วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สลด เจ้าอาวาสจมน้ำตายที่ตรัง เป็นห่วงไม่ยอมทิ้งวัด มรณภาพอยู่หน้ากุฏิ

เกิดเหตุสลด น้ำท่วมในตัวเมืองตรัง เจ้าอาวาสไม่ยอมทิ้งวัด กู้ภัยไปช่วยจะพาออกมาหลังระดับน้ำขึ้นสูง แต่ท่านไม่ยอมออก ทั้งยังบอกเป็นนัยว่า "จะอยู่ตรงนี้ จะไม่ไปไหน" สุดท้ายพระลูกวัดไปเจอนอนหายใจรวยริน ก่อนสิ้นลม..

เช้าวันที่ 1 ต.ค. 60 สถานกาารณ์น้ำท่วมในตัวเมืองตรัง มวลนํ้าจํานวนมากไหลเข้าสู่บริเวณพื้นที่รอบนอกในเขตเทศบาลนครตรัง ทางทิศเหนือ และทิศตะวันออก ก่อนไหลลงสู่คลองห้วยยาง ระบายลงไปสู่แม่นํ้าตรัง ทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ บริเวณชุมชนวัดกุฏิยาราม ชุมชนสังขวิทย์ และหมู่บ้านตรังวิลเลจ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันกู้ซากรถและข้าวของภายในบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้มวลนํ้าไหลเข้าท่วมบ้านเรือน วัด ร้านค้า และถนนหลายจุด ขณะนี้ระดับนํ้าลดลงประมาณ 20-30 ซม.

ส่วนบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ ชุมชนควนขนุน ชุมชนหลังสนามกีฬาชุมชนเวียนกะพัง ยังต้องอพยพชาวบ้านขึ้นมาในกางเต็นท์อยู่บนที่สูง เช่นเดียวกับ มวลนํ้าที่ไหลมาสู่พื้นที่ อ.นาโยง บนถนนสายตรัง-พัทลุง บริเวณ ม.4 ต.ละมอ มีระดับนํ้าลดลงเหลือประมาณ 30 ซม. ในระยะทางยาวราว 2 กม. รถใหญ่สัญจรไปมาได้บ้างแล้ว 

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจและแจกน้ำดื่มให้กับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ พร้อมรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ นายชวน กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากการระบายน้ำไม่ทัน ท่ออุดตัน และการสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพราะฉะนั้นผู้รับผิดชอบต้องเข้มงวดในระเบียบข้อกฎหมาย และสามัญสำนึกของคน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มีคนนำป้ายมาติดบริเวณฝั่งตรงข้ามรั้วกำแพงอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ จ.ตรัง เขียนข้อความตัดพ้อภาครัฐว่า “ท่วมกี่ปี กี่ชาติ กี่ผู้ว่าฯ ไม่เคยคิดแก้ไข ทำไม่รู้ ทำไม่เห็น ทำไม่สนใจ อยู่ทำไมอายปลวก พวกแมลง”

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า  ทางรพ.ตรัง ได้เก็บสังขาร พระครูศรีวีรากร (คลาด ติกฺขวีโร) อายุ 76 ปี 56 พรรษา เจ้าอาวาสวัดกุฏิยาราม (วัดกุฏนอก)  ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง และเป็นเจ้าคณะตำบลนาท่ามใต้ ที่มรณภาพจากการจมน้ำ ไว้ที่ห้องเก็บศพสืบเนื่องจากได้ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มบริเวณหน้ากุฏิภายในวัด แพทย์ชันสูตรศพพบเกิดสำลักน้ำพบน้ำประมาณ 5 ซีซี. เป็นน้ำโคลน มีรอยถลอกที่แขนขวาและท้ายทอย น่าจะเกิดจากการไปกระแทกและครูดกับกระถางต้นไม้ จนเสียชีวิต เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.วันที่ 30 ก.ย.2560 เป็นผลพวงมาจากอุทกภัยน้ำท่วมหนักในพื้นที่ จ.ตรังช่วงที่เพิ่งผ่านมา ก่อนที่พระลูกวัดมาพบช่วยกันนำร่างหมดสติรีบส่งรพ.ตรัง แต่ไม่ทันเจ้าอาวาสได้มรณภาพไปก่อนถึงมือแพทย์แล้ว 

สอบถาม พระสมพงษ์ สิ้นเท่ง พระลูกวัดวัดกุฏิยาราม เล่าว่า เมื่อประมาณ 15.30 น. วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา พบเจ้าอาวาสนอนอยู่ในซอกใกล้กระถางต้นไม้ ตอนที่มาเห็นยังรู้สึกตัว จึงพาไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากุฏิ และไปตามพระลูกวัดอีก 2 รูปมาช่วยอุ้มขึ้นมา ท่านพระครูหายใจเฮือก 3 ครั้ง หลังจากนั้นก็เงียบไป ประมาณสัก 15 นาที รถหน่วยแพทย์กู้ชีพฉุกเฉินนเรนทร โรงพยาบาลตรัง ก็มาถึง และรับตัวไป แต่ท่านพระครูน่าจะมรณภาพตั้งแต่อยู่ที่วัดแล้ว

นายภควัด สุพร อายุ 41 ปี หรือ น้าโถ ปิดทองหลังพระ หนุ่มจิตอาสาเพื่อสังคม อยู่บ้านเลขที่ 86/56 ถนนโคกขัน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง เล่าว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2560 เวลาประมาณ 08.00 น. มีพระในวัดแห่งนี้ได้แจ้งให้มารับท่านเจ้าอาวาสออกจากกุฏิ เพราะวัดน้ำท่วม ตนกับเพื่อนจึงเดินมาแถวหน้าโรงแรมซีซ่าร์ ตอนเดินมาน้ำประมาณเอว พอไปถึงได้ช่วยพระรูปหนึ่งพาออกจากวัด และให้เพื่อนเข้ามาเรียกท่านเจ้าอาวาสว่าให้ออกไปข้างนอก เพราะตรงนี้น้ำเยอะอันตราย แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมออกทั้งยังล็อกประตูหนาแน่นทั้งข้างนอกข้างใน และได้ยินแต่เสียงท่านบอกว่า “จะไม่ออก จะอยู่ตรงนี้”.