วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซีเอ็นเอ็นกระฉ่อน ยิ่งลักษณ์ขอลี้ภัยอังกฤษ (คลิป)

ปชป.บี้บัวแก้วเรียกทูตผู้ดีพบ ชัชชาติกบดานไม่ยอมแจงสื่อ ทรัมป์ขยับคุยลุงตู่เป็น 2 ต.ค.

ซีเอ็นเอ็นตีข่าวกระฉ่อน “ปู” โผล่ลอนดอน ขอลี้ภัยการเมือง “บิ๊กป้อม” โบ้ยไม่รู้หนีซุกอังกฤษแล้ว อ้างรายงาน กต.ชี้อยู่ที่ดูไบยํ้าประสาน ตร.สากลเร่งล่าตัว “ศรีวราห์” เรียก 2 ตำรวจพาหนีรับทราบข้อกล่าวหา เอาผิดใช้รถคัมรีเลี่ยงภาษี ขออินเตอร์โพลออกหมายแดงตามตะครุบตัว พร้อมจี้เพิกถอนพาสปอร์ต รอผลตรวจดีเอ็นเอรถยนต์กับในบ้าน “ยิ่งลักษณ์” จ่อแจ้งเพิ่ม ม.157 “ชัยฤทธิ์” ปชป.บี้บัวแก้วออกแถลงการณ์-เชิญทูตอังกฤษคุยแจงสถานะจำเลยหนีคดี “บิ๊กตู่” ลั่นใหญ่โตขนาดไหนทำผิด ก.ม.ต้องลงโทษ บ่นขอกำลังใจกันบ้างไม่ใช่ด่า คสช.-นายกฯ ทุกเรื่อง “บิ๊กป้อม” หยอดทุกฝ่ายร่วมนั่ง กก.ยุทธศาสตร์ชาติไทย พท.โต้ “ชัชชาติ” ทำงานเอกชนอย่ามองเป็นคนของพรรค “ทรัมป์” เลื่อนจับเข่าถก “ประยุทธ์” 2 ต.ค. โหร ส.ว.เตือนระวังเสียท่ามะกันทั้งเรื่องเกษตรและอุตสาหกรรม

จากกรณีที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ยังคงยืนยันข้อมูลการข่าวได้เพียงว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหลบหนีคดีไปอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศบางสำนักตีข่าวคืบหน้าไปอีกระดับระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากดูไบไปอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และอยู่ระหว่างติดต่อขอลี้ภัยทางการเมือง

ซีเอ็นเอ็นระบุ “ปู” ไปลอนดอนขอลี้ภัย

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริกา รายงานอ้างแหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และอยู่ระหว่างติดต่อขอลี้ภัยทางการเมือง อย่างไรก็ตาม จากการที่ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นตรวจสอบไปยังกระทรวงมหาดไทยอังกฤษ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องกระบวนการขอลี้ภัยทางการเมือง ได้ปฏิเสธที่จะชี้แจง โดยระบุเพียงว่า ไม่ขอแสดงความเห็นต่อการยื่นขอลี้ภัยของรายบุคคล

กต.ทราบจากข่าวยังไร้ข้อมูลยืนยัน

ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงรายงานข่าวที่ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางออกจากดูไบไปประเทศอังกฤษ รวมถึงได้ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยกับทางการอังกฤษแล้วว่า กระทรวงการ ต่างประเทศทราบเรื่องจากข่าวที่ปรากฏ และไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆได้

“ประวิตร” ย้ำให้ ตร.สากลล่าตัว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน อ้างแหล่งข่าวจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯเดินทางเข้าดูไบจริง แต่เดินทางออกไปประเทศอังกฤษแล้วว่า “ไม่รู้” เมื่อถามว่าอังกฤษมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า เรื่องนี้ให้ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ติดตามตัวอยู่ เราได้แจ้งชื่อไปที่ตำรวจสากลแล้วให้ไปตามตัว เมื่อถามย้ำว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่อังกฤษใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ เพราะกระทรวงการต่างประเทศรายงานว่าอยู่ที่ดูไบ ขณะนี้ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้ามา และไม่ทราบว่าเขาอยู่อย่างไรที่อังกฤษ อยู่แบบลี้ภัยหรือไม่ ต้องถามจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง

โบ้ยไม่รู้หนีซุกอังกฤษแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางดูไบรับปากไทยยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองใช่หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ใช่ เขารับปากจะไม่ให้ยุ่งทางการเมือง แต่ไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะรับปากด้วยหรือไม่ เมื่อถามอีกว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่อังกฤษจริงจะขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่อังกฤษ

2 ตร.เอี่ยวพาหนีรับทราบข้อหา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สว.กก.สส.ภ.จ.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ อก.บก.ภ.จ.นครปฐม 2 นายตำรวจที่รับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี สีเทา ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร มาจาก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 ภายหลังขับรถคันดังกล่าวไปส่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไปทางชายแดน จ.สระแก้ว ก่อนฟังคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค. ทั้งคู่เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยมีสีหน้าเรียบเฉย

เอาผิดใช้รถคัมรีเลี่ยงภาษี

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ชุดสอบสวนเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สามิตร และ ด.ต.พรพิพัฒน์ 2 นายตำรวจ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ข้อหานำเครื่องยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ได้ผ่านศุลกากร หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของนั้นๆ หรือทั้งปรับทั้งจำ หลังได้ข้อมูลมาจากกรมศุลกากรว่า จากการตรวจสอบเลขเครื่องรถเก๋งคัมรีที่ตรวจยึดได้ ไม่พบหลักฐานการนำเข้าประเทศไทย และก่อนหน้านี้ได้สอบปากคำเบื้องต้น ให้การว่ารับรถเก๋งคัมรีไว้โดยที่ไม่เห็นเล่มทะเบียน คาดว่าเป็นการหลบเลี่ยงภาษี และมีข้อมูลจากบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่าไม่ได้จดประกอบรถยนต์คันดังกล่าว ส่วน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอในรถยนต์และในบ้านซอยโยธินพัฒนา 3 ก่อนว่าตรงกันหรือไม่ หากตรงกันจะให้ชุดสอบสวนมาแจ้งความเพิ่มเติม ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

ขอหมายแดงอินเตอร์โพลไล่ล่า

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อวันที่ 28 ก.ย. พบว่ามีบุคคลอยู่ในทะเบียนราษฎรเพียง 3 คนเท่านั้น และพบวิทยุสื่อสาร 4 เครื่อง อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าเป็นวิทยุที่ถูกกฎหมายหรือไม่ กรณีการติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปอาศัยนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอกาสเป็นไปได้สูง แต่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ได้ทำหนังสือประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมประสานตำรวจสากล 190 ประเทศ ให้ออกหมายแดงเพื่อติดตามตัวและเพิกถอนหนังสือเดินทางต่อไป

ตร.ออกประกาศสืบจับ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว ตำรวจได้ออกประกาศสืบจับและสั่งการให้ทุกหน่วยสืบสวนติดตามจับกุมตัวไปแล้ว พร้อมทำหนังสือส่งหมายจับไปที่กระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณาดำเนินการถอนหนังสือเดินทางและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และได้ใช้ช่องทางตำรวจสากล ประสานงานยังองค์การตำรวจสากลเพื่อพิจารณาออกหมายน้ำเงินให้ประเทศสมาชิก 190 ประเทศ ตรวจสอบถิ่นที่อยู่เพื่อดำเนินการต่อไป ขอยืนยันว่าตำรวจดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทุกมิติ

“วัชระ” บี้ กต.แถลงการณ์-เชิญทูตคุย

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงสื่อต่างประเทศระบุว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกำลังยื่นขอลี้ภัยอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศรีบออกแถลงการณ์ชี้แจงเป็นทางการให้นานาประเทศเข้าใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ลี้ภัยทางการเมือง แต่เป็นจำเลยหลบหนีคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องโทษจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ตั้งคณะทนายฯต่อสู้หักล้างในศาลอย่างเต็มที่ แต่แพ้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้ และต้องยื่นโนติสและเรียกทูตอังกฤษมารับทราบท่าทีของรัฐบาลไทยโดยด่วน เว้นแต่ว่าเรื่องนี้จะเล่นละครซูเอี๋ยกัน ก็ไม่ต้องเคารพหลักนิติรัฐนิติธรรมของราชอาณาจักรไทย อย่าให้คนไทยเกิดความรู้สึกว่าอังกฤษเอาเปรียบไทยเหมือนสมัยล่าอาณานิคม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องประกาศศักดิ์ศรีแห่งความเป็นไทย อย่าเป็นมวยล้มต้มประชาชนทั้งประเทศ ยุคนี้จะปิดกั้นข่าวสารไม่ได้แล้ว และคนไทยไม่โง่แล้ว

จี้ฟัน กต.ปล่อยถือพาสปอร์ตแดง

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องชี้แจงโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ เพราะได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ควรจะเพิกถอนพาสปอร์ตเล่มแดง เอกสิทธิ์ของตำแหน่งนายกฯ จนถึงบัดนี้ยังไร้ท่าทีในการยึดพาสปอร์ต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯต้องหาผู้รับผิดชอบตั้งแต่ระดับราชการไปถึงรัฐมนตรี และรัฐบาลควรชี้แจงถึงสถานะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีที่เป็นอาญาแผ่นดิน อย่าปล่อยให้ใครบิดเบือนว่าคดีนี้เป็นคดีการเมืองหรือปล่อยให้ผู้ต้องหาลี้ภัยการเมืองได้

“พนัส” คาใจอัยการไม่มีหลักฐานชี้ผิด

นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า จากกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กระทำผิดตามข้อกล่าวหารู้ว่ามีการทุจริตระบายข้าวจีทูจี แล้วไม่สั่งระงับนั้นมีคำถามว่า 1.การทุจริตของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับพวกเกี่ยวข้องอย่างไรกับความเสียหายที่อนุกรรมการปิดบัญชีอ้างว่าการดำเนินโครงการทำให้เกิดความเสียหายกว่าแปดแสนล้านบาท 2.เมื่อโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ ทำไมจึงคิดคำนวณได้ว่าขาดทุนหรือเสียหายเท่านั้นเท่านี้ 3.ไม่มีหลักฐานใดๆของฝ่ายอัยการที่แสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และสนับสนุนนายบุญทรงกับพวกกระทำการระบายข้าวโดยทุจริต การพยายามแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนตัวนายบุญทรงออกแสดงให้เห็นว่าดำเนินการอย่างดีที่สุดและเหมาะสมตามสมควร ไม่มีเจตนาพิเศษให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องสั่งระงับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้กระทำความผิดใดๆ

“เอม” โพสต์ครอบครัวสู้ไปด้วยกัน

เมื่อเวลา 18.30 น. น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์อินสตาแกรมรูปลูกสาวฝาแฝดเอมิ-นานิ พร้อมข้อความว่า “จูงมือกันรักกันดูแลกัน สองจิ๋วของแม่โตแล้วรู้สึกว่าลูกโตแล้วจริงๆ ตอนเค้าถามแม่ว่าทำไมไม่เคยเจอตาตา (นายทักษิณ) ที่เมืองไทยอยากให้ตาตากลับบ้านด้วย เด็กๆโตจนพูดรู้เรื่องแล้ว เช้าอีกวันถัดมา เป็นอีกหนึ่งวันที่เลวร้ายของครอบครัวเรา เด็กๆวิ่งไปกอดตาตาแล้วพูดว่า ตาตาสู้ๆนะคะ ถ้าคนใจร้ายมารังแกตาตา เราจะปกป้องเอง เราจะแข็งแรง เอมคิดว่าตัดสินใจถูกที่พาลูกๆมาทริปนี้นี่คือความตั้งใจของเอมและพี่พงศ์ที่มายาวในครั้งนี้เพื่ออยู่กับตาตาในวันหนักๆอีกวัน นี่คือคำว่าครอบครัวในแบบที่เอมโตขึ้นมาเรามีกันและกันเสมอ ทั้งในวันที่แดดออกและในวันที่ฝนตกมาเติมกำลังใจให้กันและกันแล้วเราก็แยกย้ายกลับไปใช้ชีวิตของเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในทุกๆวัน ขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่มีให้ครอบครัวของเราเสมอ อยู่ข้างเราเสมอนะคะมีค่ามากจริงๆ”

ต่อมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณได้โพสต์ตอบว่า “เจ้าตัวเล็กของน้าขอให้หนูแข็งแรงขึ้นทุกวันในวันที่ หนักๆหนูจะผ่านมันไปได้อย่างเข้มแข็งเหมือนคุณตาของหนูนะลูก”

“บิ๊กตู่”ยกคณะบินลงพื้นที่ จ.สตูล

เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย และนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจราชการ จ.สตูล โดยนายกฯ และคณะเดินทางไปยังอาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาลัยเขตสตูล ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล มีนายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผวจ.สตูล ข้าราชการและประชาชนกว่า 2,000 คนให้การต้อนรับ โดยนายกฯได้ทักทายประชาชนและเข้าหยอกล้อกับเด็กด้วยท่าทางรักใคร่ก่อนจะอุ้มเพื่อถ่ายภาพร่วมกัน จากนั้นนายกฯได้ทำพิธีส่งมอบเน็ตประชารัฐ จ.สตูล และเว็บคอนเฟอเรนซ์ไปยัง 5 ภูมิภาค 5 จังหวัด ณ จุดติดตั้งแต่ละหมู่บ้านใน จ.ราชบุรี พะเยา หนองคาย สระแก้ว และกระบี่ และส่งมอบไวไฟแก่ผู้แทนประชาชนในพื้นที่

ลั่นใหญ่จากไหนอยู่ใต้ ก.ม.เดียวกัน

จากนั้นนายกฯกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า เดินทางมาสตูลเป็นครั้งแรก เคยมีนายกฯคนไหนมาแล้วบ้าง คราวหน้าก็เลือกนายกฯที่เดินทางไปทุกจังหวัดซิ ไม่ใช่เลือกไปจนทำให้เงินลงไปไม่ทั่วถึง สังคม การเมืองมีปัญหา ต้องร่วมกันแก้ไข อาศัยความสามัคคีปรองดอง เปิดเวทีสาธารณะพูดคุยกัน วันนี้โลกแบ่งเป็นหลายขั้ว ประเทศเล็กๆต้องเผชิญปัญหา ประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่กำหนดกติกา เราไม่สามารถเอาตัวออกจากเขาได้ จึงต้องทำตามกติกาสากลโลก ถ้าเราฝืนกฎก็มีการฟ้องเราจะแป็กทั้งประเทศ ประเทศเราเป็นประชาธิปไตย ถึงแม้ตนมาแบบนี้ก็ยอมรับประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่ดี แต่ทำอย่างไรให้เคารพเสียส่วนใหญ่ กฎหมาย กติกาที่ออกมาไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อบังคับใคร แค่ต้องการให้เท่าเทียม เพราะทุกคนใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน ไม่ว่าจะใหญ่โตขนาดไหน เมื่อทำผิดกฎหมายต้องลงโทษกระบวน การลงโทษต้องทำให้ชัดเจน รัฐบาลไปบอกใครถูกใครผิดไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่กระบวนการยุติธรรม ขอร้องอย่ามาบิดเบือนหรือต่อต้าน ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ใจร้อน ต้องอธิบายให้เข้าใจ

ซัดการเมืองขัดแย้งแบ่งฝ่ายอันตราย

นายกฯกล่าวว่า อย่างโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อที่โวยวายกันตอนนี้ให้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการทุจริต มีหรือไม่มีต้องตรวจสอบ โครงการต่างๆในพื้นที่ ต้องถามความต้องการของประชาชน อย่างโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกาะหลีเป๊ะ ต้องทบทวนหรือไม่ หาทางออกให้รัฐบาลหน่อย ปัญหาของเราคือความขัดแย้ง การเมืองการแบ่งฝ่าย บิดเบือนให้ร้ายกัน สิ่งเหล่านี้อันตราย จากนั้นนายกฯได้ถามประชาชนว่า ได้ไปตอบคำถามผม 4 ข้อหรือยัง ขอให้ช่วยกันไป วันนี้คนไปเขียนเป็นล้านคนแล้ว มากกว่าโพลทุกโพล ไม่ได้เขียนเชียร์ทุกคน เขียนด่าตนก็มี แต่ไม่เป็นไร สำคัญที่สุดคนที่มาเขียนล้านกว่าคนความรู้ระดับประถม ไม่ได้มีความรู้สูง แสดงให้เห็นว่ามีคนสนใจการเมืองที่ถูกต้อง ประชาธิปไตยที่ถูกที่ควร และหลักใหญ่ที่เขียนมาอยากให้บ้านเมืองสงบ มีการปฏิรูปและธรรมาภิบาล จากนั้นนายกฯได้มอบถุงยังชีพให้ผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่น มอบอุปกรณ์กีฬาให้นักเรียน ร.ร.บ้านราไวก่อนทักทายร่วมถ่ายรูป รับของที่ระลึกและเดินชมซุ้มจัดแสดงต่างๆ

ครวญขอกำลังใจมั่งไม่ใช่ด่าทุกเรื่อง

จากนั้นนายกฯไปทำพิธีเปิดสถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล แลนด์บริดจ์เชื่อมต่อการสื่อสารเอเชียและยุโรป เป็นระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นแรกที่ไทยเชื่อมต่อโดยตรงไปยังประเทศศูนย์กลางเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่สำคัญของโลกไปยัง 17 ประเทศในภูมิภาคต่างๆ โดยนายกฯได้วางมือกดปุ่มเปิดสถานีและได้คว้าไมค์มากล่าวว่า “เข้ามาเป็นหัวหน้า คสช.ในปีแรก มีการเสนอแผนนี้มา ผมก็ใช้ความคิดอันไม่ฉลาดของผม มองว่าดีนี่หว่า เลยให้ทำ ใช้คำสั่ง คสช.ทำจนเสร็จและดี ส่วนที่ไม่ดียังไม่เสร็จมีอยู่บ้าง ก็ให้กำลังใจกันให้ทำกันต่อ ไม่ใช่ด่า คสช. ด่านายกฯทุกเรื่อง ที่ทำสำเร็จลืมกันไปหมดแล้ว ลืมง่ายนะคนไทย” ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดิมต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังสนามบิน กองบิน 56 จ.สงขลา มาขึ้นเครื่องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่สภาพอากาศปิด ฝนตกหนัก นักบินไม่สามารถนำเครื่องขึ้นได้ นายกฯจึงสั่งเปลี่ยนแผนมาขึ้นรถตู้อัลพาร์ต สีดำ หมายเลขทะเบียน 9999 สงขลาแทน ทำให้กำหนดการเดินทางกลับกรุงเทพฯเลื่อนออกไปประมาณ 1 ชั่วโมง

ลงเครื่องบอกหมดแรงงดจ้อสื่อ

ต่อมาเวลา 18.25 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่มาดักรอสัมภาษณ์ โดยเฉพาะประเด็นความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯในการขอลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆว่า “หมดแรง” แล้วจึงเดินไปขึ้นรถเดินทางกลับบ้านทันที

ปลื้มอันดับแข่งขันไทยขยับขึ้น

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่า การประกาศผล การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ของสภาเศรษฐกิจโลก ล่าสุดไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 32 จาก 137 ประเทศทั่วโลก ดีขึ้น 2 อันดับจากปีที่แล้ว โดยภาพรวมมีคะแนนดีขึ้นใน 8 ด้านหลัก อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน ประสิทธิภาพตลาดแรงงาน อีก 4 ด้านหลักมีคะแนนเท่าเดิม แต่ไม่มีคะแนนลดลง ขณะที่ด้านเศรษฐกิจมหภาค ไทยอยู่อันดับที่ 9 ของโลก ซึ่งเป็นด้านเดียวที่ไทยอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก นอกจากนี้ นโยบายยกระดับการให้บริการของภาครัฐหลายมาตรการ มีคะแนนปรับดีขึ้นด้วย โดยผลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นศักยภาพและความท้าทายของเราในอนาคตหลายด้าน

เทปหน้าโชว์ทริปเยือนมะกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สัปดาห์หน้ามีกำหนดการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามที่ได้รับคำเชิญไว้ล่วงหน้า รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในครั้งต่อไป ซึ่งจะบันทึกเทปจากที่สหรัฐฯ โดยจะเล่าสารประโยชน์จากการทำงานในต่างประเทศ ตนได้สั่งการให้ช่างภาพ นักข่าว ถ่ายภาพบ้านเมือง ถนน ตลาด บรรยากาศ ให้พวกเราได้ดูด้วย จะได้เปรียบเทียบว่าควรจะเป็นอย่างไร เอาส่วนดีมาปรับปรุงให้ที่ดีอยู่มากพอสมควรให้ดียิ่งขึ้น ก็จะเป็นประเทศที่น่าอยู่อาศัย น่าท่องเที่ยว ขณะนี้ยินดีที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 1 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวนมาก วันนี้ให้เน้นไปถึงชุมชน ต้องกระจายไปถึงทุกจังหวัด

ตั้ง คกก.สอบสำนวนกรุงไทยหลุด

เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” นำสลิปการโอนเงินเข้าบัญชี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป 100,000 บาท และโอนเข้าบัญชี “พล.อ.ป” กว่า 200,000 บาท ก่อนเงินจะถูกโอนไปเข้าบัญชีมูลนิธิสวนประวัติศาสตร์มาเผยแพร่ พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอสอบสวน เนื่องจากเป็นการรับโอนเงินจากบริษัท กฤษดามหานคร ลักษณะเดียวกับนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินกรณีรับเช็ค 10 ล้านบาท ว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด ตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกนำออกไปจากสำนวนการสอบสวนได้อย่างไร มีพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำหลักฐานประกอบสำนวนออกไปให้บุคคลภายนอกหรือไม่ อาจเป็นไปได้ว่าหลักฐานที่หลุดออกไปเป็นเรื่องเก่าที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นในช่วงใกล้การเรียกผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ถือเป็นเทคนิคทั่วไปที่นำมาใช้ต่อสู้คดี

ทนาย “โอ๊ค” ขอความเป็นธรรม

มีรายงานว่า นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความนายพานทองแท้ ชินวัตร เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ ขอความเป็นธรรมในคดีฟอกเงินกรุงไทย ให้เอาผิดกับกลุ่มที่รับเงินจากบริษัท กฤษดามหานคร เช่นเดียวกับนายพานทองแท้ที่โดนข้อหาในคดีฟอกเงินกรุงไทยด้วย

“บิ๊กป้อม” โอ่ทุกคนนั่ง กก.ยุทธศาสตร์ได้

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีชื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความสามารถในการแข่งขัน 1 ใน 6 คณะ ของคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่า เป็นธรรมดา ทุกฝ่ายเข้ามาได้หมด เมื่อถามว่า แสดงถึงสัญญาณของความปรองดองที่จะให้ทุกฝ่ายมาเข้าร่วมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกฝ่ายก็เข้ามาได้หมด

“ชัชชาติ” ดำดินสื่อติดต่อไม่ได้

เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พยายามติดต่อไปยังนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพื่อขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กรณีที่ได้รับแต่งตั้งเข้ามาเป็นคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ รวมถึงได้ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ก็ไม่ได้เปิดอ่านแต่อย่างใด

พท.โต้เป็นเอกชนไม่ใช่คนของพรรค

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของรัฐบาล คสช.ว่า วันนี้นายชัชชาติออกไปทำงานด้านเอกชนและเป็นนักวิชาการ และรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้มีคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้รัฐบาลต่อไปใช้เป็นแนวทาง คณะที่ไปอยู่มีความสำคัญ ถ้านายชัชชาติไม่รับตำแหน่งก็มีคนอื่นเข้ามาทำอยู่ดี อย่าไปคิดว่านายชัชชาติเป็นคนของพรรคเพื่อไทย เพราะก่อนมาเป็นนักการเมืองเขาเป็นนักวิชาการ เมื่อยังไม่มีการเลือกตั้ง ยังไม่มีรัฐบาลจากประชาชน การที่นายชัชชาติที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย มาร่วมจัดทำยุทธศาสตร์ชาติน่าจะเป็นผลดีกับประเทศ ไม่อยากให้คิดอะไรมาก ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเรื่องการเมืองไปเสียหมด และคนที่มาเป็นกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆมีจากหลากหลายสาขาอาชีพ

หยันแผนเยอะแต่ไร้คุณภาพ

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นรายชื่อกรรมการจัดทำร่างยุทธศาสตร์แล้ว ไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคล ที่มา และการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ แต่ความสำเร็จมาจากการทำงานหนักและประสิทธิภาพของคนทำ ไม่ใช่ความขยันพูดหรือจำนวนแผน เคยตั้งคำถามหรือไม่ว่าประเทศมีหน่วยงานด้านการวางแผน และมียุทธศาสตร์ด้านต่างๆเต็มไปหมด แต่ขาดการนำแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ปัญหาคุณภาพการศึกษา สิ่งแวดล้อม ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ยังมีอยู่ใช่หรือไม่ ยุทธศาสตร์ที่ต้องการคือยุทธศาสตร์การทำงานให้สำเร็จ อยากให้ประชาชนติดตามดูผลงาน และให้เครดิตบุคคลหรือหน่วยงานที่ทำงานสำเร็จ มากกว่าการพึงพอใจกับจำนวนแผนที่ร่างขึ้น

แก้คำสั่งใหม่ตัดชื่อ ผอ.ทีดีอาร์ไอ

ค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ ให้ยกเลิกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ ที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 28 ก.ย. และใช้ประกาศฉบับนี้แทน โดยมีการเพิ่มชื่อ พล.อ.นาวิน ดําริกาญจน์ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง เป็นกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และตัดรายชื่อของนายสมชัย จิตสุชน ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ออกจากการเป็นกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

“ทรัมป์” ปรับวันพบ “ประยุทธ์” 2 ต.ค.

วันเดียวกัน นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกาฯ ออกแถลงการณ์ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ทำเนียบขาว ให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 2 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แทนกำหนดการเดิมคือวันที่ 3 ต.ค. ตามเวลา ท้องถิ่น เนื่องด้วยนายทรัมป์มีแผนการเยือนพื้นที่เขตปกครองเปอร์โตริโก และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯในวันที่ 3 ต.ค. เพื่อตรวจสอบสภาพความเสียหายจากพายุเฮอริเคนมาเรีย พร้อมสำทับว่านายทรัมป์ตั้งตารอที่จะได้หารือกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคแปซิฟิกกับ พล.อ.ประยุทธ์ และไทยถือเป็นคู่เจรจาที่สำคัญและพันธมิตรอันยาวนานของสหรัฐฯในเอเชีย

ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งเรื่องนี้แล้ว สาเหตุการเลื่อนกำหนดการเข้าพบดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของรัฐบาลสหรัฐฯ การปรับกำหนดวันหารือไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเวลาและรูปแบบของการหารือ

โหรเตือนนายกฯระวังจะเสียท่า

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ ฉายาโหร ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เคยดูดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.หลายครั้งแล้ว เพื่อเตือนสติในความเป็นไปตามกระแสดาว ดาวเจ้าเรือนราศีมังกรเป็นลัคนาของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งดาวเสาร์กำลังจะย้ายจากราศีพิจิกเข้าราศีธนูในวันที่ 1 ธ.ค. 2560 เป็นราศีวินาศของคนราศีมังกร ดาวเจ้าเรือนตกวินาศกับตัวเองต้องระวังสุขภาพร่างกายและจิตใจของตัวเอง การกระทำของตนเอง และจะอยู่ตรงนี้ถึงสองปีครึ่งจะกระทบการงาน ยังมีดาวพฤหัสบดีจรให้คุณในราศีตุลย์ การงานอยู่ถึง 6 ต.ค. 2561 ให้ต้องไปต่างประเทศด้วย และตนเป็นห่วงว่าจะไปเสียท่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ในด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เพราะดาวเสาร์กำลังจะนำความเสียหายทั้งสองเรื่องนี้มาให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่ปลายปีนี้ จึงอยากจะเตือนท่านเรื่องบริวารเป็นพิษ คือบริวารด้านกฎหมาย การศึกษา ศาสนา สาธารณสุข ต้องระวังให้มาก พวกเขาได้ทำและจะนำความผิดหวังและความเสียหายมาให้เจ้าชะตาได้ตลอดเวลา

ร้องรัฐเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อป

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อป หรือการติดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือน เพราะพรรคเห็นว่าเป็นความมั่นคงด้านพลังงานของชาติที่ยั่งยืน ให้ผลประโยชน์สูงสุดด้านพลังงานเหมาะกับการส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เป็นผู้ผลิตจากหลังคาบ้านของตัวเอง แล้วขายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้นี้คืนให้รัฐ ทราบว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะพิจารณานโยบายโซลาร์รูฟท็อป พรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึง หรือร่วมเป็นผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ไม่ควรมีการจำกัดโควตาและขอให้เร่งรัดแก้กฎระเบียบราชการที่เป็นอุปสรรคต่อการขอทะเบียนการขอติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปของประชาชน

เลื่อนสืบพยานโจทก์ “ไผ่ ดาวดิน”

ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) ค่ายศรีพัชรินทร์ อ.เมืองขอนแก่น มีคำสั่งเบิกตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” จำเลยในคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น มาขึ้นศาล มทบ.23 ตามการนัดสืบพยานโจทก์ ความผิดฐานขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 จากการร่วมกันแสดงสัญลักษณ์และแสดงออกทางการเมือง เมื่อวันที่ 22 พ.ค.58 เมื่อถึงเวลาตามที่ศาลนัดปรากฏว่าพยานทั้ง 2 ปาก ที่พนักงานอัยการทหารขอเบิกตัวไม่เดินทางมาให้การ องค์คณะผู้พิพากษายุติการนัดสืบพยานโจทก์ทันที และส่งตัว “ไผ่ ดาวดิน” กลับไปที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ นัดใหม่อีกครั้งในวันที่ 20 พ.ย.60