วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฌอห์ณ เป็นนักแสดง ไม่ใช่แค่ไอคอน ชอบชีวิตช่วงนี้ ให้ผลงานพิสูจน์ฝีมือ (คลิป)

ยังคงความฮอต! พระเอกหนุ่มหน้าเข้ม “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ล่าสุดจับคู่เคมีกับนางเอกสาว “วิว-วรรณรท สนธิไชย” ในละครหลากรสโรแมนติกดราม่าคอมเมดี้ “ภารกิจลิขิตหัวใจ” กำลังเข้มข้น ทางช่องวัน 31 ของผู้จัด “อ้อม-พิยดา” และเปิดกล้องไปแล้วกับการโดดข้ามช่องร่วมงานกับช่อง 7 เป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรก ในละครแนวโรแมนติกดราม่าลึกลับ “ลูกไม้ลายสนธยา” ผลงานของผู้จัด “เจี๊ยบ-โสภิตนภา” และ “พิม-พิมพ์มาดา” ผ่านเวลาสะสมประสบการณ์ในวงการบันเทิง มีทั้งช่วงรอวันเติบโต จนแจ้งเกิด มาถึงเวลาให้ผลงานได้พิสูจน์ฝีมือ ฌอห์ณ เล่าว่า

ละคร “ภารกิจลิขิตหัวใจ” กับวิว-วรรณรท? “เรื่องนี้ชอบมาก บทมาจากบทประพันธ์ลิขิตรัก พี่ป้อน-นิพนธ์ เรียกไปคุยก่อนว่าไม่ใช่แนวที่เราเคยเล่นแบบตบจูบหรือดราม่าจ๋า แต่เป็นเรื่องสร้างสรรค์สังคม หัวกระดาษเขียนว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่คนเราไม่ค่อยได้ใส่ใจตรงนี้นะ ว่าทำไมต้องทำวันนี้ในเมื่อยังมีพรุ่งนี้และอดีตก็ผ่านไปแล้ว เด็กผู้ชายคนนึงบ้านรวยมาก่อน พ่อแม่ตามใจ แล้วคุณพ่อแค่ขอให้ขับรถพาไปเยี่ยมย่าหน่อย แต่เด็กคนนี้ก็บอกไม่ว่างเพราะติดแฟน ต่อมาคุณพ่อรถคว่ำเสียชีวิต เค้าโทษตัวเอง ทิ้งทุกอย่างไปอยู่บ้านไม้เล็กๆไปทำงานร่วมกตัญญู และหวังว่าวันนึงจะได้เจอพ่อแม่สักครั้ง หวังว่าทำดีอาจจะได้เห็นดวงวิญญาณ แต่กลับเจอวิญญาณเร่ร่อน และมาเจอ วิว-วรรณรท ที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของปัจจุบัน เราเหมือนมาสอนกัน เป็นละครดูไม่ยาก แต่ทุกประโยคแต่ละตอนเท่ตรงทุกคำ เราก็สอนเค้า ผมว่าคนดูน่าจะได้อะไร ละครดูไม่ยาก ละครมีสีสัน มีพี่วู้ดดี้ พี่ป๋อมแป๋ม แกรนด์ และอีกหลายคน เราไม่ได้คาดหวังว่ากระแสเปรี้ยงปร้าง แต่ผมเชื่อในตัวพี่อ้อมนะ เราก็เลยเชื่อ กับวิวก็เคมีดี เค้าฝีมือดี ทุกคนตั้งใจ”

ประเดิมละคร “ลูกไม้ลายสนธยา” กับช่อง 7? “การได้ร่วมงานช่อง 7 เป็นความดีใจนะ การที่ช่องใหญ่เลือกเราแล้วเราไม่ใช่นักแสดงในสังกัด เป็นนักแสดงอิสระ เป็นเรื่องน่าดีใจที่เค้าเห็นศักยภาพ ผู้ใหญ่เอ็กแซ็กท์ ก็บอกว่าไปเถอะ ไปแลกเปลี่ยนเคมีการทำงาน และที่ใจชื้นคือผู้จัดเราก็รู้จักอย่างพี่เจี๊ยบ พี่พิม บริษัทเดียวกับพี่อ้อมอีก เค้าก็รู้วิถีการทำงานของเรา ที่ตัดสินใจเพราะชอบเจ้าของบทประพันธ์ บทเหมหิรัญญ์ ยากและสูงมาก เนื้อเรื่องสนุก และอันดับสอง คือพี่เจี๊ยบ ผมเชื่อในครั้งแรกเพราะพี่เจี๊ยบตั้งใจ และผมเชื่อใน บ.เมจิกอีฟเสมอ และอันดับต่อมาคือช่อง 7 สิบกว่าปีก่อนเคยเล่นกลิ้งไว้ก่อน และสุดท้าย พี่พลอย พี่สาวผมก็เกิดจากช่องนี้ ถ้าเราอยากพัฒนาตัวเองก็ไม่ต้องกลัว สุดท้ายอยู่ที่ฝีมือ ไม่มีความกลัวมีแต่ความตั้งใจ ทำมาตรฐานของเราให้ดี ส่วนกับช่องวันผมยังมีสัญญาใจ ไม่ลืมบุญคุณที่พี่ป้อน พี่บอยให้ผมเล่นเล่ห์รตี เราไม่ใช่นักแสดงในสังกัด แต่ถ้าผู้ใหญ่เรียกใช้เราก็ยินดีเสมอ” ร่วมงานกับพิม-พิมประภา? “ผมเคยเจอน้องงานอีเวนต์นึง ผมเคยดูละครที่เค้าเล่นกับมิกค์ เค้ามีเสน่ห์ น่ารัก มีเคมีบางอย่าง คนนี้น่าจะไปกันได้ ดูน่าทะนุถนอม ได้ข่าวว่าปรึกษาพระเกจิบอกว่าผมต้องเล่นกับนางเอกขาวๆจะดี (ยิ้ม) ความโชคดีของผมคือผมได้โอกาสเป็นมวยรองทำให้คนไม่คาดหวังในตัวผม คนรู้ว่าเรื่องนี้ยากและแปลกใหม่ ไม่เคยเล่นพีเรียดขนาดนี้”

จากช่วงดังพลุแตกเป็นสามีแห่งชาติ งานรุมแน่นมันก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบมา เราได้เรียนรู้อะไร? “3 ปีที่ผ่านมาจากวันที่ประสบความสำเร็จ ถ้าให้เลือก ผมชอบชีวิตช่วงนี้ในการทำงานแบบนี้นะ ช่วงแรกที่เล่ห์รตีดัง คนเรียกเราว่าสามีแห่งชาติ คนชอบเราเพราะเป็นคุณเสก ตัวฌอห์ณ จินดาโชติ คนก็เสพแต่รูปแต่ยังไม่รู้ว่าระบบความคิดเป็นแบบนี้ ผมถึงบอกทุกคนว่าผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้น ดูกันไป พอ 3 ปีผ่านไปมันเกิดระบบคัดกรองที่มันชัดเจน ตอนแรกคนชอบเล่ห์รตี เพราะผู้หญิงอยากได้ จนมาจุดนัดฝัน จนปีกทอง เป็นผู้ชายเลวมาก หลังจากนั้นผมคิดว่าผมอยากให้คนรู้จักผมในฐานะนักแสดง ไม่ใช่แค่ไอคอน ทุกวันนี้เดินไปไหนสิ่งที่ดีใจมากอย่างนึงคือ มีป้าเดินมาจับมือบอกว่า หนู เล่นละครเก่งจัง แม่ผมก็ดีใจมาก มันเป็นจุดที่โอเคมาก เราก็ตั้งเป้าต่อไปว่าอยากเป็นนักแสดงอิสระที่มีคุณภาพ แบบพี่ชาคริต อนันดา คาแรกเตอร์เค้าชัด ตอนนี้คนที่อยู่กับเราทุกวันนี้เค้ารักเราจริงๆ เรื่องงานยาวถึงปีหน้าเลย จริงๆกับช่องวันก็มีคุยแง้มๆไว้ปีหน้า มีโสดสตอรี่ 2 มีช่อง 7 ก็คุยติดต่อไว้ แต่คงไม่รับงานเยอะเหมือนที่ผ่านมาเพราะเริ่มไม่ไหว เริ่มมีสิ่งอื่นต้องรับผิดชอบ เราถ่ายละครหนัก คนใกล้ตัวเริ่มมีปัญหา เริ่มเรียกร้องเวลา แม่เริ่มน้อยใจง่าย หลานก็กำลังโต ไม่ได้เจอเค้าเดือนนึงก็เริ่มห่างกับเรา แม่บอกว่าให้รับละครที่ชอบจริงๆ ทุกการทำงานผมเลือก ต้องรู้จักวิธีรับงานและวางแผน” เรื่องหัวใจในปัจจุบันล่ะ? “กับยิปซี-คีรติ เราก็สนิทกัน เค้ากับผมเป็นเพื่อนกันมานานจริงๆ ตั้งแต่สมัยทีนเอจ พอต่างคนต่างเติบโตเรียนรู้และโสดกันมา เจอกันบ่อยเลยมองว่าลองคุยมั้ย แต่เรามีกฎของเรานะว่าถ้าคุยไปแล้วไม่ใช่ ก็กลับมาเป็นเพื่อนนะ การที่ผมตอบว่าสนิทก็คืออยากให้เกียรติเพื่อที่เวลาเดินไปไหนคนมาถามเค้าจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดว่าผู้ชายไม่พูดอะไร ไว้มันเปลี่ยนแปลงค่อยมาตอบใหม่ ถ้าถามว่ามีช่วงโปรโมชั่น ไม่ครับ รู้จักกันมา 3 ปี ถ้าเราตามจริงต้องเรียกว่าหมดโปรด้วยซ้ำ มันคือเพื่อนกัน มันไม่มีโปร อยู่กันตามความเป็นจริง”.