรรถนะที่เหนือชั้น ประตูที่ออกแบบเป็นทรงปีกนกนางนวลหรือ Gull Wing

-ปี 2011 AMG ผลิตรถแข่งรุ่นแรกของบริษัทฯ คือรถยนต์รุ่น SLS AMG GT 3 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ตลาดรถสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูงเทียบเท่ารถแข่งของแบรนด์ Mercedes Benz 

-ปี 2014 Mercedes-AMG ยังตอกย้ำภาพความเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลก ด้วยการนำเสนอรถสปอร์ตระดับเรือธงตระกูล Mercedes-AMG GT ที่พัฒนามาจากรากฐานของรถสปอร์ตตระกูล SLS ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถสปอร์ตตระกูลที่ 2 ที่พัฒนาโดย Mercedes-AMG ทั้งหมด แนวคิดต่างๆ ทั้งการวางเครื่องยนต์ให้อยู่บริเวณตอนกลางของตัวรถ (mid-engine concept) เพลาส่งกำลังแบบใหม่ รวมทั้งโครงสร้างตัวถังที่ใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักนั้นเป็นผลจากความตั้งใจของทีมวิศวกรที่ต้องการเพิ่มเติมประสบการณ์การขับขี่ระดับสูง 

-Mercedes-AMG จัดจำหน่ายรถยนต์ได้กว่า 70,000 คันในปี 2015 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ซึ่งตัวเลขนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขยายกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ให้กว้างขึ้น ด้วยการนำเสนอคอมแพคสมรรถนะสูงตระกูล AMG 43 รวมถึงรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น AMG ทั้งในตระกูล C-Class, เอสยูวี และคอมแพค

Mercedes-AMG ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ในปี 2017 ด้วยสถิติยอดขายเกือบ 100,000 คันในปี 2016

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/