วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปภ.เตือน 10 จว. รับมือน้ำท่วม

'นครปฐม' เสาไฟล้มทับรถ 18 คัน เจ็บ 7 คน

ปภ.แจ้งเตือน 10 จังหวัดภาคกลางเตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุนสูง 29 ก.ย.-11 ต.ค.นี้ นครปฐมอ่วมฝนถล่มหนักตัวเมืองจมบาดาล แรงลมหอบเต็นท์ลอยละลิ่วกระแทกเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 17 ต้น ทับรถยนต์สัญจรบนถนนพุทธมณฑลสาย 5 พังยับ 18 คัน มีผู้บาดเจ็บ 7 คน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือโกลาหล อุตุฯเตือนภาคอีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ตอนบน เตรียม รับมือฝนตกหนัก 2-5 ต.ค.นี้

หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิด น้ำท่วม เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 28 ก.ย. เกิดพายุฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่ จ.นครปฐม แรงลมทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูง 17 ต้น หักโค่นล้มทับรถเมล์ สาย 81 วิ่งระหว่างอ้อมน้อย-ปิ่นเกล้า รวมถึงรถกระบะ และรถเก๋ง ได้รับความเสียหาย 18 คัน บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 หมู่ 9 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน ฝั่งขาออกเพชรเกษม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ต่อมาตำรวจ สภ. โพธิ์แก้ว เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอ้อมน้อย และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมตัดกระแสไฟฟ้าและช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถส่ง รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย และ รพ.มหาชัย 2 สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนัก แรงลมพัดโครงหลังคาเหล็กของเต็นท์รถมือสอง บริเวณที่เกิดเหตุลอยขึ้นไปกระแทกเสาไฟฟ้าสายไฟดึงจนหักโค่น รวม 17 ต้น จนล้มทับรถที่วิ่งผ่านไปมาจนได้รับความเสียหาย รวมระยะทาง 800 เมตร

นอกจากนี้ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังถนนเกือบทุกสายในเขตเทศบาลนครนครปฐม โดยเฉพาะถนนหน้าโรงเรียนราชินีบูรณะ ถนนราชวิถี มุ่งหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ มีน้ำท่วมสูง 20-30 ซม. ระยะทางกว่า 2 กม. เช่นเดียวกับถนนพุทธรักษา 2 ต.สนามจันทร์ และหลังวัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพื้นที่ชุมชนแออัด น้ำท่วมสูงรถสัญจรด้วยความยากลำบาก มีแผ่นป้ายทะเบียนหลุดออกจากตัวรถกว่า 30 แผ่น เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครปฐม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำลงสู่คลองเจดีย์บูชา

จ.เพชรบุรี เกิดฝนตกหนักและพายุหมุนในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม ส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นกีดขวางถนนเข้าออกหมู่บ้าน รวมถึงมีต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2 หลัง และมีบ้านเรือนประชาชนถูกลมพัดหลังคาปลิวเสียหายกว่า 10 หลัง นอกจากนี้ พบเสาไฟฟ้าหักโค่น 15 ต้น ส่งผลให้ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน ต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ อปพร. ใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ที่หักโค่นขวางถนนออกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 29 ก.ย.-1 ต.ค.60 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงจากทะเลจีนใต้ตอนบนแผ่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 2-5 ต.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเล อันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระวังน้ำท่วมขังและลมกระโชกแรงตลอดช่วง

วันเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีหนังสือแจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัด 10 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ ช่วงวันที่ 29 ก.ย.-11 ต.ค.60 เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่าอาจมีฝนตกหนักระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-5 ต.ค.60 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ร้อยละ 62-70 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ รวมทั้งภาวะน้ำทะเลหนุนสูง วันที่ 9-10 ต.ค.60 ให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ รวมถึงเตรียมความพร้อมจากสภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลัน