วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุมมองทรีนีตี้!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 ก.ย.60 ปิดที่ 1,673.16 จุด เพิ่มขึ้น 6.80 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 57,037.24 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 301.37 ล้านบาท

บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดสัปดาห์หน้าหุ้นไทยมีโอกาสขยับบวกต่อ แต่ต้องรอให้ผ่านแนวต้านสำคัญ 1,680 จุด ให้ได้ก่อน และรอกระแสเงินทุนต่างชาติกลับมาซื้อรอบใหม่ ส่วนทิศทางเดือน ต.ค. และไตรมาสสุดท้ายของปี ดัชนีมีลุ้นทดสอบ 1,700 จุด

ขณะที่มุมมอง บล.ทรีนีตี้ “ณัฐชาต เมฆมาสิน” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ ประเมินหุ้นไทยเดือน ต.ค. แกว่งออกด้านข้างหรือย่อลงเล็กน้อย หลังเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่า จากนโยบายปฏิรูปภาษีทรัมป์ และการลดขนาดงบดุลของสหรัฐฯ ดันผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯสูงขึ้น สกัดเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทย

กดค่าเงินบาทและสกุลเงินเอเชียอ่อนค่าลง ทั้งนี้ มาตรการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศมา มีไฮไลต์สำคัญคือ การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ 35% และลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุดลงสู่ระดับ 35% จากปัจจุบันที่ 39.6%

รวมถึงภาษีเงินโอนกลับเข้าประเทศทั้งในส่วนของกำไรและเงินปันผล สำหรับธุรกิจที่ตั้งถิ่นฐานนอกสหรัฐฯ จากเดิมที่ตั้งกำแพงภาษีไว้สูง จะปรับลงมาจูงใจให้บริษัทข้ามชาติขนเงินกลับประเทศมากขึ้น จึงมีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะไหลกลับสู่สหรัฐฯ

ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ประกาศชัดเจนว่าจะเริ่มกระบวนการลดขนาดงบดุลลงในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งน่าจะส่งผลให้ Bond yield ค่อยๆไต่ระดับขึ้นได้ในช่วงถัดไป จนทำให้สินทรัพย์ของประเทศเกิดใหม่มีความน่าสนใจลดลงโดยเปรียบเทียบ

อีกสัญญาณความเสี่ยงต่อหุ้นไทยคือ การเริ่มขายสุทธิของ Prop trade หลังซื้อสุทธิก่อนหน้านี้ถึง 13,000 ล้านบาท ซึ่งจากสถิติย้อนหลังพบว่า การขายของ Prop trade มักทำให้หุ้นไทยปรับตัวลงหลังจากนั้นราว 1-2%

แนะกลยุทธ์ลงทุน ถือเงินสดในระดับสูงกว่าปกติ แต่หากต้องลงทุน เน้นกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า แนะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ธุรกิจการเกษตร รวมทั้งบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ ซึ่งจะได้ประโยชน์หากการลดภาษีนิติบุคคลเป็นผลสำเร็จ แนะ “ซื้อ” IVL ให้ราคาเป้าหมาย 47.5 บาท และ TU เป้าหมาย 24 บาท!!

อินเด็กซ์ 51