วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.ค้านรัฐเก็บภาษีน้ำจากเกษตรกรรายย่อย จี้ชี้แจง พ่วงแนะ 5 ข้อ

"กรณ์" แถลงจุดยืนค้านเก็บภาษีน้ำเกษตรกรรายย่อย ชง 5 ข้อรัฐบาลแจง ชี้ไทยมีน้ำเพียบ อย่าผลักภาระให้ ปชช.สะท้อนรัฐล้มเหลวแก้โจทย์น้ำ

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 60 ทึ่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะทำงานนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ และนายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี คณะทำงานด้านน้ำ นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร อดีต ส.ส.นครสวรรค์ คณะทำงานด้านเกษตร ร่วมแถลงเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทรัพยากรน้ำ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาวาระสอง ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขณะนี้ ว่า เรื่องนี้เกษตรกรเป็นกังวลการจัดเก็บภาษีน้ำมาก ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บค่าน้ำจากเกษตรกรรายย่อย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ที่ระบุมาตราที่ 39 ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่ระบุว่า จะมีการเก็บเงินจากการใช้น้ำจากเกษตรกร ที่ปลูกเพื่อการพาณิชย์ว่าเป็นอย่างไร เพราะในปัจจุบันมีเกษตรกรรายย่อยที่รวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน และเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ ตามนโยบายรัฐบาลด้วยซ้ำ พรรคฯ ได้ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องทรัพยากรน้ำมาตลอด จึงขอเสนอแนวคิดต่อกรรมาธิการฯ สนช. ดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลแถลงความชัดเจนว่า จะไม่เก็บค่าน้ำหรือภาษีน้ำจากเกษตรกรรายย่อย รวมถึงชี้แจงนิยามของเกษตรกรรายย่อย และเกณฑ์ที่ชัดเจนของเกษตรกรที่ปลูกเพื่อการพาณิชย์ตามมาตรา 39 2. ขอให้รัฐบาลนำรายได้จากค่าน้ำของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ มาเป็นรายได้ตรงต่อการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน การอนุรักษ์แหล่งน้ำ และการสนับสนุนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ 3. ขอให้รัฐบาลปฏิรูปกฎหมายน้ำควบคู่กับการปฏิรูองค์กรด้านน้ำ เพื่อให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำทั้ง 33 หน่วยงาน ร่วมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนผู้เป็นเกษตรกรอย่างแท้จริง 4. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดขยายพื้นที่ชลประทานที่ปัจจุบันมีเพียงร้อยละ 30 ของพื้นที่เพาะปลูกให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน และ 5. ขอให้รัฐบาลพิจารณาเช่าพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากในฤดูน้ำหลากเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ และใช้น้ำจากพื้นที่นี้สำหรับการเกษตรบริเวณใกล้เคียง

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลควรจัดสรรน้ำให้เกษตรกรเข้าถึงได้ตลอดและต่อเนื่อง เพราะปริมาณน้ำธรรมชาติแต่ละปีมีน้ำใช้เหลือล้นกว่า 4 เท่าตัว ไทยไม่ขาดแคลนน้ำเหมือนอิสราเอล หรือสิงคโปร์ แต่ปัญหาของเราคือการบริหารจัดการน้ำให้เท่าเทียมและมีประสิทธิภาพให้มีน้ำใช้อย่างต่อเนื่องเพียงพอ การคิดเก็บภาษีน้ำจากประชาชนมองอีกมุมก็สะท้อนว่า รัฐบาลยังล้มเหลวในการจัดการบริหารทรัพยากรน้ำ ฉะนั้นก่อนที่จะพูดถึงการคิดภาษี ควรแก้สิ่งเหล่านี้ก่อน ส่วนการเก็บภาษีน้ำจากภาคอุตสาหกรรมต้องมีความชัดเจนว่าจะนำรายได้ตรงนี้ไปใช้อย่างไร โดยหากมีการเก็บภาษีในส่วนนี้ก็ควรนำไปใช้เพื่อดูแลปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งการสมดุล การรักษาป่าแหล่งต้นน้ำ และการพัฒนาแหล่งน้ำในระดับชุมชนให้ทั่วถึง ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนต้องแบกรับอีก