วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นุ่น ศิรพันธ์ ตื่นเต้นโกอินเตอร์ร่วมงานหนังฮ่องกง

มาร่วมงาน "ลีวายส์ ฉลองครบรอบ 50 ปี ลีวายส์ ทรักเกอร์แจ็คเก็ต" ณ YELO House ซ.เกษมสันต์ 1 พอได้เจอนักแสดงสาวผิวเข้มมากฝีมือ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เลยถามถึงการโกอินเตอร์ร่วมงานภาพยนตร์ฮ่องกง "Paradox เดือด ซัด ดิบ" ซึ่งมีพระเอกดังจากฮ่องกง กู่เทียนเล่อ" และพระเอกนักบู๊ของไทย จา พนม ยีรัมย์ แสดงนำ และภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นฝีมือการกำกับของ วิลสัน ยิป ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฮ่องกงที่ฝากฝีมือการกำกับภาพยนตร์ดังอย่าง "Ip Man" ด้วย

เห็นว่าไปเล่นภาพยนตร์ฮ่องกง?
"อ๋อ ใช่ค่ะ มีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไปแตะๆ หนังต่างประเทศค่ะ ก็เดี๋ยวจะเข้าสัปดาห์หน้าค่ะ คือนุ่นก็ไปแคสหนังนะคะ เป็นไม่กี่ครั้งที่มีโอกาสได้ไปแคสภาพยนตร์ต่างประเทศ อย่างที่ได้เล่นก็เพราะด้วยวัยของเราที่เหมาะสม แต่งงานมีครอบครัวค่ะ อาจจะอายุเราเหมาะด้วยแหละ

อันนี้ตั้งใจไปแคสเองเลยไหม?
"ก็ตั้งใจค่ะ ส่วนผู้กำกับเป็นคนที่ทำเรื่องยิปมันมาเนอะ คนที่ตื่นเต้นไม่ใช่นุ่นนะ คือนุ่นก็ตื่นเต้นนะ แต่คนที่ตื่นเต้นกว่าคือพี่ท็อป พี่ท็อปบอกว่าไปขอลายเซ็นเขามาได้ไหม (หัวเราะ)"

เห็นว่าได้ร่วมงานกับกู่เทียนเล่อด้วยใช่ไหม?
"เอ่อ ในภาพยนตร์มีคุณกู่เทียนเล่อมาเล่นด้วย แต่เราไม่มีโอกาสได้ร่วมซีนกับเขาค่ะ"

แล้วเราไปรู้จักกับผู้กำกับหนังได้ยังไง?
"จริงๆ นุ่นเข้าระบบแคสนักแสดงปกติเลยค่ะ เขาคงเปิดดูลิสต์จากเอเจนท์แล้วดูว่าใครน่าจะเหมาะสม ด้วยอายุมากกว่า ถ้าพูดถึงความเป็นไทยคงมีไม่กี่คนหรอกที่อายุเท่านี้แล้วหน้าไทยๆ สีผิวแบบนี้ค่ะ"

ตอนไปเล่นเป็นไงบ้าง?
"จริงๆ นุ่นมีน้อยมากเลยนะ แต่ว่ามันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีเพราะว่าระบบการทำงานของเขา อาหารการกินดี ดูนึกถึงเรื่องกินเนอะ (หัวเราะ) แต่ผู้กำกับเขาทำงานเป๊ะมากค่ะ อย่างนุ่นต้องหัดพูดภาษาจีน เราก็ไม่เคยพูด แล้วต้องซ้อมนานมากอะ แต่ความมืออาชีพของเขาคือเขาจะมีเวลาบอกด้วยว่าแต่ละซีนเขาต้องการกี่นาทีเพื่อจะไปใช้ในฉาก ปรากฏว่านุ่นพูดนานมาก เพราะไหนจะภาษาไม่คุ้น สำเนียงอีก แล้วก็พูดช้า เขาก็ต้องมากระชับให้พูดเร็วขึ้นๆ พอสุดท้ายปุ๊บก็พูดภาษาไทยเลย รู้สึกว่าเขาทำงานเป็นระบบ ถ้าเขามีเวลาเป็นข้อจำกัด อย่างอื่นเขาจะแก้ปัญหาให้มันสอดคล้องกับสิ่งที่เขาคิดไว้ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์การทำงานที่ดี ทุกคนเป๊ะมากจริงๆ"

เครียดไหมตอนนั้น?
"ไม่ เราก็สนุกสนานกับการอยู่ในกอง ถึงจะอยู่ในประเทศไทย แต่ว่าทีมงาน 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นคนฮ่องกงค่ะ เราก็เอ๊ะ จะพูดอะไรกับเขาดีนะ มันจะมีความตลกนิดนึง ตอนเช้าปกติเราออกกอง คนไทยก็จะกินข้าวราดแกง แต่พอเป็นทีมงานต่างชาติ เราเห็นต่างชาติเขากินอาหารไทยก็เออๆ น่ารักดี"

เข้าคอร์สเรียนภาษาไหมก่อนเราจะเล่น?
"ความเป็นมืออาชีพของเขาคือเขาจะอัดเสียงสำเนียงที่เป๊ะๆ มาให้เราฟัง แล้วจะมีน้องที่เป็นล่ามประกบ คอยบอกว่าสำเนียงอันนี้ไม่ใช่ อันไหนที่พอพูดได้แล้วมันอยู่ในเวลา เขาก็จะมีคนประกบพูดตลอด"

แต่ก็ซ้อมหนักเหมือนกัน?
"ก็นิดนึง อยากให้ดูกันนะคะ เพราะนุ่นว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้จุดเด่นคือพี่จา พนม ซึ่งแฟนๆ คงคิดถึงพี่จา และเรื่องนี้พี่จามาเต็มมากเลยค่ะ"

ทำไมเราถึงรับเล่น?
"เอ่อ อาจเป็นเพราะว่าตอนเขาเรียกไปเพราะเหมือนมีพอร์ทของเราอยู่แล้ว แต่ตัดสินใจเพราะนุ่นว่าเป็นโอกาสที่ดีค่ะที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับทีมต่างชาติ บทมันก็ไม่ได้ยากมาก ไม่งั้นเราจะกดดันน่ะ ถามว่าตอนนั้นคู่แข่งเราเยอะไหม อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ"

เรียกว่าโกอินเตอร์ไหม?
"มันน้อยมากจริงๆ (หัวเราะ) แต่ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีอย่างนึงค่ะ"

จะมีโอกาสเล่นภาพยนตร์เรื่องอื่นต่อๆ ไปไหม?
"ยังไม่ได้คาดคิดขนาดนั้นค่ะ แค่รู้สึกว่ามีโอกาสได้ทำงานชิ้นนึง ไม่รู้จะบอกยังไง มีโอกาสได้นั่งกับผู้กำกับยิปมันอย่างนี้สำหรับเราคงไม่ใช่เรื่องที่จะไปเจอตามท้องถนน นุ่นว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ ถามว่าจะมีโอกาสไหมคงแล้วแต่ คือไหนๆ ก็ขายแล้วเนอะ ถ้าชอบหน้าไทยๆ มาทางนี้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะไปแคส (หัวเราะ)"

เราก็ไม่หวั่นเพราะเราก็เป็นนักแสดงชื่อดัง?
"คือนุ่นว่าแต่ละเรื่องเอาพื้นฐานเนอะ เขาไม่ได้เอาชื่อเสียงมาเป็นหลักอยู่แล้วค่ะ เขาดูว่าอย่างน้อยคาแรกเตอร์คุณเหมาะสมรึเปล่า นุ่นก็เคยไปแคสหนังแล้วไม่ได้ก็มี ซึ่งเราก็ยอมรับทั้งความสามารถและขีดจำกัดของเราค่ะ ถามว่าเฟลไหมไม่ มันเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำค่ะ ถ้าเกิดไม่ได้ก็แค่ยอมรับว่าเราไม่เหมาะกับเรื่องนี้ เราก็พัฒนาตัวเองให้มันดีขึ้นค่ะ"

ใกล้ถึงวันฉายแล้ว ท็อปยิ่งรู้สึกตื่นเต้นไหม?
"พี่ท็อปก็จะชอบถามว่าเป็นยังไงบ้าง แต่มันก็น้อยๆ อะเนอะ นางก็เลยเอาใจช่วยมากกว่า".