วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'โอ๊ค' ส่งทนายระงับคดีฟอกเงินกรุงไทย 'อธิบดีดีเอสไอ' ยันไม่ได้แกล้ง

"ทนายโอ๊ค" ร้องดีเอสไอ ระงับแจ้งข้อกล่าวหาคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย ยกคำสั่ง คตส. ชี้คดีนี้สิ้นสุดไปแล้ว ส่วนเจ้าตัวมาพบตามหมายเรียก 24 ต.ค.นี้ ขณะที่ “อธิบดีดีเอสไอ” ยันทำตามกระบวนการ มาตรฐานเดียวกันทุกคดี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ต.ค.60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความของ นายพานทองแท้ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงดีเอสไอ เพื่อขอให้ระงับการแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ที่ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ดำเนินการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาดคีรับเช็ค 10 ล้านและ 26 ล้าน คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ วันที่ 24 ต.ค.นี้ โดยมี พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ รองโฆษกดีเสไอ มารับหนังสือ

นายชุมสาย กล่าวว่า คตส.มีมติให้ดำเนินคดีกับ นายพานทองแท้ เพียงข้อหารับของโจร ไม่มีข้อหาฟอกเงิน ข้อหาอื่นจึงตกไป จึงขอให้ยุติการสอบสวนในประเด็นนี้ และ คตส.อาศัยอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และ คณะกรรมการธุรกรรมตามคำสั่ง สำนักงาน คปค.ฉบับที่ 30 ข้อ 5 ผลคือไม่มีความผิดฐานฟอกเงิน และเห็นว่าผิดเพียงข้อหารับของโจร ตาม ป.วิ อาญา มาตรา 147 ให้ยุติการสอบสวนในประเด็นนี้ จึงขอให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษระงับการสอบสวนในคดีที่คำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดีไปแล้ว และขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวนให้กลับไปเป็น ปปง.เหมือนเดิม เพราะมองว่าการทำงานดีเอสไอไม่เป็นธรรม และเฉพาะเจาะจงแต่นายพานทองแท้ในการแจ้งข้อหา

"สำหรับประเด็นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายเรียกนายพานทองแท้ พร้อมพวกรวม 4 คน ได้แก่ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดา นายพานทองแท้ และ นายวันชัย หงษ์เหิน สามีของ นางกาญจนาภา และ นางเกศินี จิปิภพ มารดาของ นางกาญจนาภา ให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือเรียกแต่อย่างใด แต่ยืนยันหากได้รับหนังสือ นายพานทองแท้จะมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง ส่วนจะขอเลื่อนการเข้าพบยังไม่ระบุ ขอให้ได้หนังสือเรียกก่อน" นายชุมสาย กล่าว

ขณะที่ พ.ต.ต.วรนันท์ เผยว่า ภายหลังการรับหนังสือว่า จะรีบนำเรื่องส่งมอบให้พนักงานสอบสวนพิจารณาในข้อกฎหมายว่าจะสามารถดำเนนิการอย่างไรต่อไปได้บ้าง ส่วนการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนจากดีเอสไอ เป็น ปปง.นั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคดีนี้เป็นอาญา ซึ่งเป็นหน้าที่ของดีเอสไอในการสอบสวน ส่วน ปปง.มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของคดีแพ่งเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา แต่ก็ต้องออกหมายเรียกให้ทางผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง และนำหลักฐานมาชี้แจงตามที่คณะพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกมาพบวันที่ 24 ต.ค.นี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็พร้อมตรวจสอบคำร้องและให้ความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากนายพานทองแท้ว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกหรือไม่ แต่หากวันที่ 24 ตุลาคมนี้ นายพานทองแท้ไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน หรือมีการขอเลื่อน  พนักงานสอบสวนก็จะพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นก่อน และจะพิจารณาไปตามกระบวนการออกหมายเรียกและหมายจับตามความเหมาะสมต่อไป

"ทั้งนี้เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งสำนวนต่ออัยการให้ยื่นฟ้องศาลทันในอายุความที่หมดในช่วงปลายปี 2561 อย่างแน่นอน ส่วนที่วันนี้นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความของนายพานทองแท้ จะเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับดีเอสไอในคดีนั้น  โดยได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรับเรื่องและตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตามกระบวนการ  ยืนยันว่าคดีอื่นๆ ก็ดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่เพียงคดีนี้คดีเดียว" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว.