วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำนำข้าวให้แง่คิดสังคม


ปรับมุมคิด ก่อนถูกทิ้งข้างหลัง

ว่าไปแล้วภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กฎหมายใหม่ๆ หรือแม้แต่กฎหมายลูกที่จะออกมาแม้โดยรวมแล้วยังอยู่ในกติกา “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ก็ตาม

ทว่าเนื้อหาสาระที่จะเป็นหลักของบ้านเมืองจากนี้ไปล้วนมีความสร้างสรรค์และน่าจะทำให้การเมืองจากนี้ไปมีส่วนที่จะดีขึ้นมาได้

เอาเรื่องสดๆ ร้อนๆ ก็คือ คดีรับจำนำข้าว ซึ่งถึงจุดอวสานไปแล้ว ปรากฏว่าผู้หาที่เกี่ยวข้องทุกคน

ล้วนมีโทษจำคุกไม่ต่างกันจะมากจะน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นอกเหนือจากความรับผิดชอบในการระบายข้าวแบบจีทูจี ซึ่งเป็นความผิดในเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาทแล้ว

อดีตนายกฯหญิงคนแรกของไทยก็มีความผิดในประเด็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีมีโทษจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา

แม้โทษจะไม่มากมายเหมือนกับผู้กระทำผิดด้วยการทุจริตโดยตรง แต่คำพิพากษาของศาลได้สร้างความชัดเจนให้ปรากฏด้วยข้อหาปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสียหาย

ก่อนหน้าที่คดีนี้จะเดินหน้าไปถึงวันตัดสินชี้ขาด มีการแก้ต่างไม่เห็นชอบกับข้อกล่าวหาในลักษณะที่ว่าไม่มีความผิด เพราะไม่ได้ทุจริต เป็นนโยบายของพรรคที่ประกาศเป็นสาธารณะในการหาเสียงของพรรค

การดำเนินการนโยบายจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม

เหล่านี้ล้วนเป็นข้อโต้แย้งว่าจำเลยไม่มีความผิดแต่อย่างใด และทำให้เชื่อมั่นว่าต้องชนะคดีแน่นอน

เป็นความเชื่อที่โยนให้เป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกรังแกกลั่นแกล้งจากอีกฝ่ายหนึ่ง

เผอิญที่ว่าในชั้นอัยการที่พิจารณาคำฟ้องต่างๆ ปรากฏว่าได้มีการเพิ่มสำนวนคำฟ้องด้วยการนำข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวพันกับการทุจริตจีทูจีเข้ามารวมด้วย ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากทหารฝ่ายจำเลย

เพราะเห็นว่าเป็นหลักฐานนอกคำฟ้องที่ ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนดเอาไว้ในสำนวน แต่อัยการยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้เพราะเกี่ยวข้องกัน

ตรงนี้แหละที่น่าเชื่อว่าทนายฝ่ายจำเลยคงคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าโอกาสแพ้สูง เพราะสำนวนชุดนี้ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นสำคัญสุดนายกฯหญิงเข้าไปเกี่ยวข้องรับรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี

จึงเป็น “ไม้ตาย” ที่มิอาจปฏิเสธได้

ข้อโต้แย้งอื่นๆดังที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถดำเนินการทั้งหมดเท่ากับยกฟ้องในประเด็นอื่นๆ

แต่ความรับผิดชอบในฐานะนายกฯ และผู้บริหารสูงสุดที่รับรู้แล้วเกิดการทุจริตเกิดขึ้นแต่ไม่ได้ระงับยับยั้งจึงต้องมีความผิด

แม้จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบ แต่ก็ยังคงดำเนินการโครงการนี้ต่อไปจนทำให้เกิดความเสียหายมากเข้าไปอีก

เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าไม่ได้แก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจอย่างที่ควรจะเป็นในฐานะที่เป็นผู้บริหารสูงสุด

นโยบายประชานิยมสุดโต่งที่ยากต่อการปฏิบัติ ความรับผิดชอบในฐานะนายกฯเมื่อเกิดการทุจริตจะต้องมีความรับผิดชอบด้วย

บรรดา “นักการเมือง” พึงสังวรเอาไว้ตั้งแต่วันนี้.

“สายล่อฟ้า”