วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชวนคนไทย..ดูแลใจ "วันหัวใจโลก"

29 กันยายนของทุกปี เป็น “วันหัวใจโลก” กำหนดโดยสมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation) เพื่อรณรงค์กระตุ้นเตือนให้ประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของประชากรโลกมากกว่าผู้ที่เป็นมะเร็ง เอดส์ และมาลาเรีย โดยในแต่ละปีจะมีคนที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 17.1 ล้านคน

สำหรับประเทศไทย อุบัติการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้นมากกว่า 54,530 คน เฉลี่ยวันละ 150 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน

นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.รพ.ราชวิถี กล่าวระหว่างเปิดกิจกรรมรณรงค์ “รพ.ราชวิถี ปันหัวใจ...ให้ชีวิตผู้ป่วย โรคหัวใจ” เนื่องในวันหัวใจโลก 2017 ว่า โรคหัวใจถือเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถคร่าชีวิตผู้ป่วยได้ทุกเมื่อ และเป็นปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่มีโอกาสเกิดได้กับทุกคน

คุณหมอมานัส บอกด้วยว่า ในแต่ละปี นอกจากโรงพยาบาลราชวิถีจะต้องรองรับผู้ป่วยโรคต่างๆในส่วนของผู้ป่วยนอกมากกว่า 1 ล้านคน และผู้ป่วยในมากกว่า 40,000 คนแล้ว ในส่วนของผู้ป่วยโรคหัวใจก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่โรงพยาบาลต้องให้การดูแลผู้ป่วยมากกว่า 23,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 90 คน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ 1.ความผิดปกติด้านโครงสร้างหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด ภาวะลิ้นหัวใจรั่ว 2.ความผิดปกติของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น โรคในกลุ่มหัวใจขาดเลือด หรือโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งพบได้บ่อยในคนไทย เกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม สูบบุหรี่ และขาดการออกกำลังกาย สามารถป้องกันได้ 3.ความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ทำให้เกิดหัวใจเต้นเร็วไป ช้าไป หรือเต้นไม่ตรงจังหวะ

“โรงพยาบาลราชวิถีเรามีสถาบันโรคหัวใจที่มีมาตรฐานการรักษาและป้องกันโรคหัวใจโดยเฉพาะสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วประเทศ โดยดูแลตั้งแต่โรคหัวใจแบบธรรมดาไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจและเปลี่ยนหัวใจ” ผอ.รพ.ราชวิถีบอกและว่าในส่วนของ รพ.ราชวิถีมีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาแล้ว 67 ราย ไม่รวมการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ หัวใจอื่นๆหลอดเลือด และปอด เฉลี่ยปีละ 600-700 ราย โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์แพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจครบวงจร มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

คุณหมอมานัส บอกว่า สถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี เป็นสถาบันแห่งแรกที่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและปอดพร้อมกันที่เรียกว่า Domino Heart Transplantation ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและทวีปเอเชีย ที่สำคัญคือ เราเป็นสถาบันที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสเป็นจำนวนมากจากการส่งต่อมาจากโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ และเป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจที่เก่าแก่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ด้าน นพ.ศุภกร ศรีหัตถผดุงกิจ ศัลยแพทย์โรคหัวใจ รพ.ราชวิถี ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี มีศักยภาพในการให้การรักษาครบวงจรทั้ง 3 ส่วนหลักคือ การรักษาด้วยยา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการรักษาด้วยหัตถการเฉพาะ เช่น การทำบอลลูน และใส่ขดลวด เพื่อค้ำยันผนังเลือดหัวใจ หรือส่งผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจขาดเลือด,การผ่าตัดใส่อุปกรณ์ผ่านหลอดเลือดเข้าไปปิดรูรั่วในกรณีของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด ผนังกั้นห้องหัวใจรั่ว หรือภาวะหลอดเลือดเชื่อมต่อกันผิดปกติชนิด PDA การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าในภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดช้า การใส่เครื่องช็อตไฟฟ้าหัวใจ เมื่อเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเร็ว และใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจชนิดพิเศษ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีในการรักษาที่ทันสมัยแค่ไหนก็ตาม แต่การป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่ง นพ.ธนรัตน์ ชุนงาม อายุรแพทย์โรคหัวใจ รพ.ราชวิถี แนะนำว่า โรคหัวใจเป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ เพียงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ เช่น ดูแลสุขภาพจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ ลดความเครียดกับการงาน หรือการเรียนจนมากเกินไป รู้จักควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ เพราะความเครียดและความโกรธ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังทำให้สุขภาพจิตแจ่มใสอีกด้วย

คุณหมอธนรัตน์ บอกด้วยว่า เมื่ออายุมากขึ้น ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของตัวเอง โดยเฉพาะอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ภาวะการเจ็บหน้าอก ใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือหายใจติดขัด ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคหัวใจแทบทั้งสิ้น อีกอย่างที่ต้องควบคุมและระวังก็คือการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ งดอาหารที่มีไขมันสูง กินผักผลไม้ให้มากขึ้น งดการสูบบุหรี่และดื่มสุรา ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจลงได้มาก

สมพงษ์ ขาวบุบผา ผู้ป่วยลิ้นหัวใจตีบรุนแรง วัย 75 ปี ซึ่งได้รับการรักษาจากสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี บอกว่า เคยทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่ง ต่อมาทำไม่ไหวเพราะฝุ่นเยอะเกินไป จึงออกมาขายของอยู่ที่บ้าน ไม่นานก็รู้สึกว่าเหนื่อยหอบ จึงไปซื้อยาลูกกลอนมากิน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น เหนื่อยง่ายมาก เดินก็ไม่ค่อยไหว เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาล จึงพบว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจตีบ ตอนนั้นหมอบอกว่ายังรักษาด้วยการผ่าตัดไม่ได้ เพราะว่าร่างกายอ่อนแอมาก ถ้าผ่ามีโอกาส 50/50 ก็เลยกินยารักษาอาการเรื่อยมา จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทางโรงพยาบาลโทร.มาแจ้งว่ามีการรักษาแบบใหม่ โดยการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านทางหลอดเลือด ซึ่งไม่ต้องผ่าตัดช่องอก รู้สึกดีใจมาก ตอนนี้ผ่าตัดแล้วเหมือนได้ต่อชีวิตให้กลับมาเจอลูกอีกครั้ง

“หัวใจ” เป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องทำงานหนักต่อเนื่องตลอดเวลา โดยเฉพาะการสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนไปยังอวัยวะอื่น ๆในร่างกายอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง เราจึงควรที่จะดูแลหัวใจให้มากขึ้น

อย่ารอให้ป่วยแล้วจึงค่อยมารักษา...!!