วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งศูนย์รับมือภัยไซเบอร์ เข้มมาตรฐานปลอดภัยเทคโนโลยีการเงิน

15 แบงก์ไทย จับมือตั้งศูนย์รับมือภัยไซเบอร์ ยกระดับป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และแฮกข้อมูล หวังคนไทยมั่นใจความปลอดภัย และกล้าใช้บริการการเงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ด้านผู้ว่า ธปท.เชียร์ เหตุปัจจุบันโลกไซเบอร์ถูกโจมตีถึง 300 ครั้งต่อนาที และเป็น 1 ใน 10 ภัยคุกคามสำคัญของโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 ต.ค.) สมาคมธนาคารไทย โดยสมาชิก 15 ธนาคารพาณิชย์ไทยร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร หรือ Thailand Banking Sector CERT (TB-CRET) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการยกระดับความร่วมมือ เพื่อดูแลความมั่นคง ปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบการเงิน รวมทั้งเตรียมความพร้อม และสร้างมาตรฐานกลางของธนาคารพาณิชย์เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่จะเกิดขึ้นกับการให้บริการทางการเงิน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.สนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว เพราะในยุคที่ธนาคารพาณิชย์ไทยเข้าสู่การให้บริการ โดยเน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินมากขึ้น จำเป็นต้องรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการแฮกข้อมูลต่างๆ ให้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจในการให้บริการทางการเงินสมัยใหม่ ทั้งนี้ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ระบุว่า ภัยไซเบอร์เป็น 1 ใน 10 ภัยคุกคามสำคัญของโลก มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมากขึ้น โดยในปี 60 พบว่า มีการโจมตีในโลกไซเบอร์ถึง 300 ครั้งต่อนาที ดังนั้น การยกระดับความร่วมมือในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ การแชร์ข้อมูล และวิธีการโจมตี รวมทั้งการวางแผน และมาตรการป้องกัน จึงจำเป็นมาก

“TB-CRET จะช่วยให้ความรู้ แชร์ข้อมูล ที่จะช่วยสร้างมาตรการป้องกันภัยได้ดีมากขึ้น ขณะที่การออกนวัตกรรมการเงินใหม่ๆของธนาคารพาณิชย์ ต้องอยู่บนฐานของความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เป็นมาตรฐานสากล นอกจากนั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการตัดสินใจที่เป็นระบบในการรับมือภัยไซเบอร์ มีระบบสำรองและเรียกคืนข้อมูลที่ดี เพื่อไม่ให้ข้อมูลหาย รวมถึงรักษาความลับลูกค้าอย่างเคร่งครัด”

ด้านนายปรีดิ ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า TB-CRET จะเป็นตัวกลางที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการป้องกันภัยไซเบอร์ของธนาคารพาณิชย์ เช่น หากเกิดภัยคุกคามกับธนาคารหนึ่ง และมีการแก้ไขแล้ว จะมีการแชร์ข้อมูลออกไป เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำกับธนาคารอื่น นอกจากนี้ จะมีผู้เชี่ยวชาญติดตามภัยไซเบอร์ วางแผนรับมือและแก้ไขปัญหาให้สมาชิก รวมทั้งสร้างมาตรฐานกลาง เพื่อให้ทุกธนาคารปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้แต่ละธนาคารมีขั้นตอน แนวทางป้องกันภัยไซเบอร์ในการให้บริการทางการเงินได้รวดเร็ว และไม่เสียเงินมาก

“ที่สำคัญกว่านั้น TB-CRET จะสนับสนุนให้สมาชิกมีความรู้ เข้าใจ และทำตัวเองให้เหมาะสมกับการให้บริการการเงินสมัยใหม่ ขณะเดียวกัน จะให้ประโยชน์กับลูกค้า 2 ทาง คือ นอกจากจะลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อระบบสถาบันการเงินไทยจากการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งเท่ากับลดความเสียหายของผู้ใช้บริการแล้ว ยังจะให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชน ที่ต้องการใช้นวัตกรรมการเงินใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้คนไทยมั่นใจใช้บริการนวัตกรรมการเงินมากขึ้น”