วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถอดสมการ ยิ่งลักษณ์ Where are you? สืบจาก DNA หญิงปริศนาบนรถยนต์ ชัวร์แค่ไหน

การแกะรอยเพื่อถอดค่าสมการ ยิ่งลักษณ์ Where are you? หรือ ใครกันแน่ที่เป็นคนพาหนี? งวดเข้ามาทุกที หลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นำทีมเข้าค้นบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 และคอนโดแห่งหนึ่ง ภายในซอยลาดพร้าว 94 เพื่อหาวัตถุพยาน สำหรับนำไปเปรียบเทียบกับ ดีเอ็นเอ ของหญิงปริศนาที่ปรากฏในรถยนต์

ที่ว่ากันว่า...เป็นพาหนะสำคัญ ที่พา นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย หลบหนีออกนอกประเทศ!

วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอเชิญแหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญ สืบจากศพ มาย่อยสลายรายละเอียดต่างๆ ให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ตามรอยกันว่า มันจะมีโอกาสมากน้อยสักแค่ไหนกัน ที่ดีเอ็นเอบนรถยนต์ต้องสงสัย จะเป็นดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยิ่งลักษณ์ Where are you?

การตรวจหาสารพันธุกรรม หรือ DNA บนรถยนต์ ชัวร์แค่ไหน จุดไหนถึงจะมีความถูกต้องมากที่สุด

ขออธิบายแบบนี้ก่อนว่า ...ธรรมชาติของสารพันธุกรรมที่ปรากฏตามสถานที่ต่างๆ ก็คือ วัตถุพยานชนิดหนึ่ง ที่เป็นการยืนยันว่ามีบุคคลดังกล่าว เคยอยู่ เคยใช้ เคยสัมผัส กับสิ่งๆ นั้น

ส่วน สารพันธุกรรม ที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิว หรือวัสดุต่างๆ จะคงอยู่ได้ภายในระยะเวลาที่มากน้อยแค่ไหนนั้น มันขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อม เช่น หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อุณหภูมิไม่ชื้นมาก มีความเย็นที่ดี มันอาจสามารถคงอยู่ได้เป็นแรมปี

แม้นว่า... บุคคลนั้นอาจจะเคยแตะต้อง หรือใช้สิ่งของนั้นๆ มาก่อนหน้านี้มาเป็นเวลานานก็ตาม

แต่ในทางกลับกัน หากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม การคงอยู่ของดีเอ็นเอจะเสื่อมสภาพเร็ว อาจจะภายใน 2-3 วัน หรือ 1 เดือน ซึ่งเป็นไปได้ทั้งหมด

สำหรับกรณี รถยนต์ หากไม่ผ่านการซักล้าง ปัดเช็ดฝุ่น โดยปกติทั่วไปน่าจะสามารถ คงอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์

จุดใดบนรถยนต์ที่เหมาะสมและมีความแม่นยำ สำหรับการตรวจหาดีเอ็นเอมากที่สุด

ง่ายๆ เลยก็คือ จุดที่ร่างกายของเป้าหมายไปสัมผัสกับมันโดยตรง เช่น ที่เปิดประตูรถด้านนอก คันเกียร์ พวงมาลัย คอนโซลรถ ที่วางแก้วด้านข้าง เหล่านี้เป็นจุดที่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะหาดีเอ็นเอบุคคลเป้าหมายพบ

แล้ว...จากเบาะนั่งรถยนต์ล่ะ โอกาสสูงมากน้อยขนาดไหน?

อธิบายแบบนี้ดีกว่า.... หากมันเป็นจุดที่ร่างกายไม่ได้สัมผัสโดยตรง เช่น วัตถุที่มีผ้ารอง หรือเสื้อผ้าของบุคคลเป้าหมายสัมผัส มันก็จะยิ่งยาก หรือหากตรวจได้ ความน่าเชื่อถือมันก็จะยิ่งลดน้อยลง

และที่สำคัญ ต้องไม่ลืมว่าวัตถุบางชนิด เช่นในกรณี เบาะนั่งรถยนต์นั้น มันเป็นเรื่องปกติเหลือเกินที่จะมีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอื่นๆ มาสัมผัส จับต้อง มันอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นโอกาสที่จะพบการปนเปื้อนบนวัตถุพยานของบุคคลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ย่อมมีสูงมากตามไปด้วย

อีกประการคือ เมื่อมีการปนเปื้อน แปลว่าผลตรวจที่ได้จะพบว่ามีหลายบุคคล คำถามสำคัญต่อมาก็คือ คุณจะมีวิธีการสกัดแยกอย่างไร เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ โดยเฉพาะหากเป็นการปนเปื้อนหลายๆ คนรวมกัน นี่จะยิ่งยากเข้าไปอีก และที่สำคัญคือ ความน่าเชื่อถือจะเหลือมากน้อยแค่ไหน?

เว้นเสียแต่ว่า...เบาะที่นั่งนั้น บังเอิญมีสารคัดหลั่งต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย คราบเหงื่อ คราบไคล คราบเลือด รังแค หรือฟลุ๊กไปเจอสิ่งของส่วนตัวตกในรถ เช่น ต่างหู หรืออะไรที่เคยสัมผัสกับร่างกายบุคคลเป้าหมาย แบบนี้ถึงจะมีโอกาส

แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า....การปรากฏดีเอ็นเอบนวัตถุต่างๆ ไม่ได้แปลว่าเขาเพิ่งสัมผัส หรือสัมผัสมาแล้วนานเท่าใดได้นะ แต่มันแปลว่าบุคคลนั้นเคยสัมผัส หรือ เกี่ยวข้องกับมัน ณ ห้วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น!

พูดง่ายๆ คือ บ่งบอกระยะเวลาไม่ได้!

การตรวจหาดีเอ็นเอ บอกได้อย่างไรว่าเป็นของ หญิง หรือ ชาย

ใช้วิธีการตรวจหานิวเคลียสดีเอ็นเอ เพราะวิธีการนี้ทำให้สามารถปรากฏตำแหน่ง โครโมโซม X หรือ Y ซึ่งเป็นตัวระบุเพศได้

วิธีการเปรียบเทียบดีเอ็นเอแบบใด ที่จะให้ผลที่ถูกต้องที่สุด

วิธีที่ 1 สารคัดหลั่งจากบุคคลเป้าหมายโดยตรง 100 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับวัตถุพยานที่ปรากฏ

วิธีที่ 2 สารคัดหลั่งจาก พี่น้อง หรือเครือญาติ ของบุคคลเป้าหมาย เทียบกับวัตถุพยานที่ปรากฏ

วิธีที่ 3 จากวัสดุที่เชื่อได้ว่า บุคคลเป้าหมายเคยใช้มาก่อน เทียบกับวัตถุพยานที่ปรากฏ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน