วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงินเฟ้อเดือน ก.ย.ดีด 0.86% ระทึก “ก๊าซหุงต้ม-เอ็นจีวี” จ่อปรับขึ้นราคา

ลุ้น “กบง.” ชี้ขาดขึ้นหรือตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ขณะที่ปตท.แทงกั๊ก ยังไม่สรุปขึ้นราคาเอ็นจีวี ล่าสุด ผลจากการปรับขึ้นภาษีเบียร์ เหล้า บุหรี่ ดันเงินเฟ้อ ก.ย.สูงขึ้น 0.86% “พาณิชย์” ลดคาดการณ์ใหม่ให้ตลอดทั้งปีนี้ ให้เป็นการขยายตัว 0.4-1.0% เหตุน้ำมันดิบราคาไม่ผันผวน และบัตรคนจนช่วยลดแรงกดดันราคาสินค้า

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะราคาแอลพีจี ล่าสุดเคลื่อนไหวที่ระดับ 550 เหรียญสหรัฐฯต่อตันเนื่องจากเกิดภัยพิบัติในหลายๆพื้นที่ทั่วโลก และเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น จึงต้องดูเงินกองทุนน้ำมัน ว่าจะทำอย่างไรระหว่างการขึ้นราคาขายปลีกแอลพีจี หรือการใช้เงินกองทุนน้ำมันมาดูแล ส่วนจะมีการปรับขึ้นราคาหรือไม่ ต้องไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 4 ต.ค.นี้ ที่อาจมีการตรึงราคาไว้ โดยใช้เงินกองทุนน้ำมัน มาช่วยเหลือประชาชน หรือต้องปรับขึ้นราคา ส่วนกรณีร้านค้า หาบเร่แผงลอย ที่ให้ใช้แอลพีจี ราคาเดิม 18.13 บาทต่อ กก. บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะช่วยดูแลจนถึงสิ้นปีนี้

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันที่ 16 ต.ค.นี้ ปตท.จะปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี ที่ยังเหลืออัตราที่ต้องปรับให้ครบต้นทุนอีก 19 ส.ต.ต่อกิโลกรัม (กก.) หรือไม่ ตามต้นทุน ที่ต้องปรับรวม 0.46 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หลังจากปรับขึ้นครั้งแรกไปแล้ว 0.27 บาทต่อ กก. ไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้ในขณะนี้

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ย. ว่า เท่ากับ 101.22 สูงขึ้น 0.86% เทียบกับเดือน ก.ย.2559 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 นับจากเดือน มิ.ย. ที่เงินเฟ้อติดลบ 0.05% เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.ที่สูงขึ้น 0.58% ขณะที่เฉลี่ย 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปีนี้ สูงขึ้น 0.59% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สาเหตุที่เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.86% เป็นผลจากดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 1.32% โดยสินค้าสำคัญๆ ที่ราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมัน, ยาสูบ และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ขณะที่ดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.06% สินค้าสำคัญๆที่มีราคาแพงขึ้น เช่น อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน, เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

“เมื่อแยกรายการสินค้า 422 รายการ ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ พบว่า สินค้าที่ราคาสูงขึ้น 157 รายการ เช่น เนื้อสุกร, ไข่ไก่, ผักชี, นมสด, น้ำปลา, น้ำอัดลม, กับข้าวสำเร็จรูป, ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม, ผงซักฟอก ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์ยาสูบ เช่น บุหรี่ เพิ่มขึ้น 4.12% เบียร์ เพิ่มขึ้น 0.21% สุรา เพิ่มขึ้น 0.17% ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ขณะที่สินค้าราคาไม่เปลี่ยนแปลง มี 196 รายการ และสินค้าราคาลดลง 69 รายการ เงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นในเดือน ก.ย. เป็นผลจากราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับสูงขึ้น การปรับขึ้นของราคาบุหรี่และสุรา ส่วนราคาผักผลไม้ เนื้อสัตว์ ราคาขึ้นลงตามกลไกตลาด”

ทั้งนี้ สำนักงานฯยังได้ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ใหม่เป็นขยายตัว 0.4-1.0% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 0.7-1.7% ภายใต้สมมติฐาน อาทิ เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3-4% ราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบเฉลี่ยทั้งปีนี้ อยู่ที่ 45-50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จากเดิมที่คาด 50-60 เหรียญฯ และอัตราแลกเปลี่ยน 33.4-34.5 บาทต่อเหรียญฯ จากเดิม 35.5-37.5 บาทต่อเหรียญฯ โดยสาเหตุที่ปรับ คาดการณ์เงินเฟ้อลดลงจากเดิม เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น และรัฐบาลได้ออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จึงจะช่วยลดแรงกดดันของราคาสินค้าในตลาดได้มาก.