วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โบรกฯ มองสัปดาห์นี้หุ้นไทยเคลื่อนไหว sideway ให้กรอบ 1,650-1,680 จุด

บล.เคทีบี มองตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวแบบ sideway ชี้เงินลงทุนต่างชาติยังเป็นปัจจัยหลักในตลาด มองกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ที่ 1,650-1,680 จุด..

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST มองตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (2-6 ต.ค.) ว่าดัชนียังเป็นช่วงของการปรับฐานและทรงตัว (sideway) จนกว่าแรงขายจะชะลอลง หลังขึ้นไปทดสอบ 1,670 จุด คาดว่าจะลงมาเล่นในกรอบ 1,660-1,680 จุด โดยที่การปรับพอร์ตของนักลงทุนรับสถานการณ์ที่ Fed ปรับนโยบายการเงิน

รวมทั้ง สถานการณ์เกาหลีเหนือ จะเป็นตัวแปรสำคัญจากต่างประเทศ ขณะที่ของไทยจะมีการเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3 ส่งผลให้มีการเข้ามาลงทุนในหุ้นที่ถูกคาดว่ากำไรจะดีมากขึ้น ในด้านปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การที่ Fed ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ โดยที่โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่สำรวจโดย Bloomberg พบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 66%

นอกจากนี้ การประกาศตัวเลขที่ชัดเจนของมาตรการลดภาษีของทรัมป์ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอีกครั้ง โดย Dollar Spot Index ปรับตัวขึ้นมาจาก 92 เป็น 93 จุด ทำให้ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์อ่อนค่าลงตามลำดับ มองว่าค่าเงินบาทจะไม่แข็งค่าไปมากกว่านี้ และเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกไทยและหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นลบจากต่างชาติอาจขายหุ้นเพราะค่าเงินอ่อนลง

ส่วนอีกปัจจัยคือ การดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งผลสำรวจจาก Bloomberg พบว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ เพียง 0.5% อย่างไรก็ตามมีโอกาสที่ ECB จะส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยและหยุดการทำ QE ซึ่งจะเป็นลบต่อตลาดหุ้นโดยรวม โดยที่ผ่านมามีการระบุว่า ECB จะหยุดการทำ QE ในช่วงประมาณ ไตรมาส 1 ปี 2018

สำหรับปัจจัยในประเทศ ติดตามเรื่องกระแสเงินสดจากต่างประเทศ สัปดาห์ที่ผ่านมาต่างชาติเริ่มมีสถานะสุทธิเป็นขาย 2.2 พันล้านบาท อีกทั้งยังมีสถานะเป็น short position ใน SET50 Futures อาจเป็นสัญญาณว่าต่างชาติจะมีการขายทำกำไรในตลาดหุ้นไทย ขณะที่การคาดการณ์งบไตรมาส 3 หุ้นธนาคาร ได้แก่ TISCO และ TCAP ทั้ง 2 ตัวคาดว่าจะมีผลประกอบการออกมาดี และสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีการคาดการณ์หุ้นกลุ่มแบงก์ที่เหลือ คาดกำไรจะเติบโต QoQ หลังการตั้งสำรองของ KTB ลดลง

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ ต้องเน้นเล่นสั้นสลับกลุ่มเล่นแบบรายวัน หากดัชนีฯ ต่ำกว่า 1,660 จุด นักลงทุนระยะยาวให้ลดพอร์ต ส่วนการเก็งกำไรช่วงสั้นแนะให้รอซื้อเมื่อตลาดมีแรงซื้ออย่างจริงจังเข้ามา กลุ่มหุ้นที่ให้น้ำหนักมากที่สุด จะไปเน้นที่หุ้นมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หุ้นที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่จะออกมาดี และหุ้นที่ยังมีความ Laggard มองกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ 1,650-1,680 จุด หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ PTG, HANA, RJH, TOP, ASAP.