วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่งเสริมประชุมเมืองไทยเงินไม่รั่วไหล อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ

สร้างกระแสให้หน่วยงานภาคเอกชน จัดงานประชุมสัมมนาภายในประเทศ เพื่อเงินทองจะได้ไม่รั่วไหล สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าส่งเสริมการประชุมสัมมนาในประเทศ ในแคมเปญ “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” ซึ่งปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ร่วมกับ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมด้วยหน่วยงานภาคเอกชน ทำโครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้หน่วยงานภาคเอกชนจัดงานประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งนอกจากเงินจะไม่รั่วไหลแล้ว ยังนำศาสตร์พระราชาที่เป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากรและองค์กรต่อไปอีกด้วย

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า โครงการก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ ได้ใช้แนวคิด “ก้าวตามรอยพ่อ” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการพัฒนา “โมเดลการจัดประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ตามหลักแนวคิด 3 พอ ได้แก่ พอเพียง เพิ่มพูน และพัฒนาผ่านการดำเนินการ 3 กิจกรรม คือ การสัมมนาเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การทำกิจกรรมในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการจัดช่วงแลกเปลี่ยนสรุปองค์ความรู้ เพื่อนำมาใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ ตลอดจนปรับใช้ในการทำงานและการใช้ชีวิต โดยคัดเลือกโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ 3 โครงการต้นแบบ ได้แก่ ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี ในเรื่อง “พอเพียง”, โครงการดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเรื่อง “เพิ่มพูน” และโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี ในเรื่อง “พัฒนา” พร้อมกันนี้ ทีเส็บยังได้ทำแพ็กเกจสนับสนุนการจัดประชุมสัมมนา หรือทำกิจกรรมในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้กับหน่วยงานภาคเอกชนทั่วประเทศ ที่พาพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 30 คน ใน 19 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกภูมิภาคทั่วประเทศ กลุ่มละ 30,000 บาท โดยเริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.2560-ก.ย.2561 อีกด้วย

โอกาสนี้ ประทีป สันติวัฒนา ผู้บริหารกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง หนึ่งในภาคเอกชนที่ร่วมโครงการต้นแบบ นำผู้บริหารระดับสูงไปประชุมสัมมนาที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ได้รับองค์ความรู้มากมายจากการทำกิจกรรมที่ศูนย์ฯแห่งนี้ เหล่าผู้บริหารได้เรียนรู้คำว่า “พอเพียง” และการประมาณตนในกิจกรรมต่างๆ ได้แฝงปรัชญาแนวคิดในเรื่องพอเพียง ทำให้ทุกคนมีความเข้าใจ พร้อมทั้งยังได้เห็นวิธีของการสังเกตและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และยังได้ไปสัมผัสของจริง ทำให้เราสามารถนำประสบการณ์มาเป็นแบบอย่างในการประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างดี.