วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ถึงสหรัฐฯ พร้อมนำนักธุรกิจไทย เตรียมหารือ 'ทรัมป์' วันนี้

นายกฯ พร้อมคณะเดินทางถึงสหรัฐฯ แล้ววานนี้ เตรียมเข้าหารือ "ทรัมป์" เรื่องธุรกิจวันนี้ ภาคเอกชนไทยมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยเฮอริเคน 1 แสนเหรียญสหรัฐฯ  พร้อมสิ่งของอาหารมูลค่าอีกประมาณ 1.2 แสนเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ รบ.ไทยควักกระเป๋าช่วย 1 ล้านบาท  

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-5 ต.ค.ว่า เมื่อเวลา 10.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น วานนี้ (1 ต.ค.) ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลส กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยมี นายพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงกรมพิธีการทูตสหรัฐฯ มาต้อนรับและเดินทางเข้าที่พัก ก่อนจะนำคณะรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางไปด้วย ร่วมหารือกับคณะทำงานและนักธุรกิจและนักลงทุนไทยในสหรัฐฯ 

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ มีนักธุรกิจไทยร่วมคณะ 25 คน จาก 5 ภาคธุรกิจ คือ ด้านการเกษตร อาหาร การแปรรูป การเงินการธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ปิโตรเคมี และชิ้นส่วนยานยนต์ นายกรัฐนตรีจึงหารือเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนพบปะ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 2 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง โดยในโอกาสนี้ภาคเอกชนไทยได้มอบเงินช่วยเหลือสหรัฐฯ  ที่ประสบภัยพายุเฮอริเคน เป็นเงินประมาณ 100,000 เหรียญสหรัฐฯ สิ่งของและอาหารอีกมูลค่าประมาณ 120,000 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลไทยได้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเงิน 1,000,000 บาท

ทั้งนี้การพบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นไปใน 2 รูปแบบ โดยเริ่มจากการหารือระหว่างผู้นำสองประเทศแบบ 2 ต่อ 2 หรือ 4 EYE ก่อน จากนั้นเป็นการหารือแบบเต็มคณะ ซึ่งจะมีเนื้อหาครอบคลุม ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ และการส่งเสริมการเป็นพันธมิตรของไทยและสหรัฐฯ ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในช่วงเย็นนายกรัฐมนตรีจะนำภาคเอกชนของไทย พบปะกับภาคธุรกิจสหรัฐฯ ในระหว่างงานเลี้ยงอาหารเย็น ที่สภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ และสภาการค้าสหรัฐฯร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยจะหารือถึงการขยายความร่วมมือกันในทุกด้านและทุกมิติ เชื่อว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักมูลค่าการค้าการลงทุนของสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้น.