วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจดีแต่ไม่ถึงคนจน ธปท.ชี้บัตรสวัสดิการรัฐแค่ช่วยพยุงใช้จ่าย

แบงก์ชาติแจงเดือน ส.ค.เศรษฐกิจไทยกลับมาสดใส โดยภาคส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน หลัก ยอมรับรายได้คนจนไม่ดีนัก ส่วน “บัตรสวัสดิการคนจน” ช่วยได้แค่พยุงการใช้จ่าย ขณะที่การลงทุนทั้งภาครัฐ–เอกชนยังไม่กระเตื้อง ชี้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ทำเงินไหลเข้ามาพักทะลักล้น

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ในเดือน ส.ค.เป็นอีกเดือนที่เศรษฐกิจดีขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างชัดเจน ทั้งในด้านการส่งออก นำเข้า การผลิตภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ยกเว้นในส่วนของการลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่ตัวเลขยังไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้ รายได้จากภาคการส่งออกที่ดีขึ้นได้เริ่มกระจายตัว โดยผู้ประกอบการส่งออกรายกลางและรายย่อย (เอสเอ็มอี) เริ่มมียอดการส่งออกที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในส่วนของรายได้ของผู้มีรายได้น้อยอาจจะยังไม่ดีนัก โดยมองว่าการที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะช่วยพยุงการใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยได้ในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ภาคเศรษฐกิจที่ทำให้ ธปท.ปรับขึ้นประมาณการเศรษฐกิจไทยจากที่คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัว 3.5% เป็น 3.8% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากภาคการส่งออก ซึ่งปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาขยายตัวสูงถึง 15.9% และ 8 เดือนแรกขยายตัว 4.4% โดยเป็นการส่งออกที่ดีขึ้นแทบจะทุกสินค้าและทุกตลาด และส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการนำเข้าวัตถุดิบสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาผลิตเพื่อการส่งออก รวมทั้งส่งผลต่อภาคการผลิตของไทยให้ปรับตัวขึ้นด้วย โดยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา การนำเข้าของไทยขยายตัวสูงถึง 14.3% ขณะที่ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 3.7%

“การท่องเที่ยวเป็นอีกภาคหนึ่งที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และมีนักท่องเที่ยวจากแทบทุกภูมิภาคเพิ่มขึ้น โดยเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.7% มีจำนวนนักท่องเที่ยว 8 เดือนแรกจนถึงสิ้นเดือน ส.ค. 23,545,000 คน แต่ในส่วนการใช้จ่ายของภาคเอกชนนั้น ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 1.9% ในเดือน ส.ค.และเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเพียง 0.6% ส่วนรายได้ของเกษตรกรในเดือน ส.ค.กลับมาติดลบ 2.1% เป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ ธปท.มองว่า การใช้จ่ายภาคเอกชนยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะฟื้นตัวได้ชัดเจน โดยคาดว่าในต้นปีหน้าการใช้จ่ายภาคเอกชนอาจจะกลับมาได้บ้าง แต่ปัจจัยถ่วงการใช้จ่ายเอกชนไม่ให้ดีขึ้นเร็วนัก ยังคงเป็นหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง”

สำหรับการลงทุนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เป็นเครื่องชี้ที่ยังไม่ดีขึ้นมากนัก โดยในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา การใช้จ่ายในส่วนของการลงทุนภาครัฐมีการเบิกจ่ายลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน ขณะที่ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนในเดือน ส.ค.ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 0.7% โดยหากเทียบกับเดือนก่อนหน้าการลงทุนภาคเอกชนของไทยยังคงทรงตัว แต่ข้อดียังเป็นการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1.1% ต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.32% แต่เป็นอัตราที่ต่ำกว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้

“ดุลการค้าในเดือน ส.ค.ที่เกินดุลสูงถึง 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ดุลบริการที่เกินดุล 1,300 ล้านเหรียญฯ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดือนสะพัดในเดือน ส.ค.เกินดุล 4,700 ล้านเหรียญฯ และตั้งแต่ต้นปีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลแล้ว 29,900 ล้านเหรียญฯ เทียบกับปีที่ผ่านมาที่เกินดุลในช่วงเดียวกัน 34,000 ล้านเหรียญฯ ถือว่าลดลงในระดับหนึ่ง ขณะที่ในส่วนของดุลเงินทุนเคลื่อนย้าย ในเดือน ส.ค.ยังเป็นเงินไหลเข้า 1,280 ล้านเหรียญฯ โดยหลักๆเป็นการเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรและตราสารหนี้ของไทยของนักลงทุนต่างชาติที่สูงถึง 2,257 ล้านบาท โดยมองว่าสถานการณ์การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติจะยังเกิดขึ้นต่อไปอีก”

ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท.ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เท่าที่เห็นตัวเลขเบื้องต้นในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน ก.ย.พบว่ามีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้แล้ว เป็นจำนวนที่สูงกว่าตัวเลขทั้งเดือนของเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และยังเห็นการเข้ามาของเงินต่างชาติในตลาดหุ้นด้วย ดังนั้น ภาพรวมในเดือน ก.ย.จึงน่าจะเป็นการไหลเข้าของเงินทุนต่อเนื่อง แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงบ้างช่วงนี้ จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าขึ้น โดยเหตุผลส่วนหนึ่งของการไหลเข้าของเงินทุนมาจากนักลงทุนต่างชาติที่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น.