วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปล้น 196 ล้านเยน ส่อคนในทำ พบพิรุธใช้กระสอบป่านคลุมหัว 2หนุ่มขนเงิน

ตร.พหลโยธิน เร่งคลี่คลายคดีปล้นเงิน 196 ล้านเยน น่าจะฝีมือคนใน เพราะรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง มีการเตรียมอุปกรณ์ก่อเหตุพร้อม ด้านรปภ.คอนโดฯ ระบุชัดคนจะนำรถเข้าออกได้ ต้องคนในเท่านั้น ยันช่วงเกิดเหตุ ไม่มีการแลกบัตร...

จากกรณีกลุ่มคนร้าย ปล้นเงินเยน จำนวน 196 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย 60 ล้านบาท จากผู้เสียหาย ภายในลานจอดรถคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านรัชดา พร้อมทำร้ายผู้เสียหาย จนได้รับบาดเจ็บ เย็บไป 20 เข็ม ก่อนนำรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด สีส้ม ของผู้เสียหายไปด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้เชิญตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย วัย 51 ปี ของคอนโดฯ ซึ่งปฏิบัติงานในช่วงเวลาเกิดเหตุมาสอบสวน โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยให้การว่า ได้เข้าเวรระหว่างเวลา 17.00-05.00 น. โดยปกติผู้ที่จะนำรถเข้าออกได้นั้นจะต้องเป็นบุคคลภายใน หากบุคคลภายนอกจะเข้ามาต้องทำการแลกบัตร เพื่อที่จะนำรถเข้ามาภายใน สำหรับตัวบุคคลจะไม่มีการตรวจสอบ แต่หากจะขึ้นคอนโดก็ต้องมีคีย์การ์ดเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้

รปภ. ยังให้การอีกว่า รถที่หายไปนั้นจำได้ว่าเป็นของกลุ่มผู้เสียหายแต่ใครขับนั้นตนไม่ทราบ เนื่องจากเท่าที่ทราบกลุ่มผู้เสียหายมีรถใช้หมุนเวียนกันมากกว่า 10 คัน และรถคันไหนเป็นของใครนั้นไม่ทราบ โดยรถฟอร์ดที่หายไปในช่วงเวลาใดจำไม่ได้ แต่ต่อมาประมาณ 15 นาที ได้มีรถเบนซ์ ซึ่งมีผู้เสียหายขับตามออกมา กระทั่งมีรถฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีคนหัวแตกขับตามออกมาอีกคัน ส่วนเวลาตั้งแต่ 22.00 น. ตนจำได้ว่ารถที่เข้าออกมีแต่รถคนภายในเท่านั้น เพราะเท่าที่จำได้ไม่มีการเรียกรถให้แลกบัตรแต่อย่างใด ส่วนคนที่เดินเข้าออกนั้นมีตลอดทั้งคืน

มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากข้อมูลที่ฝ่ายสืบสวนได้มาในขณะนี้ พบข้อพิรุธหลายประการ ซึ่งคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนใน หรือบุคคลที่คุ้นเคยกับผู้เสียหาย เนื่องจากรู้ความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม และจากข้อมูลพบว่าคนร้ายเตรียมกระสอบป่านที่ใช้คลุมศีรษะมา 3 ใบ เพื่อใช้คลุมศีรษะนายณรงค์ชัย หรือจั๊ว นายจิรภัสส์ หรือเนย และนายเกียรติพงษ์ หรืออุ้ย ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นคนนำเงินออกมาจากสุวรรณภูมิ แต่ได้ใช้คลุมศีรษะเพียง 2 ใบ เพราะนายณรงค์ชัย หรือจั๊ว ได้แยกไปก่อน จึงเป็นไปได้ว่าคนร้ายทราบมีการนำเงินมาที่คอนโดมิเนียม ซึ่งโดยปกติจะเดินทางครั้งละ 3 คน แต่ครั้งนี้มีเพียง 2 คนเท่านั้น

อีกทั้งคนร้ายยังทราบถึงจุดจอดรถว่าจะไปจอดชั้นใด และใช้รถอะไร อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในคอนโด และตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามตัวคนร้ายต่อไป.