วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ บินสตูล มอบเน็ตประชารัฐ กดปุ่มเปิดสถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา

นายกฯ บินลงพื้นที่ จ.สตูล ตีปี๊บไทยแลนด์ 4.0 กดปุ่มเปิดสถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา มอบเน็ตประชารัฐ

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.60 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  และ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 56 ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา และเดินทางต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังที่ว่าการอำเภอละงู อ.ละงู จ.สตูล เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการ  จ.สตูล จากนั้นได้เดินทางโดยรถยนต์ไปยังอาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาลัยเขตสตูล ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการทำพิธีส่งมอบเน็ตประชารัฐ จ.สตูล และ Web Conference ไปยัง 5 ภูมิภาค ใน 5 จังหวัด ณ จุดติดตั้งของแต่ละหมู่บ้านใน จ.ราชบุรี พะเยา หนองคาย สระแก้ว และกระบี่ และส่งมอบ Wi Fi ให้แก่ผู้แทนประชาชนในพื้นที่ จากนั้นนายกฯ มีกำหนดการพบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับ และทำการมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้แทนผู้ประสบภัยน้ำท่วม และมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านราไว อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล พร้อมเยี่ยมชมร้านค้าชุมชนที่ใช้เน็ตประชารัฐ และการนำเสนอศักยภาพโดยรวมของ จ.สตูล

จากนั้นจะออกเดินทางไปยังสถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล เพื่อเป็นประธานเปิดใช้บริการสถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา และเยี่ยมชมสถานี ก่อนออกเดินทางกลับไปยังที่ว่าการอำเภอละงู หลังจากเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์กลับไปยังกองบิน 56 จ.สงขลา ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวันเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา จ.สตูล เป็นโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำ Asia-Africa-Europe 1 (AAE-1) รวมระยะทาง 25,000 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป เสมือนเป็น land bridge ทางด้านโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ที่ช่วยลดระยะทางการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างเอเชียและยุโรป โดยระบบ AAE-1 เป็นระบบเคเบิลใต้น้ำที่มีระยะเวลาในการส่งข้อมูลระหว่างเอเชียตะวันออกและยุโรปต่ำสุด และยังเป็นระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นแรกที่ทำให้ประเทศไทยมีวงจรเชื่อมต่อโดยตรงไปยังประเทศที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Hub) ที่สำคัญของโลกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป รวม 17 ประเทศ ซึ่งจะสามารถช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและจะส่งผลให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.