วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ้านแตกสาแหรกขาด

คนที่สนใจประวัติศาสตร์รุ่นเมื่อ 20-30 ปีที่แล้วบันทึกการกระดิกพลิกตัวของโลกด้วยลายมือ ผมซึ่งเป็นคนรุ่นต่อมาจึงได้มีโอกาสได้อ่านสมุดบันทึกประจำวันที่เขียนด้วยปากกาถึงตอนที่โซเวียตแตกเป็น 15 ประเทศเมื่อ พ.ศ.2534

ได้อ่านบันทึกตอนที่มีการตั้งกลุ่มกฎบัตร 77 ที่ทำให้คนในสหพันธ์สาธารณรัฐเช็กและสโลวัก (เดิมชื่อสาธารณรัฐสังคมนิยมเชโกสโลวะเกีย) แตกออกมาเป็นสาธารณรัฐเช็กและสาธารณรัฐสโลวักเมื่อ พ.ศ.2536

เคยตาม ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปสาธารณรัฐซูดาน และเคยได้ฟังผู้คนปรึกษาหารือกันเรื่องจะแยกแผ่นดินออกมาจากซูดานมาตั้งเป็นสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน ได้ฟังแม้กระทั่งฟังเรื่องธงชาติ การเข้าไปทำถนนหนทาง การตั้งซุปเปอร์มาร์เกตและทำโรงแรมจากตู้คอนเทนเนอร์เพื่อรองรับผู้คนที่จะมาเยือนจูบาที่จะใช้เป็นเมืองหลวง ในที่สุด 9 มกราคม 2554 ผู้คนซูดานใต้ร้อยละ 99 ก็ลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราช พอถึงกรกฎาคม 2554 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติก็ลงมติรองรับชาติเกิดใหม่นี้เป็นสมาชิกลำดับที่ 193

น้องนุชสุดท้องที่มีการลงประชามติแยกเป็นเอกราชชาติใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เองคือกาตาลุญญา ผมฟังนายคาร์เลส ปุยเดมองต์ว่าแกจะนำผลการลงประชามติต่อรัฐสภาของแคว้นเพื่อประกาศเอกราชและก่อตั้งเป็นสาธารณรัฐเอกราช ทั้งที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า “ประเทศสเปนเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแบกมิได้”

ถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ทราบนะครับ ว่าผลของการแยกประเทศที่แท้จริงจะเป็นเช่นไร เพราะประชากรในแคว้นกาตาลุญญามีตั้ง 7.5 ล้านคน แต่มาใช้สิทธิลงประชามติเพียงร้อยละ 42.3 ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน หรือเพียงแค่ 2.02 ล้าน

การลงประชามติแยกประเทศที่ไหนๆ ก็จะมักเริ่มด้วยคำถามแบบเดียวกับที่พวกคาตาลันได้เห็นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “ท่านต้องการให้แคว้นกาตาลุญญาเป็นรัฐเอกราชในรูปแบบของสาธารณรัฐหรือไม่?”

ถ้ากาตาลุญญาประสบความสำเร็จในการแยกตัวออกมาเป็นสาธารณรัฐเอกราชและดำเนินการไปจนถึงขั้นที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติลงมติรองรับสาธารณรัฐกาตาลุญญาเป็นสมาชิกลำดับที่ 194 ได้แล้ว ผมก็เชื่อว่าจะเกิดลัทธิเอาอย่างและสมาชิกของสหประชาชาติจะทะลุ 200 ประเทศภายในเวลา 2–3 ปีนี้

ต่อไปก็อาจจะมีสาธารณรัฐบาสก์ที่มีเมืองเอกชื่อบีโตเรีย-กัสเตย์ซ ที่เคยมีองค์การเพื่อมาตุภูมิและอิสรภาพบาสก์ที่เรารู้จักกันในนามเอตา ซึ่งตั้งเมื่อ พ.ศ.2502 และวางอาวุธเมื่อ พ.ศ.2554 แต่เชื้อไฟยังคุกรุ่นอยู่ เพราะผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่อยากร่วมชาติราชอาณาจักรกับสเปน

ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าจักรวรรดิที่เคยยิ่งใหญ่ขนาดมีกองทัพเรือที่เข้มแข็งเป็นอันดับ 1 และเป็นจักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดินแห่งแรกของโลก จะกลายมาเป็นราชอาณาจักรบ้านแตกสาแหรกขาดในทุกวันนี้

สเปนเริ่มตกต่ำในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เริ่มเสียเนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส บราซิล พอถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 สเปนก็เสียอาณานิคมในละตินอเมริกาทั้งหมด เหลือเพียงคิวบาและเปอร์โตริโก สิ้นสุดศตวรรษที่ 19 สเปนเสียดินแดนที่เหลืออยู่ในทะเลแคริบเบียนและเอเชียแปซิฟิกให้กับสหรัฐฯ ที่เหลือก็ขายให้เยอรมนี

สเปนทุลักทุเลมากตอนที่เกิดสงครามกลางเมือง และฝ่ายนิยมประชาธิปไตยแพ้ ทำให้เผด็จการปกครองอยู่นานถึง 36 ปี จอมพลฟรังโกตายเมื่อ พ.ศ.2518 กษัตริย์สเปนจึงกลับขึ้นมาครองราชย์และเปลี่ยนประเทศเป็นราชอาณาจักร

มีเพื่อนไลน์แอทไอดี @ntp5 ถามว่าสเปนเสื่อมเพราะอะไร ผมตอบว่าเสื่อมเพราะช่วงที่โลกปฏิวัติการเดินทางจากเกวียน รถยนต์ เครื่องบินมาเป็นไฮเปอร์ลูปและจรวด ผู้นำสเปนสมัยนั้นกลับคิดเรื่องแช่แข็งชาติด้วยยุทธศาสตร์ 20 ปี

เอ้อ ขอโทษที่ผมเขียนไขว้ประเทศไปหน่อย ขอตอบใหม่ครับว่า ผู้นำสเปนในยุคนั้นเก่าขนาดราเกาะสมองทั้งกะโหลก สเปนจึงไม่ทันการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้ล้าหลังกว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่เดิมด้อยกว่า แต่ทันการปฏิวัติอุตสาหกรรมครับ.

นิติการุณย์​​  มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com