วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประหารชีวิต 5 จำเลย ลวงยธ.พังงาไปรุมฆ่าเหี้ยม

นำศพยัดถังโบกปูนถ่วงน้ำ

ศาลจังหวัดปากพนังพิพากษาประหารชีวิต 5 จำเลย คดีร่วมกันซ้อมทรมานฆ่าโหด “ฉวี อินทระ” ยุติธรรมจังหวัดพังงา ยัดศพลงถัง 200 ลิตร แล้วโบกปูนปิดทับก่อนนำไปถ่วงนํ้า เป็นข่าวครึกโครมเมื่อกลางปี 59 ชี้เป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ภายหลังก่อเหตุยังไม่ยอมรับสารภาพและไม่รู้สึกสำนึกผิด ทำให้ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ด้าน 5 จำเลยเจอคำสั่งประหารถึงกับหน้าซีดเครียดจัด

ประหารชีวิต 5 ผู้ต้องหา คดีฆ่าโหดยุติธรรมจังหวัดพังงา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ศาลจังหวัดปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1700/ 2559 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอดิศักดิ์ หรือหมู ทองสมจา อายุ 40 ปี จำเลยที่ 1 นายวีระเดช หรือสาม แปะดำ อายุ 22 ปี จำเลยที่ 2 นายสิทธิพงษ์ หรือตี๋ บุปผากร อายุ 22 ปี จำเลยที่ 3 นายสุวัฒน์ หรือปาล์ม มารวัฒน์ อายุ 20 ปี จำเลยที่ 4 และนายชัยชนะ หรือดุก เกิดมุสิก อายุ 21 ปี จำเลยที่ 5 ในข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกันฆ่านายฉวี อินทระ อายุ 57 ปี ยุติธรรมจังหวัดพังงา และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดพังงา

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2559 นายฉวี ผู้ตาย หายตัวไปอย่างลึกลับพร้อมรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ถศ 8215 กรุงเทพมหานคร หลังไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนในพื้นที่ ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ญาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ชุดสืบสวน ภ.จ.นครศรีธรรมราช ตำรวจ สภ.เชียรใหญ่ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจ.นครศรีธรรมราช ร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนมีพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้นำมาแสดงต่อศาลชี้ชัดว่า นายอดิศักดิ์ จำเลยที่ 1 ข่มขู่บังคับให้ น.ส.นัฐนันท์ หรือเร อินดำ อายุ 24 ปี แฟนสาว โทรศัพท์ลวงนายฉวีไปที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ของ น.ส.นัฐนันท์ เพราะโกรธแค้นที่นายฉวีแอบคบหากับ น.ส.นัฐนันท์

เมื่อนายฉวีผู้ตายถูกลวงไปถึงบ้านหลังดังกล่าว จำเลยที่ 1 กับพวก คือจำเลยที่ 2-5 ร่วมกันใช้ปืนจี้บังคับ ก่อนรุมทำร้ายด้วยการใช้ไม้เนื้อแข็งและของแข็งอื่นๆทุบตีจนนายฉวีหมดสติ เมื่อฟื้นขึ้นมาได้ถูกกลุ่มจำเลยร่วมกันทำร้ายอีกหลายครั้งจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นกลุ่มจำเลยนำศพของผู้ตายบรรจุใส่ในถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร โบกทับด้วยปูนซีเมนต์ นำศพที่โบกปูนแล้วขึ้นรถกระบะของผู้ตายไปทิ้งในคลองบางจาก ท้องที่หมู่ 13 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แล้วลักทรัพย์คือรถยนต์และทรัพย์สินส่วนตัวอื่นๆ ของผู้ตายก่อนพากันหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมจำเลยที่ 2-5 ได้ จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและยินยอมนำชี้ที่เกิดเหตุ นำชี้สถานที่พบศพ ส่วนจำเลยที่ 1 เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมา ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

คดีนี้ศาลพิเคราะห์จากคำให้การของพยานที่เกี่ยวข้องทางคดี วัตถุพยาน พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องโทรทรรศน์วงจรปิดของหน่วยงานราชการ เอกชน ที่เจ้าหน้าที่รวบรวมมาแสดงต่อศาลเห็นว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องโดยปราศจากข้อเคลือบแคลงสงสัย กลุ่มจำเลยกระทำความผิดละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยการทรมานผิดวิสัยของผู้คนโดยทั่วไป และไร้ซึ่งมนุษยธรรม ความเมตตาปรานี แม้จะมีการอ้อนวอนวิงวอนร้องขอชีวิตจากผู้ตาย ตามคำให้การบางส่วนของจำเลยที่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน

การกระทำของจำเลยที่ 1 กับพวก เป็นการทำผิดต่อกฎหมายในฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนโดยการทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 199, 288, 289 (4) (5), 310, 334 (1), 371 และพระราชบัญญัติอาวุธปืน

จำเลยที่ 2-5 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นศาล จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอดและไม่ได้ให้การใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี หรือการพิจารณาของศาล อันเป็นพฤติการณ์ที่ไม่มีความสำนึกต่อความผิดที่ได้กระทำ ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งหมด โดยกำหนดให้คดีนี้เป็นคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1521/2560 ของศาลจังหวัดปากพนัง

หลังการพิจารณา เจ้าหน้าที่นำตัวจำเลยทั้งห้าที่ถูกเบิกตัวออกมาจากเรือนจำอำเภอปากพนัง เพื่อมาฟังคำพิพากษา ไปควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมใต้ถุนศาล รอเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มารับตัวกลับไปจำคุกไว้ก่อนเพื่อรอยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป ขณะที่จำเลยทั้งห้าหลังรู้ว่าถูกพิพากษาประหารชีวิต แต่ละคนอยู่ในสภาพหน้าซีดเผือดและเคร่งเครียด