วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่ารีดเลือดเอากับปู

เกิดอาการลิ้นพันกันไปตามๆกัน ทั้งฝ่ายรัฐบาล รัฐสภาและข้าราชการ เมื่อมีการแพร่กระจายข่าวว่า รัฐบาลเสนอออกกฎหมายเก็บภาษีน้ำจากเกษตรกร นายกรัฐมนตรีถึงกับมึนงง ส่งข้อความถึงรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ว่า “กูไปสั่งมันตอนไหนวะ” รัฐมนตรียืนยันว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่เคยคิดที่จะไปเก็บค่าใช้น้ำจากบรรดาเกษตรกร

เกี่ยวกับเรื่องนี้มีคำชี้แจงจาก พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ว่าผ่านความเห็นชอบขั้นรับหลักการ จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ยังไม่มีการรับฟังความคิดเห็น จนกระทั่งประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ จึงเปิดเวทีรับฟังใน 29 จังหวัด ทุกพื้นที่คัดค้านการเก็บภาษีใช้น้ำจากเกษตรกร

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เจ้าภาพร่างกฎหมายฉบับนี้ ชี้แจงว่าร่างกฎหมายแบ่งการใช้น้ำสาธารณะเป็น 3 ประเภท ประเภทที่ 1 ใช้เพื่อดำรงชีพ อุปโภค บริโภค ไม่ต้องเสียค่าใช้น้ำ ประเภทที่ 2 ใช้เพื่อการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์ ค่าน้ำไม่เกิน 50 สต.ต่อ ลบ. ประเภทที่ 3 ใช้เพื่อการท่องเที่ยว โรงแรม สนามกอล์ฟ การผลิตไฟฟ้า 1–3 บาท

น่าแปลกใจ แม้ร่างกฎหมายจะผ่าน สนช. มา 7 เดือน มีการรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องถึง 29 จังหวัด แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้เรื่อง แม้แต่หัวหน้ารัฐบาลก็ยังเป็นงง ไม่ทราบว่ามีการรับฟังความคิดเห็น “ผู้เกี่ยวข้อง” อย่างแท้จริงหรือไม่ หวังว่าคงจะไม่รับฟังความคิดเห็นแค่เป็นพิธีกรรม เช่นเดียวกับกรณีการให้เช่าป่าห้วยเม็ก ที่จังหวัดขอนแก่น

แม้หลายฝ่ายจะดาหน้าออกมายืนยัน รัฐบาลจะไม่ออกกฎหมายเก็บภาษีหรือค่าใช้น้ำจากเกษตรกรแน่นอน แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังสงสัย เพราะคำว่าการใช้น้ำ “เพื่อการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์” ที่ต้องเสียค่าใช้น้ำ มีคำจำกัดความอย่างไร เพราะการปลูกข้าว การเลี้ยงปลา หรือปลูกผักของเกษตรกรรายย่อย ล้วนแต่ต้องขาย เป็น “การพาณิชย์” หรือไม่

กฎหมายฉบับนี้จะใช้บังคับกับการใช้น้ำสาธารณะจากแม่น้ำ และห้วยหนอง คลอง บึงต่างๆ ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ประมาณ 120 ล้านไร่ โดยปกติชาวบ้านทั่วไปใช้น้ำสาธารณะฟรีๆ แต่ถ้ากฎหมายนี้ผ่าน แม้แต่เกษตรกรธรรมดาๆ ที่ทำการเกษตรเพื่อหารายได้เสริมเล็กๆน้อยๆ ก็อาจเสียค่าใช้น้ำและอาจถูกกล่าวหา “รีดเลือดปู”

น้ำสาธารณะจากแม่น้ำลำคลองเป็นน้ำที่ได้มาฟรีๆ จากความกรุณาปรานีจากฟากฟ้า โดยรัฐบาลไม่ได้ลงทุนลงแรงใดๆ เหมือนกับพื้นที่เขตชลประทาน ถ้าเกษตรกรต้องเสียภาษีหรือค่าใช้น้ำ แสดงว่าต่อไปนี้จะไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ ในยุคที่ชาวบ้านเรียกว่า “ช่วงขาขึ้น” คือขึ้นภาษี แม้แต่อากาศหายใจที่ธรรมชาติให้มาฟรีๆ ก็อาจเสียภาษีในวันหน้า.