วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประหารชีวิต 5 จำเลย ฆ่าโหดยุติธรรม จ.พังงา โบกปูนถ่วงน้ำแค้นแย่งสาว

ศาลจังหวัดปากพนัง พิพากษาประหารชีวิต 5 จำเลย คดีลวงฆ่าโหดยุติธรรมจังหวัดพังงา แค้นที่ไปพัวพันแฟนสาวคนสวย ให้ผู้หญิงหลอกไปทุบทรมาน ฆ่าโหดยัดถังโบกปูนถ่วงน้ำ เป็นคดีดังของปี 59...  



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ก.ย. 60 ที่ศาลจังหวัดปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช คณะองค์ผู้พิพากษา ได้ทำการอ่านคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำที่ 1700/2559 ซึ่งพนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง เป็นโจทก์

ยื่นฟ้องนายอดิศักดิ์ หรือ หมู ทองสมจา อายุ 40 ปี เป็นจำเลยที่ 1 นายวีระเดช หรือ สาม แปะดำ อายุ 22 ปี จำเลยที่ 2 นายสิทธิพงษ์ หรือ ตี๋ บุปผากร อายุ 22 ปี จำเลยที่ 3 นายสุวัฒน์ หรือ ปาล์ม มารวัฒน์ อายุ 20 ปี จำเลยที่ 4 และนายชัยชนะ หรือ ดุก เกิดมุสิก อายุ 21 ปี จำเลยที่ 5 

ในข้อหาหรือฐานความผิด ร่วมกันฆ่า นายฉวี อินทระ อายุ 57 ปี ยุติธรรมจังหวัดพังงา และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดพังงา



คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2559 นายฉวี ผู้ตาย ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ พร้อมด้วยรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ถศ 8215 กรุงเทพมหานคร หลังไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนในท้องที่ตำบลคลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ญาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ร่วมกับตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียรใหญ่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวน จนมีพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้ ที่ได้แสดงต่อศาล 

ชี้ชัดว่า นายอดิศักดิ์ จำเลยที่ 1 ข่มขู่บังคับให้ น.ส.นัฐนันท์ หรือ เร อินดำ อายุ 24 ปี แฟนสาว โทรศัพท์ลวงนายฉวีไปที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านพักของน.ส.นัฐนันท์ เนื่องจากนายอดิศักดิ์ ไม่พอใจโกรธแค้นที่นายฉวีติดต่อคบหากับ น.ส.นัฐนันท์

เมื่อนายฉวีผู้ตายถูกลวงไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ได้ถูกจำเลยที่ 1 กับพวกคือ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมกันใช้อาวุธปืนจี้บังคับ ก่อนร่วมกันทำร้ายด้วยการใช้ไม้เนื้อแข็ง ของแข็งอื่นๆ ทุบตี ทำร้ายนายฉวีจนหมดสติ เมื่อฟื้นขึ้นมาได้ถูกกลุ่มจำเลยร่วมกันทำร้ายอีกหลายครั้ง จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา



จากนั้นกลุ่มจำเลยได้นำศพของผู้ตาย บรรจุใส่ในถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร โบกทับด้วยปูนซิเมนต์ นำศพที่โบกปูนแล้วขึ้นรถยนต์กระบะของผู้ตาย ไปทิ้งในคลองบางจาก ท้องที่หมู่ที่ 13 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แล้วลักทรัพย์คือรถยนต์และทรัพย์สินส่วนตัวอื่นๆ ของผู้ตายก่อนพากันหลบหนีไป 

เจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตามจับกุมจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ จำเลยทั้งสี่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน และยินยอมนำชี้ที่เกิดเหตุ นำชี้สถานที่พบศพ ส่วนจำเลยที่ 1 ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมา ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา



ศาลพิเคราะห์จากคำให้การของพยานที่เกี่ยวข้องทางคดี วัตถุพยาน พยานหลักฐานทางวิทยาศาตร์ ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของหน่วยงานราชการ เอกชน ที่พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมมาแสดงต่อศาล 

เห็นว่าจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง โดยปราศจากข้อเคลือบแคลงสงสัย กลุ่มจำเลยกระทำความผิดละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยการทรมานผิดวิสัยของผู้คนโดยทั่วไป และไร้ซึ่งมนุษย์ธรรม ความเมตตาปรานี แม้จะมีการอ้อนวอน วิงวอน ร้องขอชีวิตจากผู้ตาย

ตามคำให้การบางส่วนของจำเลยที่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน 

การกระทำของจำเลยที่ 1 กับพวก เป็นการทำผิดต่อกฎหมายในฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนโดยการทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 199, 288, 289(4) (5), 310, 334(1), 371 และพระราชบัญญัติอาวุธปืน

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และชั้นสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นศาล จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และไม่ได้ให้การใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี หรือการพิจารณาของศาล อันเป็นพฤติการณ์ที่ไม่มีความสำนึกต่อความผิดที่ได้กระทำ ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งหมด โดยกำหนดให้คดีนี้เป็นคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1521/2560 ของศาลจังหวัดปากพนัง



หลังการพิจารณา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวจำเลยทั้ง 5 ราย ที่ถูกเบิกตัวออกมาจากเรือนจำเพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งแต่ละคนอยู่ในสภาพหน้าซีด เคร่งเครียด ไปควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมใต้ถุนศาล รอให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากเรือนจำอำเภอปากพนังมารับตัวไป เพื่อจำคุกตามคำพิพากษา.