วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก่อนถึงวันจากลา! ชวนรู้ 10 เรื่องยิ่งใหญ่ พ่อหลวง ร.9 คิงออฟคิงส์

ล่วงเข้าสู่เดือนที่โศกเศร้าที่สุดของปี 2560 เนื่องจากวันที่ 26 ตุลาคมนี้ กำลังจะมีงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อหลวง ร.9 ของปวงชนชาวไทย

ก่อนจะถึงวันจากลาตลอดกาล ไทยรัฐออนไลน์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ขอน้อมนำพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจอันสำคัญของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเตือนใจชาวเราให้ได้ซาบซึ้งกันอีกครั้ง...

1. วันที่ยิ่งใหญ่ 5 ธันวาคม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชสมภพที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ (ภายหลังคือสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) กับหม่อมสังวาลย์ ตะละภัฏ (ภายหลังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)

2. ราชสกุลยิ่งใหญ่ ‘มหิดล’

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชสมภพในราชสกุล มหิดล อันเป็นสายหนึ่งในราชวงศ์จักรี เป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

3. ครองราชสมบัติ เมื่อปี 2489

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชวงศ์จักรีทั้งที่ยังทรงพระเยาว์ พระชนมายุของพระองค์ยังไม่เต็ม 19 พรรษา

4. ไม่ทรงรู้พระองค์มาก่อน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ทรงรู้พระองค์มาก่อนว่าจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินไทย สืบแทนสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งเสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน และขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรฯ กำลังทรงศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยโลซาน ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

5. การตัดสินพระทัยครั้งสำคัญ

ณ ห้วงเวลาที่โศกเศร้าที่สุดที่ต้องสูญเสียพระเชษฐา แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ต้องตัดสินพระทัยอย่างเด็ดเดี่ยว ขึ้นเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งแผ่นดินไทย

ไม่เพียงแต่จะทำให้ประเทศไทยและคนไทยคลายความโศกเศร้า ที่ต้องเสียพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลไปเท่านั้น แต่ยังทำให้ประเทศไทยและคนไทยได้พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ผู้ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะอุทิศทั้งพระวรกายและพระหฤทัย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

6. ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นวลีทองที่ยังคล้องใจของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศได้ตราบจนถึงทุกวันนี้

โดยวลีนี้ก่อเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเปล่งเสียงพระปฐมบรมราชโองการว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม หลังจากนั้น มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

7. ทรงเปลี่ยนหลักสูตรที่ทรงศึกษา

ทันทีที่ทรงตอบรับราชสมบัติสืบแทนพระเชษฐา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ทรงเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาของพระองค์ จากเดิมที่เคยทรงศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ ไปเป็นวิชาสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ โดยทรงเห็นว่าเป็นวิชาที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงในฐานะประมุขของประเทศ

8. ในหลวงไม่ทิ้งประชาชน

เดิมที พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ว่า จะทรงครองราชสมบัติเพียงชั่วระยะเวลาจัดงานพระบรมศพพระบรมเชษฐาให้สมพระเกียรติเท่านั้น แต่ความจงรักภักดีของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ที่มีต่อพระองค์อย่างแน่นแฟ้น ยังผลให้ตัดสินพระราชหฤทัยรับราชสมบัติสืบมายาวนาน  

มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในวันเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 เพื่อทรงศึกษาวิชาการเพิ่มเติม ระหว่างประทับรถพระที่นั่งไปสู่สนามบินดอนเมือง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ยินเสียงราษฎรคนหนึ่งตะโกนลั่นว่า “ในหลวง อย่าทิ้งประชาชน” ทำให้ทรงนึกตอบบุคคลผู้นั้นในพระราชหฤทัยว่า “ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้”

9. พระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่

ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ พระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปฏิบัติมานั้น เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้เวลาคิดถึงแต่การที่จะบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้แก่ประชาชน เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรทำมาหากิน อาศัยดินและน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพ ด้วยเหตุนี้พ่อหลวง ร.9 จึงทรงสนพระราชหฤทัยเป็นพิเศษในเรื่องดินและน้ำ ยังทรงคิดค้นหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นดินและแหล่งน้ำในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปสารทิศใดก็ตาม ทรงศึกษาทั้งสองเรื่องอย่างละเอียดลึกซึ้ง

10. ทรงครององค์ในทศพิธราชธรรม

ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม 10 เป็นธรรมสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน หรือคุณสมบัติของนักปกครองที่ดี สามารถปกครองแผ่นดินโดยธรรมและยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีครบถ้วนสมบูรณ์ มีด้วยกัน 10 ประการ คือ

1.ทาน การให้ทรัพย์สินสิ่งของ
2.ศีล ความประพฤติดีงาม
3.ปริจจาคะ ความเสียสละ
4.อาชชวะ ความซื่อตรง
5.มัททวะ ความอ่อนโยน
6.ตปะ ความทรงเดชเผากิเลสตัณหา ไม่หมกมุ่นในความสุขสำราญ
7.อักโกธะ ความไม่กริ้วโกรธ
8.อวิหิงสา ความไม่ข่มเหงเบียดเบียน
9.ขันติ ความอดทนเข้มแข็ง ไม่ท้อถอย
10.อวิโรธนะ ความไม่คลาดธรรม



ที่มา : หนังสือ พระเจ้าอยู่หัว กระทรวงศึกษาธิการ