วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองแกะรอยคดีแพะ

โดย สหบาท

กระบวนการยุติธรรมของไทย ยังมีแพะรับบาปโผล่มาให้เห็นอยู่เนืองๆ!

รายล่าสุดที่ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ความช่วยเหลือคือ นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ที่ถูก ตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมข้อหาวิ่งราวทรัพย์และ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว หลังฉกเครื่องเพชรมูลค่าถึง 15.8 ล้านบาท

หลังตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมฟ้องศาลอาญาธนบุรี ญาติ เชื่อว่าผู้ต้องหาบริสุทธิ์จึงเข้าร้องเรียนกระทรวงยุติธรรม ส่งดีเอสไอ เข้ามาตรวจสอบพบว่าพยานหลักฐานโจทก์น่าสงสัย?!?

คดีนี้อ่านคำพิพากษาศาลอาญาธนบุรียิ่งเข้าใจ โจทก์ฟ้องว่า นายพิสิษฐ์จำเลยวิ่งราวเครื่องเพชรราคา 15.8 ล้านบาท จากผู้เสียหายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางแวก เมื่อปี 2559 ตำรวจตามไปควบคุมตัวได้ที่ จ.นครพนม

ผู้เสียหายเจ้าของเพชรชี้ตัวยืนยัน ขอให้ลงโทษและใช้ราคา ทรัพย์ที่เสียหาย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่าคดีนี้พยาน 2 ราย เคยพบเห็นคนร้ายถึง 2 ครั้ง ยืนยันว่าคนร้ายรูปร่างท้วม ผิวดำแดง สูงประมาณ 158 ซม. ริมฝีปากล่างเผยอ

เมื่อทนายนำภาพถ่ายจำเลยไปให้พยานชี้ตัว ยืนยันว่าไม่ใช่คนร้ายที่ก่อเหตุ

ขณะที่ผู้เสียหายซื้อขายเพชรกับคนร้ายที่บ้าน กลับให้การสับสนเกี่ยวกับรูปพรรณคนร้าย ประกอบกับพนักงานสอบสวนไม่ตรวจดีเอ็นเอ โต๊ะที่คนร้ายนั่งคุยกับผู้เสียหาย เพื่อยืนยันว่าคนร้ายคือจำเลยหรือไม่

รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้เสียหายอ้างว่าคนร้ายใช้ติดต่อซื้อเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการจดทะเบียนซิมพบว่าเป็นชื่อนายพิสิษฐ์ แต่ไม่หาหลักฐานยืนยันว่าการจดทะเบียนซิมนายพิสิษฐ์นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงกับค่ายโทรศัพท์ด้วยตนเองหรือไม่?

ประกอบกับจำเลยมีพยานยืนยันฐานที่อยู่ในจังหวัดนครพนมมาเบิกความ พิพากษายกฟ้อง!?!

สรุปพยานหลักฐานที่ตำรวจมีถูกโต้แย้งทุกข้อ แถมยังมีประเด็นผู้ต้องหาถูกซ้อมให้รับสารภาพด้วย!

ถ้าจะให้ยุติธรรมกับทั้งโจทก์ จำเลย ตำรวจ และอัยการที่ทำคดี ที่กลายเป็นเสียหายกันทุกฝ่าย ตำรวจควรรื้อคดีนี้มาตรวจสอบใหม่ทั้งหมด

เริ่มจากการหาพยานหลักฐานของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุกคน ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย ดูว่าหลักฐานการวิ่งราวเพชรกว่า 15 ล้านบาท คดีนี้ มันจะพาไปทางไหน?

ผลที่ออกมาอาจทำให้ “เซอร์ไพรส์” ก็เป็นได้...


สหบาท