วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มกอช. ฉลุย! องค์กรรับรองระบบงานสากล ยอมรับตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร

สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ผ่านการตรวจติดตามประเมิน จากองค์กรระบบงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รักษาความเชื่อมั่นในระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในเวทีสากลได้อย่างต่อเนื่อง..

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการ มกอช. เผยว่า ในการซื้อขายสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างประเทศ นอกเหนือจากการแข่งขันด้านราคาแล้ว ผู้บริโภคยังต้องการความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ และน่าเชื่อถือ สอดคล้องตามมาตรฐานสากล จากความสำคัญดังกล่าว มกอช. จึงรับหน้าที่ในการสร้างความเชื่อมั่น โดยการตรวจสอบ ติดตามการดำเนินงานการออกใบรับรองให้ได้ตามข้อกำหนด และต้องรักษาระบบสากลดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่ มกอช. ได้รับการตรวจประเมินจากองค์กรรับรองระบบงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Pacific Accreditation Cooperation: PAC) มาโดยตลอด ตั้งแต่ร่วมเป็นสมาชิก เป็นระยะเวลา 4 ปี และล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา องค์กรรับรองระบบงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้มาตรวจติดตามและประเมินการทำงานของ มกอช. ในด้านการรับรองฟาร์มมาตรฐานการปฏิบัติทางเกษตรที่ดี (GAP) และเกษตรอินทรีย์ (Organic)

ทั้งนี้ ผลปรากฏว่า ไม่พบข้อบกพร่องของการดำเนินงานแต่อย่างใด ถือเป็นการยืนยันในการดำเนินงานในฐานะหน่วยรับรองระบบงาน (AB) ของหน่วยตรวจรับรอง (IB และ CB) ของ มกอช.ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเป็นกลาง ปัจจุบันมีหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรอง จำนวน 15 ราย หน่วยตรวจที่ได้รับการรับรอง จำนวน 6 ราย (มีจำนวน 3 ราย ได้รับการรับรองทั้งเป็นหน่วยรับรองและหน่วยตรวจ) จำแนกได้เป็น 40 หน่วย-ขอบข่ายย่อย

สำหรับในปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน มกอช.ได้ขยายการตรวจรับรองหน่วยตรวจรับรองเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน มีหน่วยตรวจรับรองใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย เนื่องจากมีความต้องการในการตรวจรับรองเพิ่มขึ้นมาก ทั้งฟาร์มและโรงงาน และ มกอช.อยู่ระหว่างการเตรียมขยายขอบข่ายการรับรองใหม่ๆ ที่เป็นที่ต้องการ เพื่อเปิดให้บริการในปี 2560 

อย่างไรก็ตาม การยืนยันจากการทวนสอบการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้ประเทศไทย ได้รับการยอมรับในระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าเกษตรและอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ที่จะส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า อย่างในยุโรป อเมริกา หรือในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งยังช่วยลดขั้นตอนการตรวจซ้ำที่ประเทศปลายทาง และผู้ผลิต ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการหน่วยรับรอง (CB) ภายในประเทศ.