วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สพฐ.คลอดแนวทางการรับนักเรียนปี 61

กำหนดจำนวนเด็กต่อห้องชัด-ห้ามขยายเพิ่ม ใช้คะแนนโอเน็ต 30%

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมรับทราบแนวทางการรับนักเรียนของโรงเรียน สพฐ. ประจำปีการศึกษา 2561 ซึ่งได้ผ่านความเห็นของจากคณะกรรมการ กพฐ.แล้ว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน ซึ่งปีการศึกษา 2561 จะเน้นความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรมเป็นสำคัญ

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า การรับนักเรียนปีการศึกษา 2561 จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมาคือ กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องที่ชัดเจน ไม่เปิดโอกาสให้ขอขยายห้องเรียนเพิ่มเด็ดขาด โดยระดับก่อนประถมศึกษารับนักเรียน 30 คนต่อห้อง ระดับประถมศึกษา 40 คนต่อห้อง และระดับมัธยมศึกษา 40 คนต่อห้อง สำหรับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง การคัดเลือกจะใช้คะแนนสองส่วน คือคะแนนสอบของโรงเรียน 70% และคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต 30% สำหรับการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้น ม.4โรงเรียนเดิม จะให้โควตาเด็กโรงเรียนเดิม 80% และเปิดโอกาสให้เด็กโรงเรียนอื่นมาสอบได้อีก 20% ที่สำคัญการประกาศรายชื่อนักเรียนที่สอบผ่านจะต้องประกาศทั้งตัวจริงและตัวสำรองพร้อมคะแนนที่สอบได้ด้วย ส่วนโรงเรียนเงื่อนไขพิเศษ เช่น กลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ การรับนักเรียนให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงเรียนกำหนด

“แนวทางการรับนักเรียนปี 2561 จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมา คือ โรงเรียนจะต้องประกาศเงื่อนไขการรับนักเรียนต่างๆ ให้ชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขพิเศษของแต่ละโรงเรียนด้วย เช่น กรณีผู้มีอุปการคุณต้องกำหนดชัดว่ามีอุปการคุณอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาบริจาคแล้วได้รับสิทธิ์ตามเงื่อนไข และเมื่อประกาศชื่อนักเรียนแล้วจะต้องระบุด้วยว่า เป็นนักเรียนเงื่อนไขพิเศษตามข้อใด และสิ่งสำคัญคือ ห้ามโรงเรียนระดมทรัพยากรในช่วงที่มีการรับนักเรียน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการรับเด็กและเป็นธรรมกับเด็กทุกคน ทั้งนี้ สพฐ.จะประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางทั้งหมดกับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงอีกครั้ง นอกจากนี้ ช่วงการรับนักเรียน สพฐ.จะตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวเพื่อให้บริการให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง ทั้งนี้ผมจะเสนอแนวทางดังกล่าวให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณา ก่อนจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป” นายบุญรักษ์กล่าว.