วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ชัชชาติ-สมชัย'ปัดเก้าอี้ กก.ยุทธศาสตร์ชาติ ไก่อูบอกไม่เสียหน้า

“วิษณุ” ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ขอลี้ภัย สถานการณ์เปลี่ยนทำเงื่อนไขเปลี่ยน ต้องแยกให้ออกระหว่างนักการเมืองกับคดีการเมือง “นิพิฏฐ์” ฟันธงเปรี้ยง “ปู” ได้สิทธิลี้ภัยแน่ เหตุนานาชาติมองแค่ถูกยึดอำนาจ “จาตุรนต์” ตีโจทย์ คสช.มุ่งกำจัด พท. สร้างฐานอำนาจนายกฯคนนอก “บิ๊กบัง” อยากเห็นความยุติธรรมที่แท้จริง ลั่นมาตุภูมิยังไม่จับขั้วกับใคร “ชัชชาติ” ออกโรงปฏิเสธไม่รับตำแหน่ง กก.ยุทธศาสตร์ อ้างติดภารกิจงาน-ชีวิตส่วนตัว และยังไม่เข้าใจแนวคิด ขอโทษ “วิษณุ” ที่สื่อสารกันไม่ชัดเจน “ไก่อู” เผย “สมชัย จิตสุชน” ขอไขก๊อกอีกคน พูดแก้เกี้ยวไม่ใช่เรื่องเสียหน้า “บิ๊กตู่” สั่งหาคนใหม่แทนพท.ซัดรัฐบาลชิงมัดมือชก “คณิน” ห่วงเพิ่มอำนาจศาล รธน. เป็นดาบสองคมใช้ตามอำเภอใจ

การเดินเกมขอลี้ภัยทางการเมือง โดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายเฝ้าจับตามอง แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะออกมาบอกว่าไม่สนใจและถือเป็นเรื่องส่วนตัวก็ตาม

“วิษณุ” ชี้คดี “ปู” ไม่นับอายุความ

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองพิพากษาจำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา ว่า สิทธิการ อุทธรณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ วิธีการอุทธรณ์ต้องยึดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ ที่เพิ่งประกาศใช้ และระบุไว้ชัดว่าเจ้าตัวต้องมายื่นด้วยตนเอง ส่วนอายุความของคดีตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2558 กำหนดหากมีการหนีคดีให้อายุความสะดุดหยุดลง ไม่นับ ถ้าได้ตัวมาดำเนินการจึงให้นับอายุความต่อ แต่ถ้านับอายุความครบกรอบกำหนดเวลาแล้วไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ถือว่าหมดอายุความ

ให้แยกคดีการเมือง-นักการเมือง

เมื่อถามว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าข่ายเป็นคดีที่ขอลี้ภัยทางการเมืองได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เหตุผลในการขอลี้ภัยต้องเป็นคดีการเมือง อย่ายึดคำว่านักการเมือง เพราะนักการเมืองฆ่าคนแล้วหนีคดีจะลี้ภัยทางการเมืองไม่ได้ มันต้องเป็นคดีการเมือง เช่น กรณีการยึดอำนาจ เมื่อถามย้ำว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ถูกยึดอำนาจ จะอ้างเป็นเหตุผลขอลี้ภัยได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ถ้าหนีตอนโน้น ใช่ แต่มาหนีตอนนี้อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนจะอ้างผลพวงของรัฐประหารหรือไม่ ผมไม่ทราบไม่ขอตอบในเรื่องนี้ อยู่ที่แต่ละประเทศว่าเขาจะรับหรือไม่ ต้องแยกให้ออกระหว่างนักการเมืองกับคดีทางการเมือง เพราะการลี้ภัยคดีทางการเมืองไม่ใช่เป็นไปโดยอัตโนมัติ มีหลักเกณฑ์หลายอย่าง เช่น การขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนบางทีเขาก็ไม่ให้ กรณีคดีแบบเดียวกันประเทศไทยมีโทษประหาร แต่ประเทศอื่นไม่มี เราไปขอตัวเพื่อมาดำเนินคดีเขาก็ไม่ส่งมาให้”

ล่าตัวคนหนีคดีมีหลายช่องทาง

เมื่อถามว่า บางประเทศนำเงินไปลงทุนแล้วจะได้สัญชาติ นายวิษณุตอบว่า อย่านำมาปนกับการขอลี้ภัย เมื่อถามถึงการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มาดำเนินคดี นายวิษณุตอบว่า ไม่ขอพูดเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่การติดตามตัวบุคคลลักษณะนี้มีกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา รวมถึงต้องเชื่อมโยงกับสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศนั้นๆ หากมีสนธิสัญญาก็มีโอกาสที่เขาจะส่งตัวให้ แต่หากไม่มีก็เป็นดุลพินิจของเขา ส่วนจะใช้ช่องอะไรอย่างไรต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เบื้องต้นต้องให้ทราบก่อนว่าอยู่ที่ไหน เมื่อถามอีกว่ารัฐบาลมีอำนาจมาตรา 44 จะใช้ยกเลิกพาสปอร์ตได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ต้องถึงกับใช้มาตรา 44 กระทรวงการต่างประเทศสามารถยกเลิกเองได้ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ขอให้มีความชัดเจนในหลักเกณฑ์ซึ่งมีหลายข้อ

ทีมทนายมึนไม่รู้ประสานยังไง

ด้านนายนรวิทย์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คดีจำนำข้าว กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์คดี ว่า ทิศทางการดำเนินการหลังจากนี้ทีมทนายความยังไม่ได้หารือกัน เพราะยังไม่ได้รับคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์ อยู่ระหว่างการขอคัดสำเนาอยู่ ต้องรอส่วนนั้นก่อน รวมถึงยังไม่ได้รับการติดต่อจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เรายังไม่รู้ว่าจะประสาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ที่ใด

“นิพิฏฐ์” ฟันธงได้ลี้ภัยตามพี่ชาย

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์คงขอลี้ภัยได้ เพราะก่อนหนีคงเตรียมการเรื่องลี้ภัยระดับหนึ่งแล้ว ถ้าผู้นำประเทศที่ถูกยึดอำนาจ และถูกดำเนินคดี เขาจะไม่ดูรายละเอียดคดีว่าโดนคดีทุจริตหรือไม่ แต่เขาจะดูว่าผู้นำคนนี้ถูกยึดอำนาจ การลี้ภัยความหมายค่อนข้างกว้างสำหรับคนที่ถูกยึดอำนาจ จึงคิดว่าเขาคงลี้ภัยในประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หรือแม้แต่ประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็มีโอกาส ถ้าประเทศเหล่านั้นมองว่าคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โดนเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการยึดอำนาจ สมมติประเทศอังกฤษอนุญาตให้ลี้ภัย เราก็ไปตามจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในประเทศเขาไม่ได้ มันอาจคล้ายคลึงกับกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เป็นพี่ชาย ที่จนถึงขณะนี้ยังตามจับตัวไม่ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้รับอนุญาตให้ลี้ภัย มันก็เหมือนกับนายทักษิณ

เลิกวิสาสะพวกบิดพลิ้ว รธน.

นายนิพิฏฐ์กล่าวถึงโรดเเม็ปเลือกตั้งว่า ไม่สนใจเรื่องโรดแม็ป เราไปให้ความสำคัญกับคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มากเกินไป จนดูเหมือนคำพูดนายกฯสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญ หลักการคือเมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว เราอย่าไปบิดเบือนรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งเมื่อไหร่ไม่ใช่อยู่ที่คำพูดนายกฯ แต่อยู่ที่รัฐธรรมนูญ ถ้าเราถามว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแม็ปไหม มันเหมือนไปถามว่านายกฯจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญไหม ก็แปลความว่าถ้าไม่มีเลือกตั้งตามโรดแม็ปก็คือมีคนไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญ เราไม่ควรไปเสวนากับคนที่หลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญเเต่ต้น มีคนบอกว่าถ้ากฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับแรกเสร็จ เลือกตั้งได้เลยในร้อยห้าสิบวัน แต่ตอนหลังเขาบอกว่าทำ 4 ฉบับทีหลังสุดไม่ได้ทำก่อน เท่ากับ รธน.ไม่มีผลบังคับไปแล้วหนึ่งมาตรา ก็ไม่รู้จะวิเคราะห์อย่างไรได้อีก

“อ๋อย” ตีโจทย์ คสช.มุ่งทำลาย พท.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “อย่าฝันหวานไปนัก” การเลื่อนเลือกตั้งออกไปให้นานที่สุด กับการทำให้คนใน คสช.ได้เป็นนายกฯคนนอกหลังเลือกตั้ง คือเรื่องเดียวกัน จากนี้ไปโจทย์ใหญ่ของ คสช. คือการทำให้แน่ใจว่าพรรคการเมืองทั้งหลายโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ยังจะเกิดอะไรต่อมิอะไรขึ้นอีกมาก ทั้งการออกกฎหมายลูก การเตรียมองค์กรตามรัฐธรรมนูญ การจัดการกับพรรคการเมืองและนักการเมือง ทั้งการกระทำต่อชื่อเสียง คะแนนนิยม องค์กรและบุคลากร รวมทั้งการสร้างฐานการเมืองสนับสนุนผู้นำ คสช. ให้กว้างและเข้มแข็งมากขึ้น ฟังความเห็นนักการเมืองกับคอการเมือง รวมถึงประชาชนที่ได้คุยกัน ก็รู้สึกว่าหากคนนอกได้เป็นนายกฯ ไม่ใช่จะบริหารงานได้ราบรื่นง่ายดาย รัฐบาลอาจไม่มีเสถียรภาพเลยด้วยซ้ำ

รบ.เก้าอี้โยกมีแต่เกมต่อรอง

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า แม้ระบบเลือกตั้งจะหาทางป้องกันไม่ให้พรรคใดพรรคหนึ่งได้เสียงข้างมาก แต่คงไม่เกิดสภาพเบี้ยหัวแตกอย่างในอดีตอีก หากพรรคใหญ่แค่พรรคเดียวไม่ร่วมรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่ใช่จะอยู่ได้สบายเหมือนในอดีต การต่อรองในรัฐบาลจะดุเดือดเข้มข้น ขาดเสถียรภาพในสภา ขาดความชอบธรรมทางการเมือง พลาดนิดเดียวรัฐบาลล้มได้เหมือนกัน ยิ่งรัฐบาลนายกฯคนนอกต้องคอยเอาใจ ส.ว. 250 คน และพรรคการเมืองต่างๆ ความมั่นคงทางการเมืองจะยิ่งน้อย แต่ถ้าพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลได้ ต้องถูกกำกับด้วยยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปจนทำอะไรไม่ได้ คงอยู่ได้ไม่นานต้องถูกกลไกรัฐธรรมนูญจัดการให้พ้นหน้าที่ไป เรามาถึงจุดนี้เพราะ คสช. ต้องการระบบที่ตนเองสืบทอดอำนาจได้แน่ๆเต็มๆ แต่พอร่างรัฐธรรมนูญออกมาแล้วกลับครึ่งๆกลางๆ ไม่ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดดังที่ตั้งใจ จึงไม่ง่ายอย่างที่วางแผนไว้ โรดแม็ปเลือกตั้งจึงเป็นแบบปลายเปิดอยู่

ผบ.ทบ.ตบเท้าเบิร์ธเดย์ “บิ๊กบัง”

วันเดียวกันเวลา 10.30 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เปิดบ้านพักรับรองภายใน ร.11 รอ. ให้นายทหารระดับสูงและคนสนิท นำโดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสธ.ทบ. พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองเสนาธิการทหาร พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์ ผบ.นสศ. และ นพ.อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เลขาธิการพรรคมาตุภูมิ เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 71 ปี พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวอวยพรว่า กองทัพบกตระหนักถึงเกียรติประวัติและคุณงามความดีของ พล.อ.สนธิที่ได้สร้างประโยชน์และคุณูปการอย่างสูงสุดต่อกองทัพบกและประเทศชาติ คุณงามความดีนั้นจะยังคงจารึกอยู่ในความทรงจำ และเป็นต้นแบบแก่กำลังพลในกองทัพบกยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อความเป็นปึกแผ่นของประเทศชาติต่อไป

อยากเห็นความยุติธรรมที่แท้จริง

จากนั้น พล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมือง ว่า ในฐานะอดีต ผบ.ทบ. อยากเห็นสังคมไทยมีแต่ความรัก ให้อภัยกัน ลืมเรื่องเก่าๆหันกลับมาเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้ชาติเข้มแข็ง อยากเห็นประเทศไทย คนไทย พร้อมทั้งมุมมองต่างประเทศ ว่าประเทศไทยมีกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงๆ เพราะจากที่มีการตัดสินคดีการเมือง หลายฝ่ายบอกว่าไม่ยุติธรรม มีเรื่องแปลกๆออกมา อยากเห็นหลักการบริหารบ้านเมือง ที่ผ่านมาเราไม่เลือกคนให้เหมาะกับงาน ดึงเอาเพื่อนพวกพ้องเข้ามา ทำให้ประสิทธิภาพยังไม่ดีพอ กลายเป็นอุปสรรค อยากให้ประเทศหมดสิ้นการคอร์รัปชัน ไม่อยากให้มองว่านักการเมืองเป็นคนขี้โกงหรือคนไม่ดี เพราะถ้าข้าราชการไม่ร่วมมือโกงด้วย นักการเมืองก็โกงไม่ได้ และภาคธุรกิจต้องไม่มีส่วนร่วมสนับสนุนคอร์รัปชัน ฝากถึงกองทัพไม่ใช่ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้รบอย่างเดียว ต้องซื้อสิ่งที่จะมาช่วยประชาชนด้วย

ลั่นมาตุภูมิยังไม่จับขั้วกับใคร

เมื่อถามถึงอนาคตของพรรคมาตุภูมิ พล.อ.สนธิตอบว่า จากกฎหมายลูกและรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคเล็กเติบโตยากมาก ทุกคนพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ต้องดูกฎหมายลูกให้ชัดเจนก่อนว่ามีความสอดคล้องหรือไม่ ที่ผ่านมาได้ยินว่าต้องการให้พรรคเล็กมีหลายพรรค แต่พอกฎหมายออกมาพรรคเล็กไม่สามารถเกิดได้ เหลือแต่พรรคใหญ่ นักการเมืองพร้อมลงเลือกตั้งอยู่แล้ว เพียงแต่รัฐบาลต้องกำหนดวันเวลาให้ชัด ขอให้นายกฯยึดโรดแม็ปหากผ่อนปรนยกเลิกคำสั่งที่ห้ามนักการเมืองจัดประชุม และจัดกิจกรรมทางการเมืองบ้างคงจะดี ให้มีโอกาสพูดคุย หาข้อเสนอแนะแนวทาง แต่รัฐบาลและ คสช.คงต้องดูอย่างรอบคอบ ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคมาตุภูมิจะจับมืออดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หลายคน ขับเคลื่อนทางการเมืองนั้น ยังไม่ได้จับมือใครมาร่วมกับใคร เพียงแต่ให้คำปรึกษาเรื่องการเมืองการทหารและเศรษฐกิจเท่านั้น ทุกคนยังรอทิศทางที่แท้จริงอยู่

“ชัชชาติ” ไม่รู้ถูกทาบนั่งยุทธศาสตร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.30 น. ของวันที่ 1 ต.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันเมื่อวันที่ 28 ก.ย.นั้น ไม่ได้มีการพูดคุยกันมาก่อน ทราบเรื่องเมื่อตอนบ่ายวันที่ 27 ก.ย. แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ขอเวลาดูรายละเอียดก่อน ช่วงกลางคืนก็มีรายชื่อในสื่อแล้ว แต่เชื่อว่าทุกท่านมีเจตนาดี คงเป็นเรื่องเวลาที่กระชั้น และเท่าที่ทราบกรรมการบางท่านก็เป็นแบบนี้

ปฏิเสธไม่รับยังไม่เข้าใจแนวคิด

นายชัชชาติระบุอีกว่า การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องใหญ่ มีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มีระยะเวลายาวไม่น้อยกว่า 20 ปี และหน่วยงานรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนีิ้ ยังมีหน้าที่ตามมาตรา 10 ในการจัดทำแผนแม่บทให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด และมาตรา 26 พิจารณาว่าการดำเนินการของหน่วยงานใดไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งมีหน้าที่ติดตามแก้ไขปรับปรุงด้วย ซึ่งเป็นภาระงานสำคัญที่ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมาก ซึ่งตนไม่ได้มีความเข้าใจในแนวคิดและหลักการของยุทธศาสตร์ชาติอย่างถ่องแท้ นอกจากนี้ ยังติดภาระงานประจำที่เป็นพนักงานเต็มเวลาของบริษัทมหาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระด้านครอบครัว จึงไม่สามารถทำหน้าที่กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างเต็มกำลัง จึงขอไม่รับตำแหน่งกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะไปยื่นหนังสือในวันที่ 2 ต.ค. ตอนแรกจะไปตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. แต่ทำเอกสารไม่ทัน

ยกทฤษฎี “ทำได้ไม่ดีไม่ควรทำ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติยังโพสต์ด้วยว่า Michael Porter กูรูด้านกลยุทธ์พูดไว้ว่า “The essence of strategy is choosing what not to do.” “แก่นแท้ของกลยุทธ์ คือ การเลือกว่าอะไรไม่ควรทำ” สิ่งที่เรารู้ว่าจะทำได้ไม่ดี ก็ควรเลือกที่จะไม่ทำเพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งของคนอื่นและตัวเรา

อ้างสื่อสารทีม “วิษณุ” ไม่ชัดเจน

ต่อมานายชัชชาติให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนตอบรับเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้วนั้น “คงเป็นความบกพร่องของผมที่สื่อสารกับทีมงานของรองนายกฯไม่ชัดเจน ทีมงานท่านได้แจ้งมาตอนบ่ายวันที่ 27 ก.ย. ผมบอกว่าไม่เคยทราบเรื่อง ขอดูรายละเอียดก่อน จะแจ้งในวันรุ่งขึ้น พอวันรุ่งขึ้นมีรายชื่อผมออกมาแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นพับลิคแล้ว เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน จึงไม่ได้แจ้งกลับ เลยอาจทำให้ทีมงานท่านรองฯวิษณุ เข้าใจว่าผมรับแล้ว ต้องกราบขอโทษท่านรองฯวิษณุด้วย และขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณานึกถึง ให้เกียรติ และให้โอกาสผม เราทุกคนช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างเดินก้าวต่อไปได้”

“ไก่อู” แก้เกี้ยวไม่ใช่เรื่องเสียหน้า

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขอถอนตัวจากการเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มอบหมายให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องไปหาบุคคลมาทำหน้าที่แทน ส่วนใครที่ติดภารกิจหรือมีเหตุผลติดขัด รัฐบาลและ คสช.คงไม่สามารถบังคับขู่เข็ญใครได้ เราต้องเคารพการตัดสินใจ แล้วหาบุคคลใหม่เข้ามาทำหน้าที่ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องสำคัญ คงไม่นำมานึกว่าจะเสียหน้าหรือเสียหายอะไร เรื่องของชาติบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องหน้าตา แต่เป็นการทำให้ประเทศก้าวหน้า

พท.ซัดรัฐบาลชิงมัดมือชก

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศลาออกจากการเป็นกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาตินั้น ตอนแรกคิดว่าคงมีการทาบทามกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ดูจากที่นายชัชชาติชี้แจงในเฟซบุ๊ก เหมือนไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า และนายชัชชาติได้แสดงเหตุผลที่ลาออกชัดเจนก็ถือเป็นสิทธิ ปกติการเชิญใครไปทำอะไรต้องบอกกล่าวล่วงหน้า แต่ลักษณะที่ออกมาเช่นนี้เหมือนมัดมือชก นายชัชชาติถูกคนที่รักศรัทธาด่าฟรีไปหลายวัน ในที่สุดคงตัดสินไม่รับตำแหน่ง เมื่อถามว่านายชัชชาติ มีความรู้ความสามารถ การลาออกเช่นนี้ถือว่าเสียโอกาสหรือไม่ นายสามารถตอบว่า นักวิชาการคงไม่เห็นด้วยกับการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะกรอบเวลามันยาวเกินไป เท่าที่ดูการชี้แจงถ้าไม่เห็นด้วยในหลักการตั้งแต่ต้นก็คงลำบาก

พร้อมอ้าแขนรับกลับพรรค

เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้น นายชัชชาติยังสามารถร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายสามารถตอบว่า ไม่น่ามีปัญหา ตนซึ่งเป็นคนในพรรคเมื่อทราบว่าแต่งตั้งโดยไม่ทาบทาม พอลาออกก็ไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้ วันนี้นายชัชชาติวางมือทางการเมืองไปทำธุรกิจ ถ้ามีโอกาสก็เป็นไปได้ที่จะกลับมาร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมานายชัชชาติรับผิดชอบกระทรวงใหญ่ที่พรรคมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ วางโครงสร้างคมนาคมไว้หลายอย่าง และรัฐบาลชุดนี้ก็นำไปใช้

“ศรีสุวรรณ” ขอนายกฯทบทวน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่าสมาคมฯ ออกแถลงการณ์ “หยุดลุแก่อำนาจแต่งตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพวกฝักถั่ว และกลุ่มนายทุนขุนศึก” ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ ชาติ ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ แต่รายชื่อที่ออกมากลายเป็นกลุ่มคนที่กระจุกตัวใกล้ชิดผู้มีอำนาจ เป็นตัวแทนกลุ่มนายทุน ที่ได้ประโยชน์จากการทำรัฐประหาร ไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย และยังมีรายชื่อของบุคคลที่ไม่สมัครใจเข้าร่วม เช่นกรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แสดงให้เห็นถึงกระบวนการแต่งตั้งที่เร่งรีบ แล้วอย่างนี้จะสะท้อนข้อเท็จจริงนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างไร หรือเพียงเพื่อจัดทำขึ้นมาเพื่อปกป้องกลุ่มผู้มีอำนาจ และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนขุนศึกเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาทบทวน และยกเลิกประกาศดังกล่าว แล้วเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาร่วม เพื่อนำไปสู่การยอมรับร่วมกัน

“วันชัย” ฝันเลือกตั้งไม่เสียของ

นายวันชัย สอนศิริ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองกำลังเร่งรัดเขียนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มั่นคง โดยคณะกรรมการฯจะประสานทุกภาคส่วน ให้การเลือกตั้งเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ทางการเมือง รัฐบาลและการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องไม่เหมือนกับการเมืองที่ผ่านมา คสช. รัฐบาล และ กกต. ต้องเป็นหัวหอกนำธงสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นทุกองคาพยพ สร้างกระแสปลุกเร้าให้ประชาชนตื่นตัวเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นวาระของชาติเหมือนเป็นเทศกาลสำคัญของประเทศ ต้องร่วมไม้ร่วมมือทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเสียของ และล้มเหลว

ห่วงศาล รธน.ใช้อำนาจตามใจ

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ สนช.เพิ่งรับหลักการร่าง กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งจำคุกบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ ฐานละเมิดอำนาจศาลได้ ว่า ไม่เห็นด้วย เท่ากับเป็นการปิดปากประชาชน และนักวิชาการที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญโดยปริยาย โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดเด็ดขาด มีอำนาจควบคุมพฤติกรรมการใช้อำนาจอธิปไตยทั้งสามฝ่าย รวมทั้งองค์กรอิสระ จึงมีความจำเป็นต้องมีมาตรการในการตรวจสอบ ถ่วงดุล และควบคุมการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญด้วย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

“สมชัย” ดิ้นสู้ทุกช่องให้ถึงที่สุด

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า หากสำนักกฎหมายและคดีของสำนักงาน กกต. ยกร่างคำร้องเสร็จเมื่อใด ก็ให้เสนอเข้าที่ประชุมเพื่อให้ กกต.ลงนาม เข้าใจว่าสัปดาห์หน้าน่าจะเสร็จ หรือช้าสุดไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์ เพราะเป็นการนำคำร้องเดิมที่ กกต. เคยยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้มาปรับปรุงใหม่ เหตุผลที่ กกต.ต้องยื่น เพื่อเป็นการยืนยันว่าบทบัญญัติทั้ง 2 มาตรา คือ มาตรา 26 และมาตรา 27 ในร่างดังกล่าวมีเนื้อหาที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และอาจมีปัญหาทางปฏิบัติในอนาคตได้ สำหรับตนเองจะขอใช้สิทธิส่วนบุคคลยื่นศาลรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน โดยจะยื่นผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ ส่วนจะยื่นให้วินิจฉัยประเด็นใด ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

นิด้าโพลมั่นใจเลือกตั้ง พ.ย.61

วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ประชาชนอยากเลือกตั้งแล้วหรือยัง?” พบว่าร้อยละ 55 เห็นว่ารัฐบาลสามารถจัดการเลือกตั้งประมาณเดือน พ.ย.61 ได้ มีร้อยละ 33.41 ระบุว่าทำไม่ได้ แต่หากการเลือกตั้งต้องถูกเลื่อนออกไปส่วนใหญ่ยังยอมรับได้ เมื่อถามว่าตอนนี้อยากเลือกตั้งแล้วหรือยังพบว่า ร้อยละ 68.19 อยากเลือกตั้ง ร้อยละ 24.38 ไม่อยากเลือกตั้ง และร้อยละ 7.43 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และถ้าไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในปลายปี 61 ร้อยละ 45 บอกว่าไม่มีความกังวลใจเลย ร้อยละ 21.34 ระบุว่ากังวลใจค่อนข้างน้อย ร้อยละ 19.34 กังวลใจค่อนข้างมาก

“บิ๊กตู่” ไปพบ “ทรัมป์” เป็นผลดี

ด้านสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน กรณีการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของนายกรัฐมนตรีตามคำเชิญของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบว่าร้อยละ 70.26 เป็นการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดี กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร้อยละ 66.49 เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พบผู้นำระดับโลกเป็นที่รู้จักมากขึ้น และร้อยละ 65.41 ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศดีขึ้น ได้รับการยอมรับ และสิ่งที่ประชาชนอยากฝาก พล.อ.ประยุทธ์ คือขอให้ทำเต็มที่และประสบความสำเร็จ เป็นตัวแทนประเทศสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และการเจรจาควรคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

งงภาครัฐแจงภาษีน้ำไม่ชัดเจน

อีกเรื่อง นายคุณากร ปรีชาชนะชัย อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ระบุว่าร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน จะมีการจัดเก็บค่าน้ำที่ใช้ด้านการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์ ขณะที่นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. กลับชี้แจงว่าไม่มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับมาตรการจัดเก็บค่าน้ำ เพราะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร ทุกวันนี้พืชผลการเกษตรราคาตกต่ำจนแทบไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ควรออกมาตรการอะไรที่เพิ่มต้นทุนของเกษตรกรอีก แต่ก็แปลกใจที่คนในซีกรัฐบาลกลับออกมาพูดเรื่องนี้ไม่ตรงกัน ทั้งที่เป็นประเด็นใหญ่กระทบกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นเกษตรกรก็ต้องมานั่งกังวลกับเรื่องแบบนี้อีกแทนที่จะได้เอาเวลาไปตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน

จี้ “บิ๊กป๊อก” รับผิดชอบห้วยเม็ก

ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นางมุกดา พงษ์สมบัติ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นายธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายป่าสาธารณะห้วยเม็ก ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายอนุสรณ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนให้เข้าสำรวจความเสียหายป่าสาธารณะห้วยเม็ก หลังเอกชนยกเลิกเช่าพื้นที่และได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ถูกปลอมชื่อทำประชาคม คนในพื้นที่ยังกังขาในท่าทีและความรับผิดชอบของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ลงนามอนุมัติให้เอกชนเข้าใช้พื้นที่ว่า การสั่งสอบข้าราชการไปถึงไหนแล้ว ข้าราชการระดับปฏิบัติการในพื้นที่จะกล้าทำหรือถ้าไม่ได้รับไฟเขียวจากฝ่ายนโยบาย กรณีนี้ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วฝ่ายนโยบายโดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ จะรับผิดชอบอย่างไรหรือจะจำกัดแค่เฉพาะฝ่ายปฏิบัติการ รัฐบาลนี้เข้าใจคำว่าความรับผิดชอบทางการเมืองสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างไร การเยียวยาความเสียหายคืนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าจะครบถ้วนหรือไม่