วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านบางบ่อโวย! ซ่อมถนนหลวง เทหินคลุกทรายทำบ้าน 4 หลังทรุด

ชาวบ้าน 4 หลังคาเรือนเดือดร้อนหนัก หลังผู้รับเหมาซ่อมพื้นผิวการจราจรแขวงทางหลวงสมุทรปราการ นำหินคลุกทรายกองไว้ใกล้กับตัวบ้าน เป็นเหตุให้ดินสไลด์ตัว-บ้านทรุด บ้าน 4 หลังได้รับความเสียหาย ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางอนงค์ ยิ้มกัน อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 777/9 ม.11 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ว่าบ้านของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณแยกคลองด่าน ถ.ปานวิถีตัด ถ.สุขุมวิท ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้พังจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านไม้ยกสูง สภาพเก่า บริเวณพื้นนั้นพื้นดินได้มีดินดันยกตัวขึ้นมาสูงจากพื้นเดิมประมาณ 1 เมตร ทำให้บ้านเอียงจนไม่สามารถที่จะอยู่อาศัยได้ ใกล้กันกับบ้านเกิดเหตุ พบกองหินและทรายขนาดใหญ่กองอยู่ น้ำหนักของกองหินที่กองอยู่ทำให้ดินด้านล่างที่เป็นดินอ่อนดันหนีจากกองหินออกมาดันพื้นดินใต้บ้านของชาวบ้าน

จากการสอบถาม นางอนงค์ ยิ้มกัน อายุ 67 ปี กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา มีผู้รับเหมาที่ซ่อมพื้นผิวการจราจรของแขวงทางหลวงสมุทรปราการ นำหินคลุกและทรายมากองใกล้กับตัวบ้าน ทำให้ดินเกิดสไลด์ตัว และบ้านทรุด ขณะนั้นตนเองและลูกไม่ได้อยู่ภายในบ้าน จึงไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ดินละแวกนี้นั้นเป็นดินเหลว เมื่อนำทรายหรือหินที่มีน้ำหนักมากมาวางก็ทำให้ดินสไลด์ตัว บ้านตัวเองและเพื่อนบ้าน รวม 4 หลัง ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถอยู่อาศัยได้

หลังเกิดเหตุ ยังไม่มีผู้รับเหมาเข้ามารับผิดชอบแต่อย่างใด ตนเองไม่ได้เรียกร้องหรือขออะไรมาก แค่อยากเรียกร้องให้ผู้รับเหมาเข้ามารับผิดชอบ ซ่อมแซมแก้ไขบ้านให้สามารถที่จะอยู่อาศัยได้ก็เท่านั้น แตก็ยังไม่มีเจ้าของบริษัทที่รับเหมาเข้ามารับผิดชอบแต่อย่างใด จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลหรือช่วยแก้ปัญหาให้ด้วย ตอนนี้หวาดกลัวไม่กล้าเข้าไปนอนในบ้าน ต้องขนของออกมาอาศัยนอนที่โรงจอดรถของชาวบ้าน

ด้านนายธวัชชัย นามสมุทร นายอำเภอบางบ่อ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุดินสไลด์ ทำให้มีบ้านของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ตนเองได้ให้กำนันตำบลคลองด่านลงไปตรวจสอบความเสียหาย พร้อมกับได้ทำหนังสือแจ้งไปยังแขวงทางหลวงสมุทรปราการขอให้ผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านแล้ว.