วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โค้งสุดท้ายไทยลีก

โดย iPoppz_5

ลีกสูงสุดของประเทศไทยอย่าง "ไทยลีก" หรือในชื่ออย่างเป็นทางการ "โตโยต้า ไทยลีก" ในเวอร์ชั่นปี 2017 ใกล้ที่จะรูดม่านปิดฉากลงเต็มทีแล้ว หลังเหลือการฟาดแข้งอีกเพียง 5 นัด ถ้าพูดได้เห็นภาพง่ายๆ ก็ราวอีกเพียง 100 เมตรสุดท้ายเท่านั้นก็จะได้บทสรุป...

เริ่มต้นกันที่การลุ้นแชมป์ โดยทีมนำในเวลานี้คือ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มี 71 คะแนน จากการลงสนาม 29 นัด ด้วยสถิติชนะ 22 เสมอ 5 แพ้ 2 ทำได้ 70 เสีย 18 ผลต่างประตูได้เสียบวก 52 ตามมาด้วยรองจ่าฝูงอย่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มี 65 คะแนน จากการลงสนาม 29 นัด พกสถิติชนะ 20 เสมอ 5 แพ้ 4 ทำได้ 74 เสีย 25 ผลต่างประตูได้เสียบวก 49

หากมองกันตามทฤษฎี ยอดทีมแห่งถิ่น เอสซีจี สเตเดียม ที่มีคะแนนไล่หลัง 6 คะแนน แต่ยังมีโปรแกรมให้ลงเล่นอีก 5 นัด โดยมี 15 คะแนน ให้สะสม แน่นอนว่าพวกเขายังไม่ยอมที่จะยกธงขาวยื่นแชมป์ให้กับคู่ปรับเป็นแน่ ซึ่งโปรแกรมที่เหลืออยู่นั้นพวกเขาต้องเจอกับ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี (เหย้า), การท่าเรือ เอฟซี (เยือน), อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด (เยือน), สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (เหย้า) และปิดท้ายด้วย บางกอกกล๊าส เอฟซี (เยือน) 

ข้ามฟากมาที่ผู้นำจากชายคา ไอโมบาย สเตเดียม สนามที่ได้มาตรฐานดีเยี่ยมที่สุดในไทย มีโปรแกรมในช่วงโค้งสุดท้ายพบกับ สุโขทัย เอฟซี (เหย้า), สุพรรณบุรี เอฟซี (เยือน), โปลิศ เทโร เอฟซี (เหย้า), แบงค็อก ยูไนเต็ด (เยือน) และในนัดสุดท้ายกับ ชลบุรี เอฟซี (เยือน)

เมื่อมาไล่ๆ ดูโปรแกรมของ บุรีรัมย์ฯ และ เมืองทองฯ โปรแกรมถือว่าหนักเอาการทั้งคู่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีการไล่บี้กันอย่างเข้มข้นกันเลยทีเดียวกับช่องว่าง 6 คะแนนระหว่างทีมนำและทีมตามที่จะว่าไปก็ไม่มากไม่น้อย ส่วนทีมอันดับที่ 3 อย่าง "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่มี 59 คะแนนต้องลุ้นให้ 2 ทีมข้างต้นแพ้เกือบหมด ส่วนอันดับที่ 4-5 อย่าง "กว่างโซ้งมหาภัย" สิงห์​ เชียงราย ยูไนเต็ด 52 คะแนน (แข่งน้อยกว่า 1 นัด) และ "เดอะ แรบบิท" บางกอกกล๊าส เอฟซี 52 คะแนน หมดสิทธิ์ทั้งในทางโลกและทางธรรมแม้จะชนะรวดและแช่งให้ทีมจ่าฝูงแพ้รวดก็ตาม

ล่องใต้มุดลงมาที่ท้ายตารางกันบ้าง "เดอะ พาวเวอร์" ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ จองศาลาร่วงลงสู่ลีกล่างเป็นทีมแรก จากผลงานบันลือโลก (ในทางลบ) ที่เก็บได้เพียงแค่ 1 คะแนนจากการลงสนาม 29 นัด ด้วยผลงาน ชนะ 0 เสมอ 1 และแพ้ถึง 28 นัด ทำได้ 21 เสีย 117 ผลต่างติดลบมโหฬารถึง 96 ประตู ทั้งยังเป็นการทำสถิติแพ้รวด 27 นัดติดต่อกัน!!!

นั่นเท่ากับว่าโควตาดังกล่าวถูกบีบแคบลงเหลือ 2 ที่นั่งสุดท้าย ว่าใครจะเป็นผู้ที่ชะตากรรมต้องลงไปสัมผัสกลิ่นฟลอร์หญ้าในไทยลีก 2 โดย ศรีสะเกษ เอฟซี ทีมอันดับที่ 16 มีอยู่ 23 คะแนน ลงเล่นไปแล้ว 29 นัด ชนะ 6 เสมอ 5 แพ้ 18 ได้ 35 เสีย 72 ผลต่างติดลบ 37 มีคะแนนตามหลังโซนปลอดภัย 7 คะแนน ทางด้านของทีมอันดับที่ 17 อย่าง ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี มีอยู่แค่ 20 คะแนนลงแข่งไปแล้ว 28 นัด ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 20 ทำได้ 31 เสีย 58 ผลต่างติดลบ 27

ขณะที่ทีมอันดับที่ 9 ไล่ลงมาถึง 15 ตั้งแต่ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด 38 คะแนน, สุพรรณบุรี เอฟซี 38 คะแนน, การท่าเรือ เอฟซี 37 คะแนน, โปลิศ เทโร เอฟซี 35 คะแนน (แข่งน้อยกว่า 1 นัด), ราชนาวี 34 คะแนน, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 31 คะแนน และ สุโขทัย เอฟซี 30 คะแนน ก็ยังเสียวๆ กันบ้างแต่แตกต่างกันที่อันดับตารางคะแนน

ตัดภาพย้อนกลับไปที่ ศรีสะเกษ เอฟซี พวกเขาต้องเจอกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด (เหย้า), ราชนาวี (เยือน), ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี (เหย้า), การท่าเรือ เอฟซี (เยือน) ปิดท้ายด้วย อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด (เยือน) ขณะที่ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ที่มีโปรแกรมเหลืออยู่ในมือ 6 นัด พบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (เหย้า), เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (เยือน), ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปรากร (เหย้า), ศรีสะเกษ เอฟซี (เยือน), ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (เหย้า) และ สุพรรณบุรี เอฟซี (เหย้า) ซึ่งโปรแกรมความหนักเบาก็ไม่เหลื่อมกันมากนัก

ไม่ว่าสุดท้ายแล้วบทสรุปจะเป็นอย่างไร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเข้าป้ายคว้าแชมป์หรือไม่อาจถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ปาดหน้าเข้าเส้นชัย หรืออีก 2 โควตาที่เหลือใครจะเป็นผู้ตกชั้นไปเล่นในลีกล่าง แต่ก็ถือว่า โตโยต้า ไทยลีก ฉบับ 2017 เป็นอีก 1 ซีซั่นที่มีสีสันและเรื่องราวมากมายเหลือเกิน