วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"หอมละมุน" ความสุขที่คุณดื่มได้

หากพูดถึงภูมิอากาศเมืองไทย คนส่วนใหญ่คงจะพูดเหมือนๆกันว่า อากาศร้อน ร้อนๆ ร้อน มากๆ ซึ่งเราคงปฏิเสธที่จะเจออากาศแสนอบอ้าวไปไม่ได้

ซึ่งการหาวิธีดับร้อนน่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าและที่แสนง่ายไปกว่านั้นคือการหาเครื่องดื่มเย็นๆ มาดื่มเพิ่มความสดชื่น เสริมความฟิน ก็เป็นอะไรที่คลายร้อนได้อีกทาง แถมมีความสุขอีกด้วย หากเครื่องดื่มนั้นรสชาติดีเว่อร์...

เกริ่นนำชวนดื่มดับร้อนมาขนาดนี้ Business On My Way ก็ขอพาไปรู้จักแบรนด์เครื่องดื่มชา-กาแฟปรุงสำเร็จน้องใหม่ “หอมละมุน” (HOMLAMOON) ภายใต้บริษัท หอมละมุน 19 จำกัด ที่เกิดจากการสรรค์สร้างของ 2 เพื่อนซี้ “คุณป๋วย” (ปวีณ วาสนาอาชาสกุล) และ “คุณเอ๋” (ดารารัตน์ ขันติกิจ) ซึ่งทั้งคู่ช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาต่างๆมามากมาย แต่ก็ไม่ย่อท้อจนวันนี้สามารถนำผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า

คุณป๋วยเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเครื่องดื่มหอมละมุนมาจากตนเองชอบชงชาดื่มเองเป็นประจำ ซึ่งก็ยังชงไปให้เพื่อน คนใกล้ชิดได้ดื่มด้วย และก็มีหลายคนบอกว่ารสชาติดี ไม่ลองทำขายดู บวกกับเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ต้องออกจากงานไปดูแลคุณแม่ และยังต้องไปช่วยน้องสาวทำร้านอาหารไทยที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ทำให้ได้เห็นเมนูเครื่องดื่มชาไทยเป็นที่นิยมของคนต่างชาติที่มาทานที่ร้าน ถึงราคาแก้วละ 5 เหรียญก็ยังขายดีมาก

โดยสิ่งเหล่านี้จึงเป็นไอเดียให้คิดว่า ทำไมเราไม่ทำชาปรุงสำเร็จในรูปแบบบรรจุขวดขาย ซึ่งก็ได้ปรึกษากับคุณเอ๋ ซึ่งก็ตกลงที่จะลองลุยทำกันดู ซึ่งในช่วงแรกก็ใช้วิธีการผลิตแบบง่ายๆ คือชงกันที่บ้าน แล้วหาซื้อขวดมาบรรจุออกจำหน่าย ติดโลโก้หอมละมุน ซึ่งก็จะอยู่ในกลุ่มลูกค้าวงแคบๆ กลุ่มเพื่อน คนรู้จัก

คุณป๋วยเล่าว่า วันหนึ่งได้มีโอกาสรับออเดอร์จากลูกค้าต่างจังหวัดทั้งภูเก็ตและยะลา สั่งซื้อ 20 ขวด ให้แพ็กกล่องโฟมส่งให้ ซึ่งค่าน้ำชา 600 บาท ส่วนค่าส่ง 400 บาท ซึ่งก็ทำให้มองเห็นว่าตลาดในต่างจังหวัดเขาก็อยากที่จะหาทาน อีกทั้งเห็นราคาค่าขนส่งผลิตภัณฑ์ก็สงสารลูกค้า

จากจุดนี้เอง พวกเราก็มานั่งคิดว่าจะมีทางไหนให้ลูกค้าเข้าถึงและหาซื้อผลิตภัณฑ์เราได้ง่ายขึ้น จึงมานั่งปรึกษากัน ก็มีความคิดว่าอยากจะยกระดับชาหอมละมุนไปวางจำหน่ายในห้างหรือซุปเปอร์มาร์เกต

“ซึ่งหากจะเป็นเช่นนั้นได้ก็ต้องพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์หอมละมุน ให้มีมาตรฐานวางจำหน่ายในห้างได้ แน่นอนต้องเริ่มที่การไปเสนอผลิตภัณฑ์ให้ได้ อย.จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สังกัดกระทรวง สาธารณสุขให้ถูกต้องก่อน อีกทั้งมองว่า การที่มี อย. ถือเป็นการเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต เพราะมีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานปลอดภัย ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้”

คุณป๋วยเล่าต่อว่า จากนั้นก็เริ่มหาพื้นที่เพื่อทำโรงงานผลิต ก็ได้ทาวน์โฮมที่จังหวัดนนทบุรี ทำโรงงานเอสเอ็มอีขนาดเล็ก แล้วก็ทำเอกสารข้อมูลเพื่อนำไปยื่นทำเรื่องที่ อย.จังหวัดนนทบุรี ซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควรกว่าเรื่องจะผ่าน เนื่องจาก อย.จะต้องได้ข้อมูลที่ละเอียดครบถ้วน โรงงานผลิตต้องได้มาตรฐาน วัตถุดิบมีคุณภาพ เพื่อมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกจำหน่ายมีคุณภาพและปลอดภัยควรแก่การได้ อย.

และเมื่อถามถึงด้านผลิตภัณฑ์ คุณเอ๋เล่าว่า มีรสชาติให้เลือก 4 รสชาติ คือ ชานม, ชาเขียวลาเต้, ชาดำ และกาแฟกลิ่นเฮเซลนัท โดยรสชาติที่ลูกค้านิยมและ ขายดีจะเป็นชานม รองมาเป็นชาเขียวลาเต้ ซึ่งจุดเด่นของหอมละมุนคือ เราจะเน้นรสชาติที่หวานน้อย ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่เจือสี

ด้านการเก็บรักษาสามารถเก็บได้ 1 เดือน ในอุณหภูมิ 2-4 องศา โดยผลิตภัณฑ์หอมละมุนใช้กรรมวิธีบรรจุขวดแบบพาสเจอไรซ์ ขนาด 300 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 45 บาท นอกจากลูกค้าจะดื่มแบบเย็นได้แล้ว ยังสามารถดื่มแบบร้อนได้ด้วย เทใส่ภาชนะแล้วนำเข้าไมโครเวฟ ซึ่งจะมีคำแนะนำที่ฉลากข้างขวด

นอกจากการใส่ใจในเรื่องรสชาติแล้ว การออกแบบบรรจุภัณฑ์และฉลากโลโก้ข้างขวด ก็เป็นอีกสิ่งที่เราให้ความสำคัญเพราะเชื่อว่าหากมีดีไซน์ที่ดูดี ก็มีโอกาสดึงดูดลูกค้าให้ซื้อไปลิ้มลองรสชาติได้ เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะตัดสินใจซื้อแค่จากการเห็นรูปลักษณ์ภายนอก

สำหรับการวางจำหน่ายปัจจุบันหาซื้อได้ที่ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ และในเร็วๆนี้วางจำหน่ายเพิ่มที่เดอะมอลล์ ท่าพระ, บางแค, งามวงศ์วาน และบางกะปิ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน

ท้ายสุด 2 เพื่อนซี้ กล่าวทิ้งท้ายให้กำลังใจใครที่คิดอยากทำธุรกิจว่า อยากให้ยึด 3 คำง่ายๆ “อดทน ขยัน ซื่อสัตย์” ซึ่งหากทำได้ก็มีโอกาสนำธุรกิจสู่ความสำเร็จได้ ซึ่งเราทั้งคู่ก็ไม่มีพื้นฐานด้านการค้าขายมาก่อนเลย แต่เราใช้ความตั้งใจ ใส่ใจ มุ่งมั่น จนเกิดเป็นแบรนด์ “หอมละมุน” ในวันนี้.