วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาพปัจจุบัน อดีตEODชายแดนใต้ 4ปีที่ทุกข์ทรมาน พ่อลาออกราชการดูแลลูก

สิบตำรวจตรีอดีตอีโอดี นราธิวาส อีกหนึ่งเหยื่อเหตุการณ์ความไม่สงบจชต. รถถูกวางตะปูเรือใบชนต้นไม้ เมื่อ 27 ก.ย.56 ปัจจุบันเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่ต่างกับเจ้าชายนิทรา พ่อลาออกจากราชการมาดูแลลูกนาน 4 ปี

วันที่ 28 ก.ย.60 ที่บ้านเลขที่ 219/2 ม.5 ต.เสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช บ้านของ ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ ขวัญขาว อายุ 33 ปี  อดีตเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี กก.สส.ภ.นราธิวาส ซึ่งนอนป่วยติดเตียงมาเวลาถึง 4 ปี โดยมีพันจ่าเอกถาวร ขวัญขาวและนางราตรี ขวัญขาว พ่อแม่ดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับ ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ หรือ วัน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2556 โดยขณะนั้น ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ รับราชการตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) กก.สส.ภ.นราธิวาส วันเกิดเหตุ มีเหตุการณ์ลอบวางระเบิด ชุดของ ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ จำนวน 11 นาย ได้เดินทางออกไปเป็นกองหนุน แต่ระหว่างทางถูกวางตะปูเรือใบ จนรถยนต์ที่นั่งชนอัดติดกับต้นไม้ มีเสียชีวิตคาที่ 5 คนและบาดเจ็บสาหัส 6 คน รวมถึง ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ ด้วย โดยรักษาตัวอยู่ที่รพ.สงขลานครินทร์ 3 เดือน ก่อนกลับมารักษาต่อที่บ้าน จ.นครศรีธรรมราช



นางราตรี ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า หลังจากที่นำตัวบุตรชายกลับมารักษาต่อที่บ้านเพราะทางโรงพยาบาล ไม่มีสถานที่ในการพักฟื้นและลูกต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา นอนติดเตียง ต้องเจาะคอให้อาหารเหลวคือนมและซุปไก่ทางคอ พ่อจึงลาออกจากราชการเอาเงินบำนาญมาดูแลบุตรชาย เราทุ่มเทในการดูแลลูกเพราะหวังว่าสักวัน ลูกจะหายกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งลูกชายตนมีครอบครัวมีลูกสองคน ซึ่งทางครอบครัวคือภรรยา ก็มาดูอยู่ตลอดเช่นกัน

"พรุ่งนี้จะครบ 4 ปีที่ลูกประสบชะตากรรม ตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ก็มีหลายๆ ฝ่ายเข้ามาดูแลช่วยเหลือแต่หลังจากนั้นสักพัก ก็เงียบหายไป ตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือ มีเงินเดือนละ 5 พันบาท และนม จากโรงพยาบาลมอ.ซึ่ง 6 เดือนจะได้รับครั้งหนึ่ง และไม่เพียงพอต้องมาซื้อเสริมให้ โดยแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นบาท แต่เราก็ไม่ได้ย่อท้อ และไม่ขอเรียกร้องความช่วยเหลือใดๆ เราพยายามประคับประคองค่าใช้จ่ายไปด้วยความหวังว่าลูกจะหายกลับมาเหมือนเดิม เราไม่อยากออกข่าว แต่ที่มีการเอาไปลงในโซเชียลก็ไม่ทราบว่าใครทำให้ คนที่ช่วยเหลือครอบครัวของเรามา เราขอบพระคุณเป็นอย่างมาก ส่วนคนที่ด่าหาว่าเราเอาลูกหากินตรงนี้เราเองก็เสียใจและขอโทษเพราะเราเองก็ไม่ได้เรียกร้องความช่วยเหลืออะไร แต่มีคนทำให้ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าใคร 

ทุกวันนี้เราเองก็ทุกข์ทรมานใจมาก ภายนอกที่ดูเข้มแข็งแต่ในใจเจ็บปวดตลอดเวลา 4 ปีที่ดูแลลูกพ่อเค้าเคยพาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา แต่ก็ไปได้ไม่นาน เพราะเป็นห่วงลูก" 

ผู้เป็นแม่ กล่าวต่อว่า มีคนถามว่าทำไมถึงให้ลูกสมัครเป็นตำรวจทำไมไม่ให้ทำงานแถวบ้าน มันก็เป็นอะไรที่พูดยากหากทุกคนคิดเช่นนี้ แล้วบ้านเมืองใครจะดูแลช่วยเหลือ ตนภูมิใจในตัวลูกและทุกวันนี้ก็มีความหวังว่าเค้าจะหายดี เพราะถึงจะพูดไม่ได้แต่เค้ารับรู้ตลอด 

สิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ทุกวันนี้คือนมผงและสายดูดเสมหะ ซึ่งต้องใช้มากในแต่ละวัน

ด้านพันจ่าเอกถาวร ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า เหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พอสิ้นเสียงปืนคนก็ลืม ถือเป็นเรื่องปกติ แต่เราคนเป็นพ่อแม่ก็ต้องดูแลลูกจนถึงที่สุด.