วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังสับสน! พาณิชย์ เปิดวอร์รูม ติดตามปัญหาการใช้บัตรคนจน

รมช.พาณิชย์ เปิดวอร์รูม ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามการใช้บัตรคนจน รูดซื้อสินค้าในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ พบสินค้าอุปโภคบริโภคขายดี เร่งทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมเข้มงวดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มที่กำหนด...

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เผยว่า จะใช้วอร์รูมเป็นศูนย์ติดตามการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนสินค้าที่มีประชาชนเข้าซื้อสูงสุด คือ กลุ่มอาหาร เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำปลา และน้ำมันพืช รองลงมาเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนปัญหาที่พบ ส่วนใหญ่ผู้ถือบัตรไม่รู้ว่าตัวเองมีวงเงินในการซื้อสินค้าจำนวนเท่าไร จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการซื้อสินค้า และคิดว่าบัตรสามารถใช้ได้เพียงวันเดียว ทำให้มีประชาชนเดินทางไปซื้อสินค้าในวันที่ 1 ต.ค.60 เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัดเร่งทำความเข้าใจกับร้านค้าและประชาชนในจังหวัดที่ตัวเองดูแลอยู่ โดยในส่วนของร้านค้า ขอให้ตรวจสอบวงเงินของผู้ใช้ให้ชัดเจนก่อน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการซื้อสินค้า รวมทั้งเข้มงวดการซื้อสินค้าในกลุ่มที่กำหนด ส่วนประชาชนขอให้ทำความเข้าใจว่าบัตรสามารถใช้ได้ทุกวัน ไม่ต้องรีบ เมื่อใช้หมดแล้ว เดือนต่อไปก็จะมีวงเงินเข้ามายังบัตรเพื่อให้ไปซื้อสินค้าอีก

สำหรับความคืบหน้า การติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดส่งรายชื่อร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้กับกรมบัญชีกลางแล้ว 15,489 ร้าน จากจำนวนร้านที่สนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 21,000 ร้าน ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตรไปแล้วประมาณ 5,000 ร้าน อยู่ระหว่างการเร่งติดตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยให้เน้นพื้นที่ห่างไกลและขอให้ครอบคลุมทุกตำบลก่อน

อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ที่มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ แต่ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตร กระทรวงฯ จะเริ่มปล่อยรถธงฟ้าประชารัฐเคลื่อนที่ภายในปลายสัปดาห์นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรับซื้อสินค้า รวมถึงประชาชนทั่วไป

ขณะที่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 จังหวัด ที่จะเริ่มใช้บัตรในวันที่ 17 ต.ค.นี้ กำลังเร่งประสานติดตั้งเครื่องรูดบัตรเพื่อให้ทันในช่วงเปิดใช้ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีหน่วยงานพาณิชย์จังหวัดได้มอบให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้ดูแล ซึ่งเฉพาะกรุงเทพฯ มีจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 600 ร้าน จากเป้าหมาย 800 ร้านค้า.