วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 01/10/60

โดย สีกาอ่าง

พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุวัดใหม่อมตรส ของ เฮียเปี้ย ท่าพระจันทร์.

เข้าสู่เดือนตุลาคม เดือนแห่งความจดจำของคนไทยว่า วันที่ 26ตุลาคม 2560 พสกนิกรไทยทั้งประเทศ จะน้อมถวายหัวใจอย่างสุดอาลัยรักและภักดี ในการส่งเสด็จ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” สู่สวรรคาลัย ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง ซึ่งจะเป็นวันประวัติศาสตร์ของโลก

ตลอดเดือนนี้ สนามพระวิภาวดี จึงขออัญเชิญ ธรรมะจากพระราชา มาเป็นสิริมงคล “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ ทำงานที่ต้องการได้ แล้วการทำงานของท่านก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้น ที่พูดกันว่าให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมาก มักนึกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราทราบไม่ได้ แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราะอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน” เป็นพระบรมราโชวาท เมื่อ 8 กรกฎาคม 2519

ต่อเข้าเวทีพระเครื่องด้วย พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุวัดใหม่อมตรส องค์นี้เป็นพระสภาพสมบูรณ์สวยเดิมๆ ที่มีคุณค่าให้พินิจพิจารณาศึกษาเรียนรู้เพียบ

เริ่มแต่พิมพ์พระ ที่เปิดตำราเทียบแล้วเข้าสูตร พิมพ์ใหญ่ อกวี แขนทิ้งดิ่ง ที่มีจุดพิจารณาหลัก คือ ๑.พระพักตร์เป็นรูปทรงกลมรีแบบผลมะตูม ๒.พระอุระ (อก) เป็นรูปทรงตัววี ๓.พระอุทรด้านซ้ายองค์พระวาดโค้งผายออก ๔.พระกรสองข้างทิ้งขนานดิ่งตรงลงถึงหักศอกเสมอกัน ๕.มุมพระกัปปะ (ข้อศอก) ซ้ายมีเส้นจีวรพาด ๖.ฐานชั้นบนเป็นเส้นคมเล็กแคบ ๗.ซอกพระกัจฉะ (รักแร้) ซ้ายลึกสูงกว่าด้านขวา ฯลฯ

สภาพคราบกรุสีน้ำตาลไหม้ มีเม็ดตุ่ม (หางกระเบน) คราบฝ้าฟองเต้าหู้ขึ้นคลุมผิวให้เห็นทั่วองค์ ด้านหลังองค์พระมีดีให้ดูครบทั้งรอยปาด รอยปริ และรอยครูด ของก้อนมวลสาร ที่องค์นี้เด่นชัดเป็นพิเศษ ขนาดมีคนมโนว่าเป็น รอยเลื้อยพญานาค แต่หลายคนก็เห็นตาม จนให้เรียกว่า องค์หลังพญานาค ซึ่ง เฮียเปี้ย ท่าพระจันทร์ เจ้าของพระฟังแล้วขยับหนวดอมยิ้ม

เหล่านี้เป็นลักษณะพระที่ลักลอบนำออกจากกรุด้วยวิธี (ตกเบ็ด) หลังปีน้ำท่วม พ.ศ.๒๔๘๕ เพราะหลังพระไม่มีรอยปั๊มองค์เจดีย์ (หมึกม่วง)

แต่พระสภาพเดิมๆแบบนี้ก็มีจุดติ เพราะสภาพคราบกรุที่เกาะหนา ทำให้พิมพ์พระดูตื้นไปนิด และฟอร์มองค์ตรงขอบด้านข้างขวา มีเนื้อย้วยออกนอกแนวไปหน่อย ทำให้ใส่คะแนนได้แค่ ๙ เต็ม ๑๐

สรุปว่าเป็นพระเกรด A เด่นที่ความสมบูรณ์ เดิมๆ ไม่มีศัลยกรรม

องค์ที่สองคือ พระสมเด็จอรหัง เปลวเพลิงเล็ก สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) วัดมหาธาตุ จากกรุพระพรีเมียมของ เสี่ยเพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง เจ้าของพระดัง รังใหญ่ เพราะซื้อไว้เยอะ

เพราะตื่นเช้ามาก็เปิดเน็ต ดูภาพพระ ชอบองค์ ไหนก็จิ้มซื้อ โทร. คุยรู้ราคาก็ส่งแมสเซนเจอร์ไปรับพระมาส่องดู ok ก็โอนเงิน no K ก็ส่งกลับ ทำให้มีพระหลากหลาย นัยว่าเป้าหมายจะมีพระให้ครบทุกสกุล

อย่างองค์ในภาพนี้ เป็น ๑ ในชุด พระสมเด็จอรหัง ที่เด็ด องค์ยอด ได้ครบพิมพ์เรียบร้อย แบบนี้แหละที่เขาบอกว่าเล่นเงียบๆแต่ฟาดเรียบนะโยม

พระพรีเมียมแบบนี้ มีดีให้ดู ทั้งพิมพ์พระที่ติดชัด ผิวพรรณวรรณะที่ขาวผ่อง เนื้อมวลสารที่ครบสูตร และที่สำคัญสุดๆ รอยจารอักขระภาษาบาลีคำว่า อรหัง ที่ด้านหลัง ซึ่งถ้าจำลายมือได้แม่นยำ ก็เท่ากับมีภูมิคุ้มกัน “พระเก๊” ได้พอตัวแล้ว

ต่อด้วย พระรูปเหมือนจำลอง หล่อโบราณ พิมพ์นิยม หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน พิจิตร ยอดพระเครื่องเมืองชาละวัน ของ เสี่ยทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา เป็น พระพิมพ์นิยม บล็อกนิยม เนื้อนิยม ที่มีแสงเงาจากอายุความเก่า เปล่งรัศมี ทำให้องค์พระ ดูดีมีพลังเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ สำหรับราคาที่เคยพุ่งแรงเมื่อ ๒-๓ ปีก่อน เวลานี้เริ่มแผ่วลง แต่ไม่ถูกลง เพราะองค์งามๆดูง่ายๆแบบองค์นี้ ยังมีราคาสูงถึงหลัก มากล้าน

ไล่ขึ้นเหนืออีกนิด ดู พระคง กรุวัดพระคง ลำพูน ๑ ในพระพิมพ์ที่มีอายุการสร้างถึงสมัย พระนางจามเทวี ได้รับการขนานนามเรียกเป็น “พระลำพูน” เพราะเป็น พระพิมพ์ เนื้อดินเผา ที่ค้นพบในวัดทั้งสี่มุมเมือง มีชื่อเสียงแพร่หลายมาก่อนพระร่วมสกุล และด้วยจำนวนที่มีพบมากกว่าพระอื่นๆ ดังมีคำกล่าวว่า ทั่วแผ่นดินเขตเมืองลำพูน แค่ฝนตกชะหน้าดิน หากเป็นผู้มีบุญ ก็จะได้พบพระคงแล้ว

ยิ่งในเขตอุปจารวัด ที่เป็นแหล่งกำเนิดอย่าง วัดพระคงฤๅษี ตั้งแต่สมัยก่อนเปิดกรุเป็นทางการ มีบันทึกว่า แค่เด็กเอาไม้เขี่ยก็หาพระคง บนพื้นดินในเขตวัดได้เป็นกระป๋องนม

สีเนื้อที่พบมี ขาว ชมพู พิกุล เหลือง แดง เขียว ดำ นอกจากกรุวัดพระคงแล้ว ยังค้นพบใน กรุวัดมหาวัน กรุวัดดอนแก้ว กรุวัดประตูลี้ และเกือบทุกกรุพระในเมืองลำพูน ต่อมายังค้นพบได้ในวัดโบราณในเชียงใหม่อย่างวัดเจดีย์หลวง วัดพวกหงส์ วัดช้างล้อม ซึ่งส่วนใหญ่จะ ลงรักปิดทอง เข้าใจได้ว่าเป็นพระที่นำมาจากลำพูน ลงรักปิดทองแล้วจึงนำบรรจุ

พุทธลักษณะทั่วไปเป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผา พุทธศิลป์อย่างพระสมัยคุปตะ ปางมารวิชัยห่มคลุม ประทับนั่งเหนือฐานบัวตุ่ม (ลูกแก้ว) ๒ ชั้นพื้นหลังเหนือพระอังสาเป็นปรกโพธิ์ ๓ กลุ่ม ๓ กิ่ง ใบโพธิ์ ๒๐ ใบแผ่กิ่งก้านพลิ้วไสว เห็นได้ชัดจากพระองค์ในภาพของ เสี่ยวิว เลณบุรี ที่เป็นพระกรุเก่า สภาพงามขะหนาด

ตามมาด้วย พระปิดตา พิมพ์ชะลูดใหญ่ เนื้อเหลือง ลงรัก หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี เจ้าตำรับวิชาพระปิดตาเนื้อผง ภาคตะวันตก มีชื่อเสียงเคียงคู่มากับ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ แห่งเมืองชายทะเลภาคตะวันออก

แม้ราคาพระจะเป็นรอง แต่อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์กับความหายากไม่ยิ่งหย่อน ด้วยชื่อชั้นเป็นปฐมาจารย์ผู้ทรงคุณทางวิชาพุทธาคม ที่กล่าวได้ว่ามีศิษย์เป็นพระเกจิอาจารย์ดังฝั่งตะวันตกมากที่สุด อาทิ หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงปู่ดี วัดเหนือ หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ แม้แต่ หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน ยังมีชื่อเป็นศิษย์เรียนวิชาสร้าง พระปิดตา โดยมี พระปิดตา ที่มีแบบพิมพ์ละม้ายกันเป็นหลักฐาน

กล่าวกันว่า ผู้สำเร็จวิชาสร้างพระปิดตา ต้องสามารถปลุกเสกผงพุทธคุณ เปลี่ยนสีกลับขาวกลับเหลืองได้ ๑๐๘ รอบ และต้องเสกน้ำรดต้นไม้ให้ออกดอกออกผลได้ใน ๓ วัน ๗ วัน

พระปิดตาของท่านสร้างไว้เป็น พิมพ์ชะลูด กับ พิมพ์สังกัจจายน์ (พุงป่อง) รูปทรงคล้ายกัน แยกเล่นเป็น ๓ ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก เนื้อพระมีสีขาวกับเหลือง (นิยมสุด) ส่วนใหญ่มีการจุ่มรักที่กำลังล่อนลอก ตามอายุ แบบองค์นี้ของ เฮียชัชวาล ชาญธนกิติกุล

องค์ที่ 6 คือ พระร่วงนั่ง หลังตัน กรุเขาพนมเพลิง เมืองศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก สุโขทัย พระกรุเนื้อชินรูปแบบพิมพ์ทรงเดียวกับ พระร่วงนั่งหลังลิ่ม แตกต่างที่ พิมพ์พระจะติดตื้น และด้านหลังจะตันเรียบ

พิสูจน์ทราบทางพิมพ์พระ เนื้อโลหะ สภาพคราบกรุได้ว่าเป็นพระสร้างยุคต่อเนื่อง ตามแบบพระร่วงนั่งหลังลิ่ม แต่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ปรากฏด้านคุ้มครองป้องกันภัย บันดาลโชคลาภ ไม่ต่างกัน ขนาดองค์สูงประมาณ ๓ ซม. หายากพอกัน องค์นี้ของ เสี่ยเฉลียว ตาดชูวงศ์ บอกได้ว่าเป็นองค์สวยระดับ ท็อปไฟว์ ของกรุนี้

พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์ ๓ ขนาดหน้าตัก ๑๓ นิ้ว พุทธศตวรรษ ๒๐ องค์นี้ ของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ นอกจากจะเป็นพระถึงยุค ถึงศิลป์ แล้วงามเลิศ ด้วยคุณลักษณะผสมผสานจุดดีจุดเด่น ของพุทธศิลป์สมัย เชียงแสน ล้านนา สุโขทัย ไว้เป็นหนึ่งเดียว อย่างลงตัว จึงงดงามตลอดทั้งองค์

สุดท้ายคือ พระเชียงแสน โพธิ์บัลลังค์ กรุวัดต้นแก้ว เชียงราย พระพิมพ์เนื้อชิน สนิมแดง ไม่กี่ชนิดของเมืองเชียงแสน ที่เคยเป็นเมืองใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา หมุนเวียนเปลี่ยนฐานะเป็นเมืองขึ้นของพม่าสลับไทย มาหลายสมัย จนถึงรัชกาลที่ ๑ ทรงร่วมมือกับชาวเวียงจันทน์ น่าน ลำปาง เชียงใหม่ ทำสงครามขับไล่พม่าสำเร็จ แต่ก็สร้างความเสียหายให้เมืองเชียงแสนมาก ต้องปล่อยทิ้งเป็นเมืองร้าง

มาถึงยุคต้น รัชกาลที่ ๕ พม่า ลื้อ เขิน และไทยใหญ่ รวมตัวกันมาจะยึดครอง จึงทรงตั้ง เจ้าพระยาราชเดชดำรง ปกครองเมืองเชียงแสน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๘ ถึงปี พ.ศ.๒๕๐๐ จึงมีการปรับเปลี่ยนระบบการปกครอง ประกาศลดฐานะเมืองเชียงแสนเป็นเพียงอำเภอหนึ่งในเชียงราย

เชียงแสน นอกจากเคยเป็นเมืองหน้าด่านที่มีชื่อเสียงสูงส่ง ยังเป็นเมืองกำเนิดพุทธศิลป์ พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน สิงห์ ๑-ยุคต้น (แสนแส้ว) เชียงแสน สิงห์ ๒-ยุคกลาง เชียงแสนสิงห์ ๓-ยุคปลาย ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงพระพิมพ์แบบองค์นี้ของ เสี่ยแดน ดอนตัน ที่มีค้นพบน้อยมาก แต่ก็ได้รับการยอมรับว่ามีความอลังการของพุทธศิลป์เป็นที่สุดเช่นกัน

ไปดูพระใหม่ต่อ วันนี้มีมาหนึ่งสำนัก วัดดังด้วย คือ รุ่น “ยกฐานะ” (ไตรมาส ๖๐) เครื่องราง ตะกรุดจ้าวพยัคฆ์(หัวเสือ) นาคเกี้ยว และเหรียญไตรมาส วัดวังแดงใต้ อ.ท่าเรือ อยุธยา

วัดวังแดงใต้ เป็นวัดเก่าแก่ ๒๐๐ ปี เสนาสนะต่างๆชำรุดทรุดโทรม อุโบสถก็ต่ำกว่าพื้นลานวัด หน้าฝนจึงน้ำท่วมขัง ต้องทำการยกโบสถ์ (ดีดโบสถ์) ให้สูงขึ้น ขณะนี้ได้เทคานรองรับฐานเดิมแล้ว และ กำหนดจัดงานยกโบสถ์ ๔ ต.ค.

ใครอยาก ทำบุญ ปิดทอง ขอเชิญ เริ่ม ๕ ต.ค. เวลา ๐๙.๕๙ น. บวงสรวงเทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลา ๑๖.๑๙ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๑๗.๓๙ น. ประกอบพิธียกอุโบสถ

หลวงพ่อเอื้อน เป็นศิษย์สืบสายวิทยาคมจาก หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ ผู้สร้าง “ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ” หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ผู้สร้างตำนาน “มีดสะกดวิญญาณ” รวมทั้ง หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง

ในโอกาสฉลองอายุครบ ๗๗ ปี (๓ ก.ย.๒๕๖๐) และพิธียกโบสถ์ หลวงพ่ออนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยกฐานะ” (ไตรมาส ๖๐) เครื่องราง ตะกรุดจ้าวพยัคฆ์ (หัวเสือ) นาคเกี้ยว และเหรียญไตรมาส เพื่อนำรายได้สมทบทุนการบูรณะอุโบสถ (ยกโบสถ์)

สำหรับ ตะกรุดจ้าวพยัคฆ์ ขนาดห้อยคอ ด้านหน้าเป็นรูปหัวเสือ ตรงกลางรูปหลวงพ่อเอื้อน ด้านหลังและปลายตะกรุดเป็นอักขระยันต์ เป็นเครื่องรางที่มีอานุภาพเด่นทางมหาอำนาจ แคล้วคลาด คงกระพัน โดยถือเอาสัญชาตญาณของเสือที่เป็นสัตว์ที่มีพลังอำนาจ คล่องแคล่ว มาเป็นเคล็ดในการสร้างตะกรุด เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ ผู้ที่ต้องทำงานเสี่ยงอันตราย หรือแวดล้อมด้วยศัตรู คนที่คิดไม่ดี หรือบูชาเพื่อเสริมอำนาจวาสนาบารมีได้ด้วย

ส่วน นาคเกี้ยว เป็นเครื่องรางชาวล้านนา และชาวอีสานตอนบน ที่เชื่อว่าช่วยเสริมมงคลด้านความรัก มีพญานาคสองตัวพันเกี่ยวกันเป็นเกลียว เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ค้าขายและโชคลาภ ซึ่งประจวบเหมาะกับปีมะโรง (พญานาค) ซึ่งเป็นปีเกิดของ หลวงพ่อเอื้อน เชื่อกันว่า หากบ้านใครมีนาคเกี้ยวอยู่จะส่งเสริมให้ร่มเย็นเป็นสุข พกติดตัวก็มีเสน่ห์ เมตตา เงินทองไหลมาเทมา

พิธีพุทธาภิเษกจัดในโบสถ์มหาอุตม์อายุกว่า ๒๐๐ ปี โดยหลวงพ่อเอื้อน เป็นประธานจุดเทียนชัย และอธิษฐานจิตปลุกเสกร่วมกับเกจิดังเมืองกรุงเก่าอีก ๓ รูปคือ หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว หลวงพ่อเพย วัดบึง หลวงพ่อเสริฐ วัดช้างสอบถามที่ 0-3576-2210, 08-1875-5084, 09-5589-3037

อีกวัดแจ้งข่าวมาจาก ป้าอุไร แม่ครัวใหญ่บ้านสุโขทัย ของ คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ซึ่ง สีกาอ่าง ได้ฝากปากท้องมานาน พอ ป้าอุไร บอกบุญมา ก็ต้องรีบจัดให้ด่วน

ว่าวัดยวด ต.บ้านเบิก อ.ท่าวุ้ง ลพบุรี จะจัดทอดกฐิน วันที่ 15 ต.ค.นี้ บรรดาลูกศิษย์ มี เสี่ยพฤหัส เหล็กเพชร (เสี่ยช้าง) กก.ตร.สภ.อ.บ้านเบิก คุณพี่กันทิมา ดวงเกตุ เจ้าของฐปณิชย์คอนกรีตวัสดุก่อสร้าง และครอบครัว เสี่ยนิคม-บุญมา จุลอำพันธ์ จึงช่วยวัดจัดทอดกฐินหารายได้ ซึ่งผู้ทำบุญกฐิน 2,560 บาท จะได้รับ พระบูชา หลวงพ่อทวด หน้าตัก 3 นิ้ว เนื้อทองเหลืองปิดทองคำแท้ และเสกแล้ว โดย หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว อยุธยา สอบถามได้ที่ 08-5223-8916

ลากันวันนี้ ด้วยเรื่องปิดท้ายของ ลุงชา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งที่จังหวัดอุบลฯ ซึ่งเคยมีข่าวผีปอบอาละวาดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทำให้คนสนใจมาก

วันหนึ่งมีลูกค้าต่างถิ่นไปกิน ระหว่างสั่งอาหาร ก็ถามเรื่องผีปอบอาละวาด ลุงชา บอกว่าเคยมี ลูกค้าถามว่าแล้วป้องกันยังไง ผีปอบจึงหายไป ลุงชา เล่าว่าเขาไปเอาผ้ายันต์มาติดหน้าบ้านกัน ผีปอบเลยหายไป

ลูกค้าเลยขอดูผ้ายันต์ พอ ลุงชา บอกไม่มี ลูกค้าก็ถามว่า อ้าว ลุงไม่กลัวหรือ ลุงชา เลยชี้ไปที่เมียซึ่งกำลังด่าลูกน้องอยู่หลังร้านว่า แค่ผีปอบ จะกลัวทำไม ในเมื่อแต่งงานอยู่กินกับนางปีศาจมาได้ตั้ง ๔๐ ปี เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง