วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัวร์ศูนย์เหรียญถึงเวลาสูญพันธุ์

แก้ที่ต้นตอ ถึงจุดจบแน่

ประเทศที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก 10 อันดับแรก ในปี 2016-2017 พบว่าไทยทำรายได้ถึง 1.65 ล้านล้านบาท

เป็นสถิติที่องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติจัดทำเอาไว้

สหรัฐอเมริกา 205.9 ล้านยูเอส สเปน 60.3 ล้านยูเอส ไทย 49.9 ล้านยูเอส จีน 44.4 ล้านยูเอส ฝรั่งเศส 42.5 ล้านยูเอส อิตาลี 40.2 ล้านยูเอส อังกฤษ 39.6 ล้านยูเอส เยอรมนี 37.4 ล้านยูเอส ฮ่องกง 32.9 ล้านยูเอส ออสเตรเลีย 32.4 ล้านยูเอส

จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาถึง 16.9% เป็นรองประเทศใหญ่แค่ 2 ประเทศเท่านั้น

คงเป็นตัวเลขที่เป็นทางการที่รัฐบาลได้รับแม้จะเป็นจำนวนมากก็จริง แต่หากตรวจสอบลึกลงไปน่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะมีบางส่วนได้ตกหล่นหายไปกลางทาง

หายไปไหนล่ะครับ...นั่นแหละคือคำถาม

คำตอบก็คือ จากการหลบเลี่ยงภาษีจากบริษัท ร้านค้าที่ทำธุรกิจทัวร์เป็นหลักและเน้นไปที่ขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญที่โด่งดังเอามากๆ

นอกจากเลี่ยงภาษีแล้ว ยังไม่จ่ายแวตตรงกับความจริงแอบซ่อนเร้นเอาไว้ ขายสินค้าแบบเอาเปรียบนักท่องเที่ยวด้วยราคาแพงๆ ด้วยการต้อนเข้าคอกทำนองนั้น

แยบยลด้วยวิธีการจ่าย “ค่าน้ำ” อันเป็นวิธีการแบ่งปันประโยชน์ในหมู่พวกที่ทำธุรกิจทัวร์ในรูปแบบต่างๆ

ไม่ต่างกับ “มาเฟีย” หรอกครับ...

อีกทั้งเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น แม้กระทั่งระดับนโยบายก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

ดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เกาะติดเรื่องนี้มาตลอด มี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ปัจจุบันรักษาการรอง ผบช.ท. ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ทำหน้าที่ปราบปรามอย่างถึงต้นตอทุกครั้ง

นอกจากจะได้ผลแล้วยังทำให้รัฐบาลจีนพึงพอใจ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่นักท่องเที่ยวของเขาถูกต้มตุ๋นหลอกลวงมาตลอด ล่าสุดได้สั่งปิดบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญในประเทศเขาเกือบหมดแล้ว

การแก้ไขปัญหานี้ที่ผ่านมามีการจับกุมหลายครั้ง หลายบริษัท แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างจริงจัง เพราะเข้าไม่ถึงเหตุของปัญหา จนกระทั่งมีการจับกุมบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง เจ้าของบริษัทเป็นคดีขึ้นมา

แต่ปรากฏว่าไม่รู้ว่าทำสำนวนกันอย่างไร ศาลสั่งยกฟ้องและไม่ได้เกี่ยวกับคนจับ เพราะไม่มีอำนาจในการสอบสวนเป็นเรื่องของท้องที่ดำเนินการ

เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องก็เป็นเรื่องขึ้นมาทันที เพราะนายกฯสั่งให้ตรวจสอบดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็เลยเต้นกันไปทั้งระบบจนต้องเร่งดำเนินการเพื่อยื่นอุทธรณ์ในชั้นอาญา

พูดกันว่าทำสำนวนอ่อน สั่งตัดพยานไปเป็นร้อยๆปาก

อีกทางหนึ่งในเรื่องภาษีปรากฏว่าตรวจสอบกันแล้วพบว่ามีการเลี่ยงภาษีในวงเงินสูงถึง 7,000-10,000 ล้านบาท

ครับ...แบบนี้ก็เรียบร้อยและมีการเรียกสอบภาษีบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญอีก 10 กว่าบริษัท ปรากฏพบว่าหลบเลี่ยงภาษีกันหมื่นๆล้าน

จนหลายบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญต้องแก้ลำด้วยการประกาศยอมจ่ายภาษีแวตให้ถูกต้องทั้งระบบ ดังนั้น ทุกอย่างจึงต้องเปลี่ยนไป โดยปริยาย น่าจะเป็นทัวร์สูญพันธุ์ เพราะทำอย่างที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว

เป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกทาง และต้องชมนายกฯว่าเอาการเอางานจนแก้ไขปัญหาได้ให้ดีกว่านี้ จัดการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้า

ไปเกี่ยวข้องทั้งกระบวนการยุติธรรม สรรพากรให้อยู่หมัด

ที่แน่นอนก็คือ รายได้จากภาษีท่องเที่ยวจะเพิ่มอีกมหาศาล.


“สายล่อฟ้า”