วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"บิ๊กอวบ" จับมือ "บิ๊กหมาย" ลุยยึดทรัพย์พ่อค้ายา

แม้ตำรวจยังคงเดินหน้าลุยปราบปรามกดดันผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มผู้ค้าได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียงเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ พยายามนำยาเสพติดผ่านพื้นที่ตามแนวชายแดนของประเทศไทยเข้ามาแพร่กระจายในพื้นที่ตอนใน และบางส่วนส่งข้ามไปยังประเทศที่ 3 ขบวนการค้ายาเสพติด มีความสัมพันธ์ของเครือข่ายระหว่างผู้ผลิต ผู้ลำเลียง ผู้จำหน่าย ล้วนเชื่อมโยงกัน

สาเหตุจูงใจในการค้ายาเสพติด คือ เรื่องของเงินตอบแทนหรือผลกำไร เป็นเหตุทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดยาเสพติดในปัจจุบันไม่ลดลงเลย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำหนดเป็นนโยบายหลักเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ทุกหน่วยปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ลดผลกระทบที่ทำความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมโดยรวม

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการเดินหน้าทลายเครือข่ายยาเสพติด มอบหมายให้ “บิ๊กอวบ” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.)

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติวางกรอบยุทธศาสตร์ปรับแผนการทำงานควบคู่กับสถานการณ์ด้านการข่าวในแต่ละพื้นที่ ดำเนินการครบทุกมิติ การปราบปรามจับกุมขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ มาตรการยึดทรัพย์ และการป้องกันสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน โรงเรียน ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาร่วมกัน

มี “บิ๊กหมาย” พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เจ้าสโลแกนที่ทำเอาพ่อค้ายาหัวหดว่า “จะทำให้พ่อค้ายาจนยิ่งกว่าขอทานให้ได้” เป็นตัวหลักทำให้ บช.ปส.ร่วมกับตำรวจพื้นที่ประสานข้อมูลทำงานเป็นทีม ยกระดับขีดความสามารถของ บช.ปส. ปรับยุทธวิธีปราบเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญขยายผลผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุดทั้งฝั่งไทยและนอกประเทศ

ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส. ทหาร ฝ่ายปกครอง กรมศุลกากร กองกำลังผาเมือง สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA) ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติดสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประเทศมาเลเซีย และมิตรประเทศต่างๆ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติที่ถนัดด้านมวลชน เน้นแผนป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดในเด็ก เยาวชน และสถานศึกษา จัดครู D.A.R.E. เพื่อให้ความรู้ และทักษะในการป้องกันยาเสพติดแก่เด็กนักเรียน ทำการสอน 754,615 คน และจัดอบรมเพิ่มศักยภาพครูตำรวจ D.A.R.E. จำนวน 20 รุ่น รวม 3,660 คน ทั่วประเทศ

เป็นการเพิ่มศักยภาพหยุดยั้งการแพร่ระบาดยาเสพติด กดดันผู้เสพเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ให้กลับตัวเป็นคนดีสู่สังคม ตาม “แผนประชารัฐร่วมใจ” สร้างหมู่บ้าน ชุมชน มั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด

เปิดปฏิบัติการปราบปรามผู้ค้ายารายใหญ่ที่ใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ่มเฟือย ร่ำรวยจากการค้ายาเสพติด นำมาสู่การติดตามยึดทรัพย์สิน ขยายผลดำเนินการ “ขุดรากถอนโคน” กับผู้เกี่ยวข้องทุกราย ภายใต้ “แผนปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี” เป็นยาแรง ทำลายเครือข่ายผู้ค้ารายสำคัญ

แผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” 60/1 ระหว่าง 19-21 ม.ค. ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ สปป.ลาว เข้าตรวจค้น 24 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบมูลค่า 58 ล้านบาท แผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” 60/2 “เครือข่ายผาขาว” ระหว่าง 1-2 ก.พ. เป็นเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ มีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดมาสู่พื้นที่ตอนในของไทย กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้ระดมปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ 39 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ 200 ล้านบาท

แผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” 60/3 “เครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ” ระหว่าง 18-28 เม.ย.จากการขยายผลจับไอซ์ 282 กก. ที่ขนจากภาคเหนือไปสู่ภาคใต้ มีเครือข่ายทั้งชาวไทย ไต้หวันและมาเลเซีย เข้าตรวจค้น 54 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ 60 ล้านบาท แผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” 60/4 “เครือข่ายท้าวสีสุก ดาวเรือง กับพวก” ในวันที่ 2 พ.ค. ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดของท้าวสีสุก ในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ เข้าตรวจค้น 30 จุด จับผู้ต้องหา 5 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ 68.4 ล้านบาท

แผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” 60/5 “เครือข่ายสามเหลี่ยมทองคำ” ระหว่าง 5-19 ส.ค. เป็นการยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านยุติแหล่งผลิตยา ทำลายเครือข่ายการค้ายาระหว่างประเทศ โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายสหภาพเมียนมา เข้าตรวจค้น 50 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 33 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ 533 ล้านบาท จากการเปิดแผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” 60/1–5 ที่ผ่านมายึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดเพื่อตรวจสอบ มีมูลค่าโดยประมาณทั้งสิ้น 919.4 ล้านบาท

ผลจับกุมวันที่ 1 ต.ค.2559 ถึง 31 ส.ค.2560 จับกุมคดียาเสพติด 239,233 คดี ผู้ต้องหา 255,545 คน ยึดของกลางยาบ้า 197,704,431 เม็ด ไอซ์ 4,790.98 กก. เฮโรอีน 344.24 กก. กัญชาแห้ง 12,564.80 กก. โคเคน 42.43 กก. พืชกระท่อม 121,491.69 กก. ตรวจสอบทรัพย์สินมูลค่าทรัพย์สิน 1,245.35 ล้านบาท

ล่าสุด ชุดตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญที่บริเวณ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม จับกุมคดียาเสพติด

รายสำคัญ ผู้ต้องหา 4 คน ยาบ้า 4,000,000 เม็ด เป็นกลุ่มนักค้ายาลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนไทย-ลาว จากหนองคายส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนในและพื้นที่ภาคใต้ จับกุมได้ภายในซอยบรมราชชนนี 33 ตลิ่งชัน กทม. หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหานำยาบ้ามาวางไว้ในจุดนัดส่งมอบลูกค้า

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “จากผลการจับกุมกดดันอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงที่ผ่านมาจับกุมยาเสพติดได้มากขึ้นต่อเนื่อง และติดตามยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้มากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดพยายามทุกช่องทางในการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามาในประเทศ เพื่อนำมาจำหน่ายในพื้นที่ชั้นใน หรือส่งต่อไปยังภาคใต้ออกไปประเทศที่สาม จะเห็นได้ว่าช่วงหลังๆตำรวจมีการจับกุมยาเสพติดได้ของกลางจำนวนมากขึ้น และยังเชื่อว่ามียาเสพติดอีกจำนวนมากที่กลุ่มผู้ค้าจะต้องนำเข้ามาอีก ซึ่งตำรวจจะได้เฝ้าติดตามและปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานตลอดเวลา ในการจับกุมทุกครั้งได้สั่งให้มีการขยายผล ใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด ซึ่งมีเครือข่ายกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่ำรวยใช้ชีวิตหรูหราหลายรายที่กำลังดำเนินการ และเฝ้าจับตาอยู่ ตามแผนปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” ที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนการป้องกันกลุ่มเสี่ยงให้ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายครู D.A.R.E. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดในเด็ก เยาวชน โดยให้ตำรวจเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก เยาวชน ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษา”

เป็นแผนปฏิบัติการที่ดุดันของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ และ พล.ต.ท.สมหมาย ทั้งป้องกัน ปราบปราม และยึดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายาเสพติด ชนิดถอนรากถอนโคนตามนโยบาย คสช.