วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกเยอะสุดท้ายรักพัง! เอิ๊ก พรหมพร เผยเคยเจ้าชู้คบซ้อนจนกรรมตามสนอง

รายการ “คลับฟรายเดย์โชว์” เสาร์ที่ 30 ก.ย. 2560 3 พิธีกร ดีเจพี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา, ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล, อั๋น ภูวนาท คุนผลิน พูดคุยกับพิธีกรสาวมากความสามารถ เอิ๊ก พรหมพร ยูวะเวส กับเรื่องราวความรักในอดีตที่เคยคบซ้อนผู้ชาย 2 คน แต่กลับเจอกรรมตามสนองเพราะเจอผู้ชายคบซ้อนเหมือนกัน ความรักที่เกือบจะลงเอยด้วยการแต่งงานแต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไปจนถึงความรักในแบบฉบับหญิงรักหญิงที่กลายเป็นข่าวดังแต่ไม่วายคบซ้อนเหมือนเดิม และจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอเลือกหยุดการคบซ้อนและคบหาดูใจคนรักเพียงคนเดียว

เคยสับรางคุยกับผู้ชาย 2 คน?
“เคยมีแฟนอยู่แล้ว แต่ว่าไปคุยกับอีกคนนึงด้วย แล้วคนที่เราคุยอีกคนจับได้ วันนั้นไปทานข้าวกับแฟน แล้วเขาเห็น เขาก็ตามมา แต่ในร้านมันจะมืดๆ นิดนึง เขาก็ตามมาแต่ไม่แสดงตัว แต่เราเห็นแล้วแหละว่าเขามา แต่แฟนเราน่ะไม่รู้ วันนั้นเราก็ให้แฟนเรากลับไปก่อน พอเราไปที่รถ เขาก็เดินเข้ามาถามว่าคนนั้นเป็นใคร เราก็เลยบอกว่าเป็นคนที่คุยอยู่ แต่ก็ไม่ได้บอกจริงจังอะไรมาก หลังจากนั้นเขาหายไปเลย แต่พอเขากลับมาอีกทีเขาก็เหมือนไม่ค่อยเชื่อใจเรา 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว สุดท้ายเราก็เลิกกับทั้ง 2 คนเลย”

เห็นว่าเป็นคนชอบจัดแจงโน่นนี่เพราะคิดว่าสิ่งที่เราคิดมันดีกว่า เป็นศูนย์กลางจักรวาล?
“แต่ก่อนเราจะเป็นคนที่ชอบคิดว่าแบบนี้ดีกว่า แต่ไม่เคยถามเขาเลยว่าดีสำหรับเขารึเปล่า เอิ๊กเป็นคนไม่พูดจาหยาบคาย แต่เป็นคนเสียงต่ำเวลาพูด เราเลือกใช้คำ เรามีคำศัพท์ในคลังเยอะมาก เราเป็นคนพูดแรงนะแต่ไม่หยาบคายเลย และคิดว่าที่เราพูดเพราะหวังดี”

เราเคยคบซ้อน แล้วเราเคยเจอผู้ชายคบซ้อนเรากับผู้หญิงอีกคนไหม?
“เคยมีครั้งนึงที่เคยถูกคบซ้อน เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดี อะไรดี ช่วงนั้นยังไม่ได้คบกันนานมาก ประมาณ 6 เดือน ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาอายุน้อยกว่า เราเห็นแล้วแหละว่าเขาน่าจะเจ้าชู้ แต่เราคิดว่าเรายังตัดสินเขาไม่ได้ จนมีวันนึงเขาโทรมาบอกว่าเขาจะต้องบินไปทำงานที่จีนวันศุกร์ เราก็ถามว่าทำวีซ่ารึยัง เขาบอกว่าบริษัทจัดการให้ เราก็เอะใจ แต่ก็ขอเขาไปส่งที่สนามบิน เขาก็บอกว่าได้

ตอนนั้นเราก็คิดว่าเขาคงจะนัดเจอกิ๊กที่ต่างประเทศมากกว่า เราก็เลยคิดว่าจะขอดูพาสปอร์ตตอนที่เจอกัน พอไปถึงเราเช็กพาสปอร์ตเขาก็เลยรู้แล้วว่าเขาโกหกเพราะพาสปอร์ตถูกปั๊มตั้งแต่วันจันทร์ แต่เพิ่งมาบอกเราวันพุธ พอไปถึงเขาก็ให้เบอร์ห้องที่โรงแรมมาด้วย แต่พอเราโทรไป เบอร์โรงแรมถูกนะ แต่เบอร์ห้องนั้นไม่มี

แล้วมีวันนึงมีผู้หญิงคนจีนโทรมาที่เบอร์เราแล้วขอสายแฟนเรา เพราะตอนที่เขาโทรศัพท์จากโรงแรม เบอร์โทรเรามันขึ้นในเรคคอร์ดของโรงแรม แล้วตอนนั้นแฟนเราบอกผู้หญิงคนนั้นว่าโทรหาน้องสาว ผู้หญิงคนนั้นก็ถามเราว่าเป็นน้องสาวรึเปล่า เราก็บอกว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อน เขาก็คงจะเก็ตแล้วแหละว่าเราไม่ใช่เพื่อนจริงๆ หรอก

สุดท้ายถึงได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เคยมาทำงานที่เมืองไทยช่วงนึงแล้วกลับไปอยู่ที่จีน แล้วเขาคบกับผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนมาตลอด ไม่เคยเลิกเลย แต่เราไม่เคยรู้เลย จากนั้นเขาก็ส่งรูปเขากับแฟนเราว่าตอนเขาไปที่นั่นเป็นยังไงบ้าง แล้วเราก็สังเกตเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นใส่กำไลสีชมพูเหมือนของเราเลย คือเขาซื้อให้ผู้หญิงคนนั้นอันนึงและให้เราอีกอันนึงด้วย”

พอเราจับได้แล้วตอนนั้นทำไงต่อ?
“ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะปล่อยไว้แค่นี้หรือจะจับให้ได้คาหนังคาเขา แต่คนอย่างเอิ๊กคือเลือกจะเอาให้สุด พอเช็กกับแหล่งข่าวแล้วว่าใช่ เราก็เลยนัดให้เขาโทรมาที่เบอร์เราและนัดวันเวลา พอถึงเวลานัดผู้หญิงคนนั้นโทรมา แล้วเราก็พูดชื่อผู้หญิงคนนั้นให้ได้ยิน เขาก็หน้าเหวอไปเลย เราก็เอาโทรศัพท์ให้เขาคุยแล้วเราก็เดินไปเลยเพื่อให้เขาคุยได้สะดวก พอเขาคุยเสร็จเราก็ออกไปเลย

พอเจอกับตัวเองก็รู้สึกกรรมตามสนอง วันนั้นเราก็ร้องไห้เสียใจ แต่ไม่รุนแรง เพราะเรารู้สึกว่าเราเลือกเอง และไม่มีประโยชน์ที่จะต้องฟูมฟาย จริงๆ แล้วเอิ๊กมองว่าคนเรามีโอกาสผิดพลาดกันได้ แต่คนมักชอบขุดเรื่องอดีตมาโยงถึงปัจจุบัน หรืออย่างเรื่องโกหก จริงๆ เขาอาจจะเคยโกหกเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโกหกเราไปตลอด”

เคยมีผู้ชายมาขอแต่งงาน สุดท้ายไม่ได้แต่ง แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีชุดหมั้นแล้ว ฤกษ์แต่งก็มีแล้ว?
“คนนี้เป็นพี่ชายของเพื่อน เราไปหาเพื่อนบ่อย แล้วเขาก็ไปชงกับเราและพี่ชายเขา เราก็ไปเจอแล้วรู้สึกว่าแฮปปี้ดี ไปไหนก็ไปด้วยกันทั้งบ้าน แต่ไม่เคยอยู่ด้วยกันสองคน ผู้ชายคนนี้เขาเป็นคนดีมากและรักเอิ๊ก เขาก็ขอเราแต่งงาน เราก็ตกลง ก็บอกว่าขอหมั้นก่อนแล้วกัน ตอนนั้นก็คิดว่าจะจัดงานที่ไหนยังไงดี คุยกันจริงจัง 2 ครอบครัว ก็ลงวันเรียบร้อย แต่พอเริ่มใกล้วันเข้ามาเรากลับรู้สึกกลัวว่าถ้าแต่งจะต้องหลับตาเจอคนนี้ ตื่นมาก็เจอคนนี้ ฉันจะไม่มีโอกาสคุยกับคนอื่นอีกแล้ว แล้วเราก็มีคุยกับคนอื่นอยู่ด้วย

พอเข้าไปใกล้ๆ วันแล้วเราก็เลยขอเลื่อน เขาก็เลื่อนไปหมั้นเดือน ก.พ. ที่เลื่อนเวลาตอนนั้นแค่ซื้อเวลามากกว่า พอถึงเดือน ธ.ค. คุณพ่อเอิ๊กเสียที่อเมริกา เราก็ต้องไปจัดการหลายเรื่อง เขาก็เลยเลื่อนไปอีกและถามว่าจะให้เลื่อนไปเดือนไหน แต่เราไม่เคยบอกเขาว่าจะเลื่อนไปถึงเมื่อไหร่ พอกลับมาก็เริ่มเห็นว่าเขาเป็นคนดีแต่ไม่สามารถเป็นสามีภรรยาได้ เราก็เลยเฟดโดยไม่ได้ให้เหตุผลอะไร

พอเราเริ่มเฟด เขาก็นัดทานข้าวแล้วเอาแหวนมาให้และบอกว่าแหวนเราเลือกเองก็เลยอยากให้รับ แต่เราไม่รับเพราะรู้สึกผิดมาก ซึ่งหลังจากนั้นครอบครัวเขาก็โกรธเราไปเลย เพื่อนเราก็โกรธมากเพราะพี่ชายเขาเสียใจมาก และเพื่อนเคยพูดกับเราประโยคนึงว่าเห็นเราเหมือนเป็นแมลงสาบ เวลาที่เราเดินไปจะไปทักเขา เขาก็เดินหนี ทุกวันนี้พี่ชายเขาก็ยังไม่แต่งงาน”

เคยมีความคิดอยากแต่งงานไหม?
“เคยคบกับผู้ชายคนนึงแล้วรอเขาขอแต่งงาน เราก็ทำตัวดี แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่ขอแต่งงาน เราก็เลยต้องเลิกเพราะถ้าเรามาคาดหวังเรื่องแต่งงานก็ไม่มีความสุขหรอก แต่ตอนนั้นเราตัดสินใจหุนหันพลันแล่นเหมือนกัน ตอนบอกเลิกก็คิดเหมือนกันว่าเขาจะกลับมาง้อ แต่เขาไม่ง้อไง ก็เลยคิดว่าเขาอาจจะยังไม่ต้องการแบบนั้นจริงๆ

เอิ๊กว่าความทุกข์ทรมานที่สุดคือการอยู่เพื่อรอคอยบางสิ่งบางอย่างที่อาจไม่เกิดขึ้นจริง เรามักชอบคิดแทนเขา แต่ไม่เคยคุยกับเขาจริงๆ เลยว่าเขาต้องการอะไร ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เราอยากให้เป็นแบบนั้น แต่เราไม่ได้มองว่าจริงๆ เขาเป็นคนยังไง แล้วถ้าเขาไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวังจริงๆ ล่ะจะเป็นยังไง”

มาถึงเรื่องความรักในแบบที่ทุกคนคุ้นเคย คือการคบผู้หญิงด้วยกัน?
“จริงๆ ไม่ได้เปิด แต่ไม่ได้ปิด ตอนนั้นเราคิดว่าถ้าไม่แต่งงานก็จะคบใครก็ได้ ซึ่งจริงๆ เราเองก็มีความคิดแบบนั้นนิดๆ อยู่แล้ว เพราะเราก็โตมาจากโรงเรียนหญิงล้วน เอิ๊กเป็นคนเชื่อเรื่องแรงดึงดูดนะ พอเราเปลี่ยนปุ๊บทุกอย่างมันเปลี่ยนหมดเลย พอเริ่มเปิดก็เริ่มเห็น เริ่มคบ ถามว่าซ้อนไหมก็ยังเหมือนเดิมอยู่ มันยังไม่อยากหยุดอยู่กับใคร ของเธอก็ดีนะแต่ไม่สนุก คนนี้สนุกมากไปไม่ชัวร์ เราก็ยังไปหาคนใหม่ที่ชัวร์ คบผู้หญิงยิ่งง่าย ถ้าเขาเจอก็บอกได้ว่าเพื่อน”

อย่างคนที่คบซ้อนเป็นคนที่เราเคยคบแนะนำให้รู้จัก?
“คือมีคนนึงที่แฟนเราแนะนำให้รู้จัก เราก็รู้สึกว่าคนนี้บ้าๆ ดีเนอะ พอดีเขาทำงานธนาคาร เราก็มีเรื่องที่ต้องถามก็เลยคุย พอคุยแล้วสนุก ถูกใจ เริ่มรู้สึกว่าเขาน่ารัก เริ่มมีใจ พอผ่านไป 3-4 เดือน เราก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับคนที่เราคบอยู่ เราก็เลยเลิกกับคนที่เราคบเพื่อที่จะไปคบกับคนนี้ แล้วพอคบกับคนนี้ไม่กี่เดือนก็เลิกแล้วกลับไปหาคนเดิมอีก ซึ่งคนเดิมก็ไม่โกรธ กลับมาคบกันใหม่ พอคบอีก 2-3 ปีก็เลิกกันจริงๆ เพราะไปต่อไม่ได้”

เรามองเรื่องความรักยังไง?
“เอาจริงๆ เอิ๊กมองว่าความรักมันลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา มันเป็นสารเคมีที่เกิดขึ้น มันเป็นแพชชั่น แต่นานๆ ไปก็หายไป แล้วเราจะอยู่ได้รึเปล่า พอสารเคมีวูบวาบมันหายไป เราก็จะเริ่มเห็นอะไรหลายอย่าง”

สถานภาพตอนนี้?
“ก็มีคนคุยอยู่ค่ะ ชีวิตไม่เคยขาดคนคุยค่ะ (ยิ้ม)”

หยุดคบซ้อนตอนไหน?
“ก็หยุดตอนอายุใกล้ๆ 40 เราเริ่มคิดได้ด้วยตัวเอง เรารู้สึกว่าถ้าเราจะคุยกับใครต้องจบกับคนนี้ให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยไปเริ่มต้นกับคนใหม่ คือที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เรามีสิทธิ์เลือก ก็ขอเวลาตัดสินใจก่อน แต่ที่คิดได้เพราะอายุมากขึ้น เราผ่านความรู้สึกเจ็บปวดมาเยอะ ที่เราบอกเลิกไม่ใช่ว่าไม่เจ็บปวดนะ เราต้องใช้ความกล้าในการที่จะบอกเลิก แล้วเราไม่อยากสร้างบาปกรรมอะไรต่อไปแล้ว”

เคยเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปไหม?
“เราก็เคยคิดไปถึงคนเก่าๆ ว่าเขาดีกับเรา แต่เราไม่เสียดายเพราะความคิดของเรามันทำให้เราเดินหน้ามาแล้ว และคิดว่าการที่เดินหน้ามาแล้วมันจะดีกว่าเสมอ เอิ๊กว่าการที่เราเห็นเขามีความสุขแล้วดีใจคือความรักที่แท้จริง ที่ผ่านมาเรามักเอาความต้องการของเราไปใส่ตัวเขา มีครั้งนึงเราไปทานชาบูกับแฟน ทุกครั้งเราจะจัดแจงให้เขาหมด แต่ตอนนั้นเขาจัดแจงทำให้เรา เราก็บอกว่าเดี๋ยวทำเอง แต่เขาไม่หยุด เราเริ่มโกรธนิดๆ แล้ว เราเลยถามว่าหิวเหรอ รีบเหรอ เขาบอกว่าเขาแค่อยากเล่น

เราก็เลยเก็ตเลยว่าจริงๆ คนเราไม่มีใครต้องการความเพอร์เฟกต์ไปทุกอย่างหรอก เราต้องเข้าใจความต่างของคน อย่าตัดสินเขาในสิ่งที่เราเป็น เอิ๊กเป็นคนมีระเบียบกับชีวิตมาก แต่แฟนเอิ๊กไม่เคยมีระเบียบสักคน ถ้าเรายังเป็นแบบเดิมคือเจ้าระเบียบไป เปลี่ยนแฟนไป 50 คน 100 คน เราก็อยู่กับเขาไม่ได้หรอก เพราะมันอยู่ที่เราต่างหาก เราควรที่จะปล่อยให้เขามีพื้นที่ของเขาไป ทุกวันนี้เอิ๊กแฮปปี้กับทุกความความสัมพันธ์มากๆ”

พูดถึงเอิ๊กจะเป็นคนเนี้ยบ เพอร์เฟกต์ ช่วงนึงอาจจะสนุกกับงาน หลงไปกับแสงสี แต่ในความเป็นเราแต่ละเวอร์ชั่นที่เติบโตมา คิดว่าอันไหนสำคัญที่สุด?
“ชีวิตที่มีความสุขที่สุดคือการแบ่งปัน ได้ทำให้คนรอบข้างมีความสุข แต่แน่นอนเริ่มจากความสุขเราก่อน เพราะถ้าเราไม่มีความสุข เราก็ไม่สามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้ เรารู้สึกว่าเรามีความสุขมากเลยที่ทำให้คนอื่นมีความสุขได้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ หมายถึงมีความเข้าใจ มีมุมมองที่สามารถแบ่งปันและแชร์ให้เขาได้”

คุณแม่ว่ายังไงบ้างกับเรื่องชีวิตของเรา?
“คุณแม่เป็นคนน่ารักที่สุดในโลก อะไรที่ทำให้เรามีความสุข เขาไม่ขัดขวาง เอิ๊กเคยบอกว่าไม่ขอมีลูก ไม่แต่งงานนะ แม่ก็โอเค บอกว่าดีๆ เพราะแม่อยากอยู่กับลูก”

อยากบอกอะไรแม่และคนพิเศษ?
“ขอบคุณแม่ที่เข้าใจมาโดยตลอด (ร้องไห้) ไม่เคยมีอะไรเลยที่ขัดขวางหรือคัดค้าน แต่จะถามตลอด ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้เอิ๊กได้ใช้ชีวิตแบบเป็นตัวเอง มีความสุขกับทุกสิ่งที่ได้ทำ ไม่ว่าจะมีข่าวอะไร แม่จะบอกว่าแม่เข้าใจลูกและไม่สนใจข่าวเลย มันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เรามีความสุขและสามารถก้าวต่อไปได้ และก็อยากบอกคนพิเศษว่าขอบคุณที่เขาเข้าใจที่เราเป็น เขาตามใจเพราะเขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข”.