วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอยทางพระราชา! รวม 3 แหล่งผลิตอาหารจากน้ำพระทัย คนไทยปลื้มปีติ!

ว่ากันว่า...ถ้าอยากสัมผัสได้ถึงพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่แท้จริง ต้องเดินทางขึ้นเหนือไปยังจังหวัดเชียงใหม่ จะเห็นรอยทางที่พระองค์ท่านทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อพัฒนาอาชีพให้ชาวเขา ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และทำให้คนไทยได้อยู่ดีกินดีอย่างทุกวันนี้

ไทยรัฐออนไลน์ ชวนมาสัมผัสโครงการหลวงในโปรเจกต์ต่างๆ โดยเฉพาะการวิจัยเกี่ยวกับพืชพรรณธัญญาหาร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรไทยมีรายได้เลี้ยงชีพ แถมผลผลิตก็ส่งกระจายไปทั่วประเทศ ทำให้เรามีผักผลไม้สายพันธุ์ต่างประเทศมาบริโภคในราคาถูก

1. มะเดื่อฝรั่ง (Fig) สถานีเกษตรหลวงปางดะ

เรามีโอกาสได้เดินทางตามรอยพระราชาที่ สถานีเกษตรหลวงปางดะ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ที่นี่เป็นหนึ่งในรอยัลโปรเจกต์ที่ในหลวง ร.9 ให้การสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกมะเดื่อฝรั่ง รวมถึงวิจัยด้านการตลาดสำหรับการจัดจำหน่ายเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงชีพ

วิพัฒน์ ดวงโภชน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางดะ เล่าให้เราฟังว่า มะเดื่อฝรั่งของที่นี่ มีการทำวิจัยมานาน 30 ปีแล้ว หลังจากวิจัยจนได้ผลออกมาพอใจ ก็เริ่มเพาะปลูกมาตั้งแต่ ปี 2552 เพียงปีเดียวก็ได้ผลผลิตออกมามาก แต่ช่วงนั้นคนไทยยังไม่ค่อยรู้จักผลไม้ชนิดนี้เท่าไร เลยต้องชะลอการผลิตไปก่อน

ต่อมาเมื่อ 2-3 ปีล่าสุด ฝ่ายวิจัยเรื่องการตลาด บอกว่า ผลผลิตตัวนี้เริ่มขายได้ ขายดี คนไทยเริ่มซื้อกันมากขึ้น ทางสถานีเกษตรหลวงปางดะ จึงขยายการผลิตมากขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการ

“ตอนนี้มีขายแล้วที่ร้านค้าโครงการหลวงทั่วประเทศ นอกจากจำหน่ายผลสด ผลแห้ง ยังมีการนำมาแปรรูปเป็นเค้กลูกมะเดื่อ สลัดมะเดื่อ แยมมะเดื่อ คุกกี้มะเดื่อ” วิพัฒน์อธิบาย

เจ้าหน้าที่คนเดิมบอกอีกว่า การที่โครงการหลวงเข้ามาสนับสนุนให้เกษตรกรท้องถิ่นปลูกมะเดื่อ ก็ช่วยให้พวกเขามีรายได้มากขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นี่คือความตั้งใจจากน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์อย่างแท้จริง

“จากเมื่อก่อนมีการปลูกมะเดื่อเพียง 3 สายพันธุ์ แต่ตอนนี้เริ่มมีมากขึ้นเป็นสิบๆ สายพันธุ์ ทางเกษตรก็มีการรวมกลุ่มผู้เพาะปลูกมะเดื่อฝรั่งโดยเฉพาะ เวลาเขาได้พันธุ์ใหม่ๆ มา เขาก็เอามาบริจาคให้ทางโครงการหลวงด้วยนะ เพราะเขาอยากตอบแทนพระองค์ท่านบ้าง เราก็นำมาขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้เกษตรกรรุ่นต่อๆ ไป บางคนบอกว่าเกิดมาไม่เคยรู้จักมะเดื่อมาก่อน มารู้จักมะเดื่อก็เพราะในหลวง ร.9” วิพัฒน์เล่าอย่างภูมิใจ

ในฐานะที่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในโปรเจกต์ส่วนพระองค์แบบนี้ วิพัฒน์บอกว่า เขารู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ถวายงานแด่พระองค์ท่าน อาจจะไม่ได้อยู่ในวังถวายงานใกล้ชิดพระองค์ อาจจะต้องทำงานอยู่กลางป่ากลางดง แต่ก็ภูมิใจ เพราะในใจลึกๆ รู้ดีว่าได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยงานพระองค์ท่านเช่นกัน

สำหรับวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กำลังจะมาถึง ทางสถานีเกษตรหลวงปางดะ ได้เตรียมต้นกล้าดอกดาวเรืองไว้จัดประดับซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ โดยเตรียมไว้ 40,000 ต้นกล้า

ทางปางดะ ก็ดูแลรักษาให้เติบโตและผลิดอก เพื่อนำมาประดับในงานนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 ที่พระองค์เคยเสด็จมาทรงงานที่สถานีเกษตรหลวงปางดะ ซึ่งพระองค์ทรงเสด็จมาที่นี่ถึง 11 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517-2530 และมีการจัดซุ้มพิธีให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงมาถวายดอกไม้จันทน์ด้วย ประชาชนสามารถเดินทางมาร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค. 2560 นี้

2. ใบชา ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

เมื่อปี พ.ศ.2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางเป็นครั้งแรก ทรงทอดพระเนตรเห็นว่า บริเวณนี้ยังคงมีการปลูกพืชเสพติดเช่นฝิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่มีรายได้ทัดเทียมหรือดีกว่าปลูกฝิ่น รับสั่งให้หน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันพิจารณาปรับปรุงและพัฒนา จากนั้นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จึงได้เริ่มต้นดำเนินงานอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2528

ปัจจุบัน โครงการหลวงขุนวาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นที่นิยม ไฮไลต์คือ การชมแปลงปลูกชาจีนเบอร์ 12 พันธุ์หยวนจืออู่หลง ดูขั้นตอนการผลิตชาพร้อมชิมชา รวมถึงอาหารแปรรูปต่างๆ จากใบชาคุณภาพดี ทั้งยำยอดใบชา เค้กใบชา คุกกี้ใบชา เป็นต้น

3. สวนกุหลาบหลวง โครงการหลวงห้วยผักไผ่ ศูนย์ฯทุ่งเริง

สวนกุหลาบหลวง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวงห้วยผักไผ่ (ศูนย์ฯทุ่งเริง) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2521 เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ฝืนป่าต้นน้ำ ทดแทนการทำลายพื้นที่ป่าจากทำไร่เลื่อนลอยในอดีต ที่นี่เป็นสวนเพาะพันธุ์กุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ เรียกว่าเป็นดงกุหลาบเหมือนเมืองนอกเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้จากการเก้บผลผลิตขาย เช่น กุหลาบตัดดอก อาโวคาโด เสาวรส เป็นต้น

ภายในสวนกุหลาบหลวงจะมีร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงโซนร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง เช่น ผลอาโวคาโดสด ไอศกรีมอาโวคาโด เครื่องดื่มน้ำผึ้งมะนาว เป็นน้ำผึ้งป่าแท้ๆ จากพื้นที่ในโครงการหลวง มีขนม ของว่าง อาหารหลายเมนู นั่งทานไปก็ได้ชมความงามของสาวนกุหลาบไปด้วยในตัว

หากไม่สามารถเดินทางไปโครงการหลวงที่ จ.เชียงใหม่ ได้ด้วยตัวเอง คนกรุงก็ยังสามารถมาร่วมงาน "รอยัล โปรเจ็คต์ แอท สยามพารากอน" ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวงภายในงานทั้งหมด จะนำกลับคืนสู่ชาวเขา เพื่อพัฒนาการเกษตรบนที่สูง เพื่อชาวดอยจะได้มีอาชีพและรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังพระประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช